สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่รักทุกท่านครับ
กระทู้นี้ผมจะมาเล่าประสบการณ์แปลกๆ ที่บางคนอาจจะคิดว่าผมบ้าไปแล้วก็ได้นะครับ แต่บอกเลยว่ามันเป็นการทดลองที่คุ้มค่ามากๆ เลยครับ ผมได้ลองใช้ชีวิตเป็น 'ก้อนหิน' อยู่เฉยๆ ไม่ขยับเขยื้อนเลยเป็นเวลา 24 ชั่วโมงเต็มๆ ครับ
ไอเดียนี้มันผุดขึ้นมาในหัวเมื่อช่วงที่ผมรู้สึกว่าชีวิตมันวุ่นวายเหลือเกินครับ ทุกวันต้องวิ่งแข่งกับเวลา ต้องคิด ต้องทำตลอดเวลา จนบางทีก็อยากจะหยุดนิ่งๆ ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องทำอะไรเลยครับ ก็เลยคิดว่า ถ้าเราเป็นก้อนหินสักวัน มันจะเป็นยังไงนะครับ
ผมเริ่มต้นภารกิจนี้ในช่วงเช้าตรู่ของวันเสาร์ครับ ผมเลือกมุมเล็กๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวนสาธารณะที่ค่อนข้างเงียบสงบ ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเท่าไหร่ครับ ผมนั่งลงในท่าที่คิดว่าจะอยู่ได้นานที่สุด โดยที่พยายามจะให้ร่างกายสัมผัสพื้นดินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ เหมือนเป็นการ 'หยั่งราก' ลงไปเลยครับ
ช่วงแรกๆ นั้นมันรู้สึกสงบเงียบอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะครับ เสียงนกร้อง เสียงใบไม้ไหว เสียงลมพัดผ่านตัวเบาๆ ทุกอย่างมันชัดเจนขึ้นมากๆ เลยครับ ปกติเราจะรีบร้อนจนมองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไปหมดเลยครับ แต่พอเราอยู่นิ่งๆ เรากลับได้ยิน ได้เห็น ได้สัมผัสทุกอย่างที่อยู่รอบตัวอย่างลึกซึ้งขึ้นเยอะเลยครับ
ผมพยายามจดจ่ออยู่กับลมหายใจเข้าออกครับ ปล่อยความคิดให้ลอยไปเรื่อยๆ โดยไม่ไปยึดติดกับมันครับ ช่วงนี้แหละที่ผมรู้สึก 'สว่าง' ครับ สว่างในแง่ของจิตใจนะครับ ไม่ใช่แสงแดดครับ มันเหมือนกับว่าจิตใจมันโปร่งโล่งขึ้น ได้ปลดปล่อยความกังวลบางอย่างออกไปครับ เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกดีมากๆ เลยครับ
แต่พอผ่านไปได้ประมาณ 4-5 ชั่วโมงเท่านั้นแหละครับ ความรู้สึก 'เมื่อยมาก' ก็เริ่มเข้ามาทักทายอย่างหนักหน่วงเลยครับ มันเริ่มต้นจากอาการชาๆ ที่ก้นและขาครับ จากนั้นก็เริ่มลามไปทั่วทั้งตัวครับ คอ แขน หลัง ทุกส่วนของร่างกายที่พยายามอยู่นิ่งๆ มันเริ่มประท้วงอย่างรุนแรงเลยครับ ผมพยายามจะไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียวนะครับ แต่มันยากมากๆ ครับ ต้องใช้พลังใจเยอะมากเลยครับ
ช่วงบ่าย แสงแดดเริ่มเปลี่ยนทิศทางครับ อากาศก็เริ่มร้อนขึ้นมาหน่อยครับ แม้จะอยู่ในร่มเงาต้นไม้ แต่ความร้อนที่อบอวลอยู่รอบตัวบวกกับความเมื่อยล้าที่สะสม ทำให้ผมอยากจะลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจเต็มทีแล้วครับ แต่ผมก็บอกกับตัวเองว่า 'เป็นก้อนหินนะ' 'เป็นก้อนหินนะ' ซ้ำๆ ในใจครับ
ช่วงกลางคืนนี่แหละครับที่เป็นบททดสอบที่แท้จริงเลยครับ อากาศเริ่มเย็นลงมากครับ ความมืดที่ปกคลุมเข้ามาทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงครับ จากที่ตอนกลางวันมีเสียงผู้คนบ้าง เสียงนกบ้าง แต่พอค่ำลงทุกอย่างก็เงียบสงัดครับ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไร กับเสียงลมที่พัดผ่านเบาๆ ครับ ความเหงาและความรู้สึกโดดเดี่ยวก็เริ่มคืบคลานเข้ามาครับ มันเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งมากๆ เลยครับ
ผมพยายามใช้ช่วงเวลานี้ในการพิจารณาตัวเองครับ คิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตอย่างช้าๆ ครับ เหมือนก้อนหินที่อยู่มานาน ได้เห็นทุกสิ่งหมุนเวียนเปลี่ยนไปครับ มันทำให้ผมเห็นภาพรวมของชีวิตตัวเองชัดเจนขึ้นเยอะเลยครับ
พอฟ้าเริ่มสาง สัญญาณของวันใหม่ก็มาเยือนครับ ผมรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ ร่างกายมันปวดไปหมดจนแทบจะขยับไม่ได้เลยครับ พอครบ 24 ชั่วโมงเป๊ะ ผมก็ค่อยๆ คลายตัวออกช้าๆ ครับ เหมือนได้เกิดใหม่เลยก็ว่าได้ครับ การได้ขยับร่างกายอีกครั้งมันรู้สึกวิเศษมากๆ ครับ
สรุปการทดลองเป็นก้อนหิน 24 ชั่วโมงของผมนะครับ
1. ความสงบ ได้มาเต็มๆ เลยครับ เป็นความสงบที่แท้จริง ทั้งทางกายและใจครับ
2. ความสว่าง จิตใจโปร่งโล่ง ได้ทบทวนตัวเองครับ
3. ความเมื่อยล้า อันนี้ได้มาเกินคาดเลยครับ ปวดไปทั้งตัวจริงๆ ครับ แต่ก็แลกมาด้วยความเข้าใจในคุณค่าของการเคลื่อนไหวครับ
ประสบการณ์นี้สอนให้ผมรู้ว่า การได้หยุดนิ่งบ้างมันดีนะครับ ได้กลับมาอยู่กับตัวเอง ได้สังเกตสิ่งรอบข้างครับ แต่การเคลื่อนไหวก็สำคัญไม่แพ้กันครับ มันทำให้เรารู้สึกมีชีวิตชีวา และได้ทำอะไรต่อมิอะไรครับ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์หรืออย่างน้อยก็สร้างรอยยิ้มให้เพื่อนๆ ได้บ้างนะครับ ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ
รีวิวจาก 'ก้อนหิน' ทดลองใช้ชีวิต 24 ชั่วโมง: สงบ สว่าง และเมื่อยล้าเหลือเกิน
กระทู้นี้ผมจะมาเล่าประสบการณ์แปลกๆ ที่บางคนอาจจะคิดว่าผมบ้าไปแล้วก็ได้นะครับ แต่บอกเลยว่ามันเป็นการทดลองที่คุ้มค่ามากๆ เลยครับ ผมได้ลองใช้ชีวิตเป็น 'ก้อนหิน' อยู่เฉยๆ ไม่ขยับเขยื้อนเลยเป็นเวลา 24 ชั่วโมงเต็มๆ ครับ
ไอเดียนี้มันผุดขึ้นมาในหัวเมื่อช่วงที่ผมรู้สึกว่าชีวิตมันวุ่นวายเหลือเกินครับ ทุกวันต้องวิ่งแข่งกับเวลา ต้องคิด ต้องทำตลอดเวลา จนบางทีก็อยากจะหยุดนิ่งๆ ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องทำอะไรเลยครับ ก็เลยคิดว่า ถ้าเราเป็นก้อนหินสักวัน มันจะเป็นยังไงนะครับ
ผมเริ่มต้นภารกิจนี้ในช่วงเช้าตรู่ของวันเสาร์ครับ ผมเลือกมุมเล็กๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวนสาธารณะที่ค่อนข้างเงียบสงบ ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเท่าไหร่ครับ ผมนั่งลงในท่าที่คิดว่าจะอยู่ได้นานที่สุด โดยที่พยายามจะให้ร่างกายสัมผัสพื้นดินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ เหมือนเป็นการ 'หยั่งราก' ลงไปเลยครับ
ช่วงแรกๆ นั้นมันรู้สึกสงบเงียบอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะครับ เสียงนกร้อง เสียงใบไม้ไหว เสียงลมพัดผ่านตัวเบาๆ ทุกอย่างมันชัดเจนขึ้นมากๆ เลยครับ ปกติเราจะรีบร้อนจนมองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไปหมดเลยครับ แต่พอเราอยู่นิ่งๆ เรากลับได้ยิน ได้เห็น ได้สัมผัสทุกอย่างที่อยู่รอบตัวอย่างลึกซึ้งขึ้นเยอะเลยครับ
ผมพยายามจดจ่ออยู่กับลมหายใจเข้าออกครับ ปล่อยความคิดให้ลอยไปเรื่อยๆ โดยไม่ไปยึดติดกับมันครับ ช่วงนี้แหละที่ผมรู้สึก 'สว่าง' ครับ สว่างในแง่ของจิตใจนะครับ ไม่ใช่แสงแดดครับ มันเหมือนกับว่าจิตใจมันโปร่งโล่งขึ้น ได้ปลดปล่อยความกังวลบางอย่างออกไปครับ เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกดีมากๆ เลยครับ
แต่พอผ่านไปได้ประมาณ 4-5 ชั่วโมงเท่านั้นแหละครับ ความรู้สึก 'เมื่อยมาก' ก็เริ่มเข้ามาทักทายอย่างหนักหน่วงเลยครับ มันเริ่มต้นจากอาการชาๆ ที่ก้นและขาครับ จากนั้นก็เริ่มลามไปทั่วทั้งตัวครับ คอ แขน หลัง ทุกส่วนของร่างกายที่พยายามอยู่นิ่งๆ มันเริ่มประท้วงอย่างรุนแรงเลยครับ ผมพยายามจะไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียวนะครับ แต่มันยากมากๆ ครับ ต้องใช้พลังใจเยอะมากเลยครับ
ช่วงบ่าย แสงแดดเริ่มเปลี่ยนทิศทางครับ อากาศก็เริ่มร้อนขึ้นมาหน่อยครับ แม้จะอยู่ในร่มเงาต้นไม้ แต่ความร้อนที่อบอวลอยู่รอบตัวบวกกับความเมื่อยล้าที่สะสม ทำให้ผมอยากจะลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจเต็มทีแล้วครับ แต่ผมก็บอกกับตัวเองว่า 'เป็นก้อนหินนะ' 'เป็นก้อนหินนะ' ซ้ำๆ ในใจครับ
ช่วงกลางคืนนี่แหละครับที่เป็นบททดสอบที่แท้จริงเลยครับ อากาศเริ่มเย็นลงมากครับ ความมืดที่ปกคลุมเข้ามาทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงครับ จากที่ตอนกลางวันมีเสียงผู้คนบ้าง เสียงนกบ้าง แต่พอค่ำลงทุกอย่างก็เงียบสงัดครับ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไร กับเสียงลมที่พัดผ่านเบาๆ ครับ ความเหงาและความรู้สึกโดดเดี่ยวก็เริ่มคืบคลานเข้ามาครับ มันเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งมากๆ เลยครับ
ผมพยายามใช้ช่วงเวลานี้ในการพิจารณาตัวเองครับ คิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตอย่างช้าๆ ครับ เหมือนก้อนหินที่อยู่มานาน ได้เห็นทุกสิ่งหมุนเวียนเปลี่ยนไปครับ มันทำให้ผมเห็นภาพรวมของชีวิตตัวเองชัดเจนขึ้นเยอะเลยครับ
พอฟ้าเริ่มสาง สัญญาณของวันใหม่ก็มาเยือนครับ ผมรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ ร่างกายมันปวดไปหมดจนแทบจะขยับไม่ได้เลยครับ พอครบ 24 ชั่วโมงเป๊ะ ผมก็ค่อยๆ คลายตัวออกช้าๆ ครับ เหมือนได้เกิดใหม่เลยก็ว่าได้ครับ การได้ขยับร่างกายอีกครั้งมันรู้สึกวิเศษมากๆ ครับ
สรุปการทดลองเป็นก้อนหิน 24 ชั่วโมงของผมนะครับ
1. ความสงบ ได้มาเต็มๆ เลยครับ เป็นความสงบที่แท้จริง ทั้งทางกายและใจครับ
2. ความสว่าง จิตใจโปร่งโล่ง ได้ทบทวนตัวเองครับ
3. ความเมื่อยล้า อันนี้ได้มาเกินคาดเลยครับ ปวดไปทั้งตัวจริงๆ ครับ แต่ก็แลกมาด้วยความเข้าใจในคุณค่าของการเคลื่อนไหวครับ
ประสบการณ์นี้สอนให้ผมรู้ว่า การได้หยุดนิ่งบ้างมันดีนะครับ ได้กลับมาอยู่กับตัวเอง ได้สังเกตสิ่งรอบข้างครับ แต่การเคลื่อนไหวก็สำคัญไม่แพ้กันครับ มันทำให้เรารู้สึกมีชีวิตชีวา และได้ทำอะไรต่อมิอะไรครับ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์หรืออย่างน้อยก็สร้างรอยยิ้มให้เพื่อนๆ ได้บ้างนะครับ ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ