อนิเมชั่น War of the World ที่คนไทยหลายคนอาจไม่รู้จัก?

กระทู้สนทนา
ในปี 2005 มีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ผมได้ดูและเป็นประตูที่พาผมนำไปสู่โลกไซไฟนั่นคือ War of the World ที่นำแสดงโดยพระเอกนักบู๊ ทอม ครูซในเรื่องผมเห็นหุ่นยนต์จากต่างดาวสามขาสูงเสียดฟ้าที่มีวิทยาการก้าวหน้าจนมนุษย์ไม่สามารถต่อกรได้มนุษย์จึงต้องดิ้นรนเอาตัวรอดทุกวิถีทางกองทัพประเทศมหาอำนาจก็ไม่สามารถต่อกรกับพวกมันได้แม้จะใช้อาวุธหนักเพียงใดจนราวกับว่าโลกได้ล่มสลายแล้วมนุษย์เป็นเพียงสัตว์ตัวเล็กที่ต้องหนีเอาตัวรอดจากนักล่าที่จับไปสูบเลือดเป็นอาหารพื้นดินปกคลุมไปด้วยพืชสีแดงปรับสภาพระบบนิเวศให้เอื้อต่อการอยู่อาศัยของผู้รุกรานแต่ความหวังก็มาจากสิ่งเล็กๆ ที่เรามองว่าไร้ค่า "แบตทีเรีย" ชาวดาวอังคารไม่มีภูมิต้านทางต่อโรคภัยบนดาวที่ไม่คุ้นเคยแม้ชนะศึกแต่ก็แพ้ธรรมชาติผู้รุกรานต่างล้มตายจนหมดสิ้นมนุษย์รอดพ้นอย่างปาฏิหาร์

เวลาผ่านมาจนประมาณปี 2010 ผมดู Youtube อะไรไร้สาระตามประสาเด็กจนได้พบกับตัวอย่างของอนิเมชั่นเรื่องหนึ่งที่มีเนื้อหาคล้ายกับหนังที่ผมเคยดู
The War of the World : Goliath
กำกับโดย Joe Pearson
เขียนบทโดย Joe Pearson, David Abramowitz
บริษัทที่ผลิต Studio Climb, Sun Min Image Pictures
เข้าฉาย 15 พฤศจิกายน 2012
อนิเมชั่นยาว 1 ชั่วโมง 22 นาที

เนื้อเรื่องย่อ: ในปี ค.ศ. 1899 โลกถูกโจมตีโดยผู้รุกรานที่โหดเหี้ยมจากดาวอังคาร เครื่องจักรสงครามสามขาขนาดสูง 80 ฟุต ที่พ่นลำแสงความร้อนของชาวดาวอังคารได้ทำลายล้างโลก แต่ในที่สุดผู้รุกรานก็พ่ายแพ้ต่อแบคทีเรียขนาดเล็กบนโลก

สิบห้าปีต่อมา มนุษย์ได้สร้างโลกที่พังทลายขึ้นใหม่ โดยส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีของชาวดาวอังคารที่ยึดมาได้ กองกำลังตอบโต้ฉับพลันนานาชาติ A.R.E.S. (Allied Resistance Earth Squadrons) ซึ่งติดตั้งเครื่องจักรสงครามสามขาขนาดยักษ์ที่ขับเคลื่อนด้วยไอน้ำ เป็นแนวป้องกันด่านแรกของมนุษยชาติจากการกลับมาของผู้รุกรานชาวดาวอังคารที่โลภมาก เหล่านักรบหนุ่มของ A.R.E.S. ฝึกฝนภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม ธีโอดอร์ รูสเวลต์ และนายพลคุชนิรอฟผู้เคร่งขรึม ตั้งอยู่ในป้อมปราการขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของเกาะแมนฮัตตัน

และชาวดาวอังคารก็กลับมา การต่อสู้ครั้งใหม่นี้ทำให้กองกำลังนานาชาติของ A.R.E.S. ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูอีกครั้ง ยานรบสามขา “โกไลแอธ” ประจำการอยู่แนวหน้าของการรุกรานระหว่างดวงดาวอันโหดร้าย เมื่อผู้รุกรานจากดาวอังคารเปิดฉากการรุกรานครั้งที่สองโดยใช้เทคโนโลยีต่างดาวที่ล้ำหน้ายิ่งกว่าเดิม ในสมรภูมิรบอันดุเดือด ลูกเรือหนุ่มสาวที่บังคับยานโกไลแอธอันทรงพลังจะถูกทดสอบถึงขีดจำกัดของความอดทนและความกล้าหาญ ในขณะที่พวกเขาต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติภายใต้การโจมตีของศัตรูที่โหดเหี้ยม

เรื่องจะเล่าผ่านทีม Goliath  โดยมีสมาชิกตามภาพ

นำโดยตัวเอก กัปตัน Eric Wells ทหารหนุ่มชาวอังกฤษเขามีปมแค้นที่เสียพ่อแม่ไปจากการรุกรานของชาวดาวอังคาร Jennier Carter ทหารสาวชาวอเมริกันที่หลงรักตัวเอก Patrick O'Brien ทหารช่างชาวไอริช Raja Iskandar Shah ทหารชาวมลายูที่มีทักษะความคล่องแคล่วและการลอบสังหาร และ Abraham Douglas สุภาพบุรุษผิวสีชาวแคนาดาผู้รักครอบครัว เรื่องดำเนินในช่วงปี 1914 ความเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 มีการสอดแทรกประวัติศาสตร์จริงการเมืองระหว่างประเทศเล็กน้อยมีตัวละครที่เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์จริงมาดัดแปลงเช่น ธีโอดอร์ รูสเวล ประธานาธิบดีคนที่ 26 ในเรื่องท่านควบตำแหน่งเป็นประธาน A.R.E.S. ในเรื่องท่านไม่ใช่ผู้บัญชาการนั่งโต๊ะเพราะหากศัตรูมาท่านจะถือปืนกลหนักร่วมรบกับทหาร  เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นทำภารกิจและต่อสู้กับเอเลี่ยนที่มาบุกโลกมีทั้งดราม่าและโรแมติกระหว่างพระเอกกับนางเอก แต่สิ่งที่โดเด่นคืนงานดีไซต์กับงานสามมิติที่ดูดีเยี่ยม





ฉากแอคชั่นบางฉากอาจดูเก้ๆ กังๆ แต่โดยรวมถือว่าดูได้




ด้านการดำเนินเรื่องจากที่ผมดูมาเรื่องนี้ดำเนินไปแบบสูตรสำเร็จให้เปรียบก็เปรียบได้กับ ภาพยนต์ไซไฟเรื่อง Starship Troopers ปี1997 ไม่หวือหวาหรือหักมุมมากเดินเป็นเส้นตรงจนบางคนหากดูก็คงเดาเรื่องล่วงหน้าได้

ผมของสารภาพบาปว่าผมดูเรื่องนี้แบบเถื่อนเพราะช่วงที่เข้าฉายเรื่องนี้เข้าโรงแค่สองประเทศคือ สหรัฐ กับ มาเลเซียซึ่งเป็นผู้ร่วมทุนกับช่วยผลิตตอนผมเฝ้ารอดูเรื่องนี้ผมก็พยายามหากลุ่มคนที่สนใจทั้งทางเฟสบุ๊คกับคนที่ทำรีวิวในยูทูปแต่มันก็ไม่มี ไม่มีกระแสหรือคงไม่มีคนไทยคนไหนรู้ด้วยซ้ำว่ามีเรื่องนี้อยู่ผมก็ได้เพียงตื่นเต้นแบบเหงาๆ ที่จะรอดูแต่ก็อกหักซ้ำสองเพราะไม่เข้าโรงในไทย นั่นเพราะเรื่องนี้เป็นอนิเมชั่นนอกกระแสที่เจาะตลาดเฉพาะกลุ่มมากเช่น Steampunk ทำให้ในสหรัฐถูกจำกัดอยู่ในโรงเล็ก เรื่องเงินทุนแท้ในข้อมูลต่างๆ จะไม่มีการบอกข้อมูลแต่จากบทสัมภาษณ์ทุนสร้างคงประมาณ 5-10 ล้านเหรียญ แต่ตัวเลขรายได้ที่ได้ทำเอาน้ำตาร่วงรายได้ในสหรัฐ 13,358 เหรียญ รายได้ในมาเลเซียค่อนข้างมากเพราะด้วยกระแสที่มีตัวละครเป็นชาวมลายูรายได้ประมาณ 280,000 ริงกิตมาเลเซีย ด้วยในปีดังกล่าวมีอนิเมชั่นใหญ่อย่าง Ice Age, Wreck-It Ralph, Rise of the Guardians, The Lorax, Madagascar 3, Brave และ Hotel Transylvania ที่กลบเรื่องดังกล่าวไปในทันที

เนื้อหาที่ถูกตัด
เดิมที่ผู้กำกับตั้งใจให้เรื่องนี้เป็นเรท R แต่ทางมาเลเซียบังคับให้เนื้อหาอยู่ในเรท PG13 หลายฉากจึงถูกตัดออกเช่น
- ฉาก Love Scene ระหว่างพระเอกกับนางเอกเดิมจะอยู่ช่วงเวลา 1 ชั่วโมง 6 นาที 8 วินาที เป็นต้นไป ถูกตัดให้เพียงแค่รู้ว่าทั้งคู่จูบกัน(มั้ง?)


- ฉาก Gore และความรุนแรงในตอนสู้รบเดิมเราจะได้เห็นตัวละครที่ถูกโจมตีจากลำแสงของเอเลี่ยนจนไหม้เหลือแต่กระดูกแต่ถูกตัดทอนให้เป็นโดนลำแสงแล้วตัวสลายไป

ภาพต่างๆ นี้ผมเอามาตัวอย่างอนิเมชั่นที่ไม่เป็นทางการในปี 2011 ดูได้ตามคลิปนี้
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

ความรู้สึกส่วนตัว
ตอนสมัยเด็กที่ได้ดูกับตอนนี้ที่ผมกลับมาดูความรู้สึกมันต่างกันมาก ผมชมเชยในความยอดเยี่ยมของงานดีไซต์หุ่นต่างๆ ส่วนเนื้อเรื่อเป้นในแบบสูตรสำเร็จที่เดาทางได้ในด้านลายเส้นตัวละครแม้จะเป็นปี 2012 ขอติว่าล้าสมัยมากตัวละครลายเส้นเดียวกับซี่รีย์อนิเมชั่นเรื่อง Justice League Unlimited(2004-2006) ในแบบที่ใส่รายละเอียดใบหน้าเล็กน้อยเท่านั้น ตอนจบจบแบบ Happy Ending มีปลายเปิดเล็กน้อยว่า A.R.E.S. จะไปบุกตอบโด้เอเลี่ยนถึงดาวอังคารแต่นั่นก้คงไม่เกิดขึ้นแล้วเพราะจากรายได้ระดับน้ำตาคลอที่ทำให้สตูดิโอ Tripod Group ในมาเลเซียล้มละลายสิทธิ์งานอนิเมชั่นทั้งหมดตกอยู่ในสตูดิโอกับบริษัทสื่อบันเทิงอื่นๆ อย่างกระจัดกระจายทำให้การหวนคืนของเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ส่วนชะตากรรมตัวงานที่เต็มเรื่องก็ถูกหลายคนอับโหลดลงยูทูปอย่างมันมือ คงได้เพียงจินตนาการมหาสงครามที่มนุษย์บุกดาวอังคารกับชีวิตรักหลังสงครามของทีม Goliath

ทิ้งท้ายนี้ผมอยากทราบว่าท่านที่มีอ่านบทความนี้เคยรับรู้หรือได้รับชมอนิเมชั่นเรื่องนี้หรือไม่พวกท่านสามารถแบ่งปันความคิดเห็นกันได้
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่