ร้าน นาย-งก
"บุษบา ท่าพระ"
สามีของฉันเขาเป็นคนทำกับข้าวได้อร่อยมาก ถ้าถามว่า อร่อยแค่ไหน บอกได้แต่ว่าไม่เคยไม่อร่อย มีแต่อร่อยมากและอร่อยที่สุด อันเป็นที่เลื่องลือ รู้กันในหมู่เพื่อนฝูงและญาติพี่น้อง เวลามาเจอหน้ากันมักจะถูกขอร้องให้ทำกับข้าวโน่นนี่ให้กินกันอยู่เสมอ
โดยเฉพาะกับข้าวของสว.ที่หากินได้อร่อยยากมาก อาทิผัดเผ็ดปลากระเบนย่าง (บ้านเราอยู่จังหวัดชายทะเล) ที่รสชาติกลมกล่อม พริกแกงหอมฟุ้งเข้าเนื้อปลา แบบว่าต่อให้ซื้อน้ำพริกแกงที่ไหนก็ได้ แม้กระทั่งในตลาดนัด เขาก็มีวิธีปรุง เติมนู่นใส่นี่เพิ่ม จนเวลาผัดอยู่ในกระทะกลิ่นก็ยังหอมตลบอบอวลไปเจ็ดบ้านแปดบ้าน
อาหารแทบจะทุกชนิดเขาทำได้อย่างอร่อยล้ำ มีวิธีจัดจานสวยงาม แม้บางทีมีเครื่องปรุงไม่ครบ ก็ไม่มีปัญหา เขาสามารถ ดัดแปลง ทำมันออกมาได้หน้าตาน่ากิน ยิ่งรสชาติด้วยแล้ว หัวแม่มือสองนิ้วยังยกให้ไม่พอเลย
เวลาเรากลับมาบ้านสวน เขาชอบที่จะไปเดินท่อมๆอยู่กลางดงกล้วย พร้อมด้วยมีดทำครัว 1 เล่ม เย็นนั้น พวกเรา ก็จะได้กินข้าวกับแกงหัวปลี ที่อร่อยจนข้าวขอดหม้อ
เมื่อฝนหลงฤดูคราวที่แล้ว ต้นยอที่สูงไม่เป็นระเบียบถูกริดออก จนแทบเหลือแต่ตอ กลับแตกยอดอ่อนสวยงามหลายกิ่งรอบต้น เขาก็จัดการเอามาแกงใบยอกับปลากระป๋อง เรื่องอร่อยไม่ต้องพูดถึง ปากมันกันทุกคน
เวลากลับบ้านสวน ต้องผ่านตลาดนัดใหญ่ข้างทาง เราจะแวะกันทุกครั้ง ตลาดนัดต่างจังหวัดมีสินค้าหลากหลาย มีชาวบ้านชาวสวนเอาผลิตผลของตนเองอาทิ ผัก ผลไม้ ปลาสด ปลาเค็ม ฯลฯ ออกมาขาย ราคาไม่ค่อยแพงนัก เมนูของอาหารวันนี้และวันต่อไปจึงมีพร้อม
เราแยกกันเดินคนละข้างถนน ฉันชอบซื้อปลาแดดเดียว มีทั้งปลาทะเลและปลาน้ำจืดรสชาติไม่ค่อยเค็มนัก ทอดให้กรอบ กินแนมกับแกงส้ม แกงกะทิ ไปด้วยกันได้ดี
สักพัก เราเดินมาเจอกันสองมือเขามีถุงหิ้วกบย่าง,ปลาดุกย่าง,หูหมูหั่นชิ้น และถุงผักหลายชนิด
ความสุขของมนุษย์ทั่วๆไปในวัยเลยเกษียณหาได้ง่ายมาก นอกจากได้นอนหลับสนิทแล้ว การได้กินของอร่อยถูกปากก็คือความสุขอีกแบบหนึ่ง มื้อเย็นของบ้านเราวันนั้นจึงมีออเดิร์ฟเป็นหูหมูยำ ที่กรุบกรอบ น้ำยำรสกลมกล่อม ไม่เผ็ดจนแสบลิ้น หอมกลิ่นใบขึ้นฉ่ายและต้นหอม เรียกน้ำย่อยก่อนที่จะกินมื้อเย็นและยังอร่อยลิ้นไปด้วยลาบปลาดุก ผัดฉ่ากบย่าง และผัดดอกหอมกับไข่
เราทั้ง 4 คน พี่สาวพี่เขย ต่างอิ่มหมีพีมัน นั่งผึ่งพุงกันใต้ถุนบ้าน ให้ลมพัดเฉื่อยฉิวจากชายคลองโลมไล้ผิวกาย กับเสียงคุยและเสียงหัวเราะที่ดังอย่างไม่รู้จบ
ทุกวันเมื่อตื่นขึ้นมา คำถามแรกที่ถูกถามเป็นประจำคือ
"วันนี้เราจะกินอะไรกันดี..."
"วันนี้เธออยากกินอะไร"
"...วันนี้ออกไปหาอะไรกินข้างนอกกันดีไหม"
บ้านเราเป็นบ้านต่างจังหวัด ชาวบ้านส่วนมากทำอาหารกินกันเอง อาหารที่ขายส่วนมากเป็นร้านอาหารตามสั่งพื้นๆ เวลาที่เราไม่มีอารมณ์ทำกิน ก็ไปฝากท้องกันบ้าง แต่พอกลับมาก็จะบ่นว่า จริงๆแล้วถ้าเราไม่ขี้เกียจ เราทำกินเองอร่อยกว่าอีก ไม่ต้องเสียเวลาขับรถออกไปด้วย
ฉะนั้นเวลาที่ออกไปหาอาหารกินกันข้างนอก เราจึงมักเลือกร้านที่เราทำกินเองไม่ได้ ต้องเสียเวลาเตรียมเครื่องปรุงมากมาย หรือไม่งั้นก็ต้องเป็นร้านที่ได้รับการรีวิวว่าอร่อย หรือบรรยากาศของร้านน่านั่ง จัดร้านได้สวย
เรื่องการทำอาหารอร่อยของเขาเป็นปัญหาสำหรับฉันอย่างมาก
เพราะมันทำให้รู้สึกเสียดายเงินที่จะไปซื้อของไม่อร่อยมาใส่ปาก
แต่ถ้าร้านไหนที่อร่อยถูกใจ เราก็จะไปกินกันจำเจซ้ำซากไม่เบื่อเหมือนกัน
แล้วปัญหามันก็เกิดจนได้ หลังจากที่ฉันบอกว่าไม่ต้องออกไปหากินอะไรข้างนอกหรอก เธอทำผัดกระเพราไข่ดาว 2 ฟองให้ฉันจานเดียวก็เริ่ดพอแล้ว
หลังจากนั้นก็เกิด'ใจบันดาลแรง' ขึ้นมาทันที(ขอยืมลุงป้อมมาใช้หน่อยนะคะ)
เหตุเกิดขึ้นตอนเกือบค่ำของวันนั้น
ฉันรู้ถึงความผิดปกติได้ ตั้งแต่เขายังไม่ลุกจากเก้าอี้โต๊ะทานข้าว ไปนั่งโซฟาหน้าทีวีเพื่อดูกีฬาที่ชอบ รอจนฉันอาบน้ำเสร็จแล้ว
กวักมือเรียก
"...ผมว่า เราสองคนมาทำอะไรกันดีกว่า อย่าอยู่เฉยๆแบบนี้เลย"
"ฮะ..เกิดอะไรขึ้นเนี่ย"
ฉันอุทาน หนังตาหย่อนคล้อยค่อยเปล่งแสงแวววับ ขึ้นมานิดนึง
"นึกครึ้มอะไรขึ้นมาล่ะ ไม่มีเค้าว่าฝนจะตกเลยนะเนี่ย"
"เฮ้ย..!ไม่ใช่เรื่องนั้น ลืมๆๆไปก่อน อย่าเพิ่งไปนึกถึงมัน"
เขาเอื้อมมือมาบีบไหล่ฉันกดลงให้นั่งเก้าอี้ตรงกันข้าม
"ผมว่าจะปรึกษาคุณ แรงเราก็ยังมี ฝีไม้ลายมือเราก็ยังพอได้ เราสองคนมาขายอาหารตามสั่ง ตรงหัวมุมรั้วบ้านเรากันไหม"
ฉันเลิกคิ้ว สงสัยว่าเขากินอะไรผิดเข้าไป
"เรามาขายผัดกะเพรากันดีกว่า แค่มีลังใส่น้ำแข็งสักลังนึง เอาไว้แช่เนื้อสัตว์ พวกหมู ,กุ้ง,ไก่,เป็ด, ปลาหมึก
ขายเฉพาะให้คนซื้อกลับบ้านเท่านั้น คุณว่าดีไหม ผมว่า เวิร์คนะ?"
"ให้คุณเป็นหน้าเขียง คอยหั่น คอยส่ง เป็นคนใส่ห่อ ใส่ถุง ผมเป็นคนผัด คนปรุงเอง"
แฮะ..ฉลาดนะไม่ต้องเสียค่าจ้างลูกมือซะด้วย
"เราออกขายเช้าหน่อย เผื่อคนซื้อไปกินที่ทำงาน สักบ่ายสองโมงเราก็เลิกกลับขึ้นบ้าน พักผ่อน
ผมว่าดีนะ ดีกว่าอยู่เฉยๆ มีอะไรทำ เงินก็ได้ แถมเรายังได้กินของที่เราขายฟรีอีกด้วย"
ฉันมีความรู้สึกคล้อยตาม
เออ..จริงนะในวัย70 กว่าปีของเราสองคน ที่ยังแข็งแรงแคล่วคล่อง ว่องไว ยังไปไหนต่อไหนได้สะดวก เราสามารถทำมาหากินได้แน่ๆ
เราคุยถึงข้อดีข้อเสียกันมากมายจนมืดดึก สรุปสุดท้าย
"ผมว่าเรามาตั้งชื่อร้านกันดีกว่า
เวลาคนมาซื้อกิน เขาถามว่าไปไหน จะได้มีชื่อร้านให้จำได้ง่ายๆ
คุณว่าชื่ออะไรดี"
"ร้านตากะยายดีไหมคะ"
"ไม่น่าใช่นะ เพราะตากับยายส่วนมากจะแก่ทำอะไรช้า โบราณๆไม่อร่อย"
"งั้นร้านลุงกับป้าก็แล้วกัน"
"อย่าเลย เราแก่อายุเป็นปู่ย่าตายายกันแล้ว เรียกลุงกับป้าแล้วมันเขินๆ"
เขาพยักหน้าเชิงเห็นด้วย
"งั้นชื่ออุดมโภชนามั้ยล่ะ" เขาหัวเราะหึ..หึ(อุดมน่ะคือชื่อเขา)
"ชื่อเชยเหมือนสมัยผมยังเด็กเลย"
"ผมนึกออกแล้ว"เขาจับมือฉันเขย่า
"ชื่อร้านนาย-งกก็แล้วกัน"
"งก แปลว่าอยากได้ ชื่อแปลกดีด้วยสิ"
"ดีๆๆ ไปซื้อข้าวร้านนายงกกันดีกว่า อร่อยไม่แพง
สนับสนุนแกหน่อย เพราะแกเป็นร้านตายายสู้ชีวิตด้วย"
ฮ่าๆๆ...ฉันพยักหน้า ยิ้มกว้าง จบบทสนทนา ยืนขึ้นเตรียมเดินเข้าห้อง
"ตกลงเอาชื่อร้านนายงกนะ"เขาตบโต๊ะดังปัง รู้สึกได้ว่าเสียงเบิกบานมาก.
...............................
ปล.ถ้าร้าน"นายงก"พร้อมลงมือขายเมื่อไหร่ จะแจ้งข่าวให้ทราบ เพื่อเตรียมให้ไปอุดหนุนนะคะ.
เรื่องสั้นของสว.
"บุษบา ท่าพระ"
สามีของฉันเขาเป็นคนทำกับข้าวได้อร่อยมาก ถ้าถามว่า อร่อยแค่ไหน บอกได้แต่ว่าไม่เคยไม่อร่อย มีแต่อร่อยมากและอร่อยที่สุด อันเป็นที่เลื่องลือ รู้กันในหมู่เพื่อนฝูงและญาติพี่น้อง เวลามาเจอหน้ากันมักจะถูกขอร้องให้ทำกับข้าวโน่นนี่ให้กินกันอยู่เสมอ
โดยเฉพาะกับข้าวของสว.ที่หากินได้อร่อยยากมาก อาทิผัดเผ็ดปลากระเบนย่าง (บ้านเราอยู่จังหวัดชายทะเล) ที่รสชาติกลมกล่อม พริกแกงหอมฟุ้งเข้าเนื้อปลา แบบว่าต่อให้ซื้อน้ำพริกแกงที่ไหนก็ได้ แม้กระทั่งในตลาดนัด เขาก็มีวิธีปรุง เติมนู่นใส่นี่เพิ่ม จนเวลาผัดอยู่ในกระทะกลิ่นก็ยังหอมตลบอบอวลไปเจ็ดบ้านแปดบ้าน
อาหารแทบจะทุกชนิดเขาทำได้อย่างอร่อยล้ำ มีวิธีจัดจานสวยงาม แม้บางทีมีเครื่องปรุงไม่ครบ ก็ไม่มีปัญหา เขาสามารถ ดัดแปลง ทำมันออกมาได้หน้าตาน่ากิน ยิ่งรสชาติด้วยแล้ว หัวแม่มือสองนิ้วยังยกให้ไม่พอเลย
เวลาเรากลับมาบ้านสวน เขาชอบที่จะไปเดินท่อมๆอยู่กลางดงกล้วย พร้อมด้วยมีดทำครัว 1 เล่ม เย็นนั้น พวกเรา ก็จะได้กินข้าวกับแกงหัวปลี ที่อร่อยจนข้าวขอดหม้อ
เมื่อฝนหลงฤดูคราวที่แล้ว ต้นยอที่สูงไม่เป็นระเบียบถูกริดออก จนแทบเหลือแต่ตอ กลับแตกยอดอ่อนสวยงามหลายกิ่งรอบต้น เขาก็จัดการเอามาแกงใบยอกับปลากระป๋อง เรื่องอร่อยไม่ต้องพูดถึง ปากมันกันทุกคน
เวลากลับบ้านสวน ต้องผ่านตลาดนัดใหญ่ข้างทาง เราจะแวะกันทุกครั้ง ตลาดนัดต่างจังหวัดมีสินค้าหลากหลาย มีชาวบ้านชาวสวนเอาผลิตผลของตนเองอาทิ ผัก ผลไม้ ปลาสด ปลาเค็ม ฯลฯ ออกมาขาย ราคาไม่ค่อยแพงนัก เมนูของอาหารวันนี้และวันต่อไปจึงมีพร้อม
เราแยกกันเดินคนละข้างถนน ฉันชอบซื้อปลาแดดเดียว มีทั้งปลาทะเลและปลาน้ำจืดรสชาติไม่ค่อยเค็มนัก ทอดให้กรอบ กินแนมกับแกงส้ม แกงกะทิ ไปด้วยกันได้ดี
สักพัก เราเดินมาเจอกันสองมือเขามีถุงหิ้วกบย่าง,ปลาดุกย่าง,หูหมูหั่นชิ้น และถุงผักหลายชนิด
ความสุขของมนุษย์ทั่วๆไปในวัยเลยเกษียณหาได้ง่ายมาก นอกจากได้นอนหลับสนิทแล้ว การได้กินของอร่อยถูกปากก็คือความสุขอีกแบบหนึ่ง มื้อเย็นของบ้านเราวันนั้นจึงมีออเดิร์ฟเป็นหูหมูยำ ที่กรุบกรอบ น้ำยำรสกลมกล่อม ไม่เผ็ดจนแสบลิ้น หอมกลิ่นใบขึ้นฉ่ายและต้นหอม เรียกน้ำย่อยก่อนที่จะกินมื้อเย็นและยังอร่อยลิ้นไปด้วยลาบปลาดุก ผัดฉ่ากบย่าง และผัดดอกหอมกับไข่
เราทั้ง 4 คน พี่สาวพี่เขย ต่างอิ่มหมีพีมัน นั่งผึ่งพุงกันใต้ถุนบ้าน ให้ลมพัดเฉื่อยฉิวจากชายคลองโลมไล้ผิวกาย กับเสียงคุยและเสียงหัวเราะที่ดังอย่างไม่รู้จบ
ทุกวันเมื่อตื่นขึ้นมา คำถามแรกที่ถูกถามเป็นประจำคือ
"วันนี้เราจะกินอะไรกันดี..."
"วันนี้เธออยากกินอะไร"
"...วันนี้ออกไปหาอะไรกินข้างนอกกันดีไหม"
บ้านเราเป็นบ้านต่างจังหวัด ชาวบ้านส่วนมากทำอาหารกินกันเอง อาหารที่ขายส่วนมากเป็นร้านอาหารตามสั่งพื้นๆ เวลาที่เราไม่มีอารมณ์ทำกิน ก็ไปฝากท้องกันบ้าง แต่พอกลับมาก็จะบ่นว่า จริงๆแล้วถ้าเราไม่ขี้เกียจ เราทำกินเองอร่อยกว่าอีก ไม่ต้องเสียเวลาขับรถออกไปด้วย
ฉะนั้นเวลาที่ออกไปหาอาหารกินกันข้างนอก เราจึงมักเลือกร้านที่เราทำกินเองไม่ได้ ต้องเสียเวลาเตรียมเครื่องปรุงมากมาย หรือไม่งั้นก็ต้องเป็นร้านที่ได้รับการรีวิวว่าอร่อย หรือบรรยากาศของร้านน่านั่ง จัดร้านได้สวย
เรื่องการทำอาหารอร่อยของเขาเป็นปัญหาสำหรับฉันอย่างมาก
เพราะมันทำให้รู้สึกเสียดายเงินที่จะไปซื้อของไม่อร่อยมาใส่ปาก
แต่ถ้าร้านไหนที่อร่อยถูกใจ เราก็จะไปกินกันจำเจซ้ำซากไม่เบื่อเหมือนกัน
แล้วปัญหามันก็เกิดจนได้ หลังจากที่ฉันบอกว่าไม่ต้องออกไปหากินอะไรข้างนอกหรอก เธอทำผัดกระเพราไข่ดาว 2 ฟองให้ฉันจานเดียวก็เริ่ดพอแล้ว
หลังจากนั้นก็เกิด'ใจบันดาลแรง' ขึ้นมาทันที(ขอยืมลุงป้อมมาใช้หน่อยนะคะ)
เหตุเกิดขึ้นตอนเกือบค่ำของวันนั้น
ฉันรู้ถึงความผิดปกติได้ ตั้งแต่เขายังไม่ลุกจากเก้าอี้โต๊ะทานข้าว ไปนั่งโซฟาหน้าทีวีเพื่อดูกีฬาที่ชอบ รอจนฉันอาบน้ำเสร็จแล้ว
กวักมือเรียก
"...ผมว่า เราสองคนมาทำอะไรกันดีกว่า อย่าอยู่เฉยๆแบบนี้เลย"
"ฮะ..เกิดอะไรขึ้นเนี่ย"
ฉันอุทาน หนังตาหย่อนคล้อยค่อยเปล่งแสงแวววับ ขึ้นมานิดนึง
"นึกครึ้มอะไรขึ้นมาล่ะ ไม่มีเค้าว่าฝนจะตกเลยนะเนี่ย"
"เฮ้ย..!ไม่ใช่เรื่องนั้น ลืมๆๆไปก่อน อย่าเพิ่งไปนึกถึงมัน"
เขาเอื้อมมือมาบีบไหล่ฉันกดลงให้นั่งเก้าอี้ตรงกันข้าม
"ผมว่าจะปรึกษาคุณ แรงเราก็ยังมี ฝีไม้ลายมือเราก็ยังพอได้ เราสองคนมาขายอาหารตามสั่ง ตรงหัวมุมรั้วบ้านเรากันไหม"
ฉันเลิกคิ้ว สงสัยว่าเขากินอะไรผิดเข้าไป
"เรามาขายผัดกะเพรากันดีกว่า แค่มีลังใส่น้ำแข็งสักลังนึง เอาไว้แช่เนื้อสัตว์ พวกหมู ,กุ้ง,ไก่,เป็ด, ปลาหมึก
ขายเฉพาะให้คนซื้อกลับบ้านเท่านั้น คุณว่าดีไหม ผมว่า เวิร์คนะ?"
"ให้คุณเป็นหน้าเขียง คอยหั่น คอยส่ง เป็นคนใส่ห่อ ใส่ถุง ผมเป็นคนผัด คนปรุงเอง"
แฮะ..ฉลาดนะไม่ต้องเสียค่าจ้างลูกมือซะด้วย
"เราออกขายเช้าหน่อย เผื่อคนซื้อไปกินที่ทำงาน สักบ่ายสองโมงเราก็เลิกกลับขึ้นบ้าน พักผ่อน
ผมว่าดีนะ ดีกว่าอยู่เฉยๆ มีอะไรทำ เงินก็ได้ แถมเรายังได้กินของที่เราขายฟรีอีกด้วย"
ฉันมีความรู้สึกคล้อยตาม
เออ..จริงนะในวัย70 กว่าปีของเราสองคน ที่ยังแข็งแรงแคล่วคล่อง ว่องไว ยังไปไหนต่อไหนได้สะดวก เราสามารถทำมาหากินได้แน่ๆ
เราคุยถึงข้อดีข้อเสียกันมากมายจนมืดดึก สรุปสุดท้าย
"ผมว่าเรามาตั้งชื่อร้านกันดีกว่า
เวลาคนมาซื้อกิน เขาถามว่าไปไหน จะได้มีชื่อร้านให้จำได้ง่ายๆ
คุณว่าชื่ออะไรดี"
"ร้านตากะยายดีไหมคะ"
"ไม่น่าใช่นะ เพราะตากับยายส่วนมากจะแก่ทำอะไรช้า โบราณๆไม่อร่อย"
"งั้นร้านลุงกับป้าก็แล้วกัน"
"อย่าเลย เราแก่อายุเป็นปู่ย่าตายายกันแล้ว เรียกลุงกับป้าแล้วมันเขินๆ"
เขาพยักหน้าเชิงเห็นด้วย
"งั้นชื่ออุดมโภชนามั้ยล่ะ" เขาหัวเราะหึ..หึ(อุดมน่ะคือชื่อเขา)
"ชื่อเชยเหมือนสมัยผมยังเด็กเลย"
"ผมนึกออกแล้ว"เขาจับมือฉันเขย่า
"ชื่อร้านนาย-งกก็แล้วกัน"
"งก แปลว่าอยากได้ ชื่อแปลกดีด้วยสิ"
"ดีๆๆ ไปซื้อข้าวร้านนายงกกันดีกว่า อร่อยไม่แพง
สนับสนุนแกหน่อย เพราะแกเป็นร้านตายายสู้ชีวิตด้วย"
ฮ่าๆๆ...ฉันพยักหน้า ยิ้มกว้าง จบบทสนทนา ยืนขึ้นเตรียมเดินเข้าห้อง
"ตกลงเอาชื่อร้านนายงกนะ"เขาตบโต๊ะดังปัง รู้สึกได้ว่าเสียงเบิกบานมาก.
...............................
ปล.ถ้าร้าน"นายงก"พร้อมลงมือขายเมื่อไหร่ จะแจ้งข่าวให้ทราบ เพื่อเตรียมให้ไปอุดหนุนนะคะ.