เกือบขิตยกเครื่องเพราะ "ขันนอตผิดขนาด"! ย้อนรอยเที่ยวบิน BA 5390 ปี 1990



เกือบขิตยกเครื่องเพราะ "ขันนอตผิดขนาด"! ย้อนรอยเที่ยวบิน BA 5390 ปี 1990
ที่กระจกห้องนักบินเกิดหลุดกลางอากาศจนกัปตันโดนดูดทะลุเครื่อง! ออกไปรับลมหนาว -17°C นานถึง 22 นาที ลูกเรือต้องช่วยดึงรั้งขาเอาไว้แบบสุดชีวิต…
.
นี่คือหนึ่งในเหตุการณ์ตำนานระทึกขวัญที่สุดในประวัติศาสตร์การบินพาณิชย์ที่เกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 1990 กับเที่ยวบินที่ 5390 ของสายการบินบริติชแอร์เวย์ (British Airways) ซึ่งใช้เครื่องบินโดยสารแบบบีเอซี วัน-อีเลฟเวน (BAC One-Eleven) นำผู้โดยสาร 81 คนและลูกเรือ 6 คน เดินทางจากเมืองเบอร์มิงแฮมมุ่งหน้าสู่เมืองมาลากา ประเทศสเปน
.
ขณะที่เครื่องบินไต่ระดับขึ้นไปถึงความสูง 17,300 ฟุตเหนือพื้นที่เมืองดิดคอต (Didcot) จู่ๆ กระจกบังลมด้านหน้าซ้ายของห้องนักบินก็ได้หลุดกระเด็นออกไปทั้งแผง! ส่งผลให้ความดันลดลงอย่างฉับพลัน ภายในเวลาเพียง 1.13 ถึง 1.46 วินาที
.
โดยสาเหตุนั้นเกิดจากการที่กระจกของเครื่องบินรุ่นนี้ถูกออกแบบให้ติดตั้งจากภายนอกตัวเครื่อง ไม่ใช่กระจกแบบอุดประกบจากภายใน (plug type) ที่ใช้แรงดันห้องโดยสารช่วยดันให้แน่นหนาขึ้น
.
อีกทั้งช่างบำรุงรักษาก็เพิ่งได้เปลี่ยนกระจกใหม่ก่อนบินเพียง 27 ชั่วโมงเท่านั้น แถมยังใช้นอตยึดที่ผิดขนาดอีก โดยนอตจำนวน 84 ตัวจากทั้งหมด 90 ตัวมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่ามาตรฐานประมาณ 0.026 นิ้ว และอีก 6 ตัวสั้นเกินไป ทำให้ไม่สามารถทนต่อแรงดันบรรยากาศที่แตกต่างกันอย่างรุนแรงระหว่างภายในและภายนอกได้
.
ด้วยแรงดันอากาศที่พุ่งออกไปภายนอกนี้ ซึ่งคำนวณได้สูงถึงประมาณ 5,357 ปอนด์ ก็ได้ดูดร่างของกัปตันทิโมธี แลงคาสเตอร์ (Timothy Lancaster) วัย 42 ปี ลอยทะลุออกไปนอกหน้าต่างไปเกินกว่าครึ่งลำตัวทันที!
.
ท่ามกลางกระแสลมแรงจัดและอุณหภูมิภายนอกที่หนาวเหน็บถึงลบ 17 องศาเซลเซียส กัปตันทิโมธี แลงคาสเตอร์ (Timothy Lancaster) รอดจากการถูกแรงดูดนี้ได้อย่างปาฏิหาริย์ เนื่องจากท่อนขาของเขาได้เข้าไปติดขัดอยู่ใต้แผงควบคุม (control column) พอดี
.
แม้ในช่วงแรกเขาจะพยายามบิดลำตัวหันกลับมาทางด้านในเพื่อหายใจ แต่ความหนาวเย็นและภาวะพร่องออกซิเจน (hypoxia) ทำให้เขาหมดสติไปอย่างรวดเร็ว
.
โดยกระแสลมปะทะ ได้อัดร่างของเขาให้แนบติดกับหลังคาด้านนอกของตัวเครื่องอย่างที่เห็นในภาพ
.
พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ไนเจล อ็อกเดน (Nigel Ogden) และ ไซมอน โรเจอร์ส (Simon Rogers) เห็นท่าไม่ดึจึงต้องรีบช่วยกันใช้กำลังแขนดึงรั้งท่อนขาของกัปตันไว้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนแม้แต่ตัวเองก็ได้รับบาดเจ็บไปด้วย (เนื้อเยื่อถูกทำลายจากความเย็นจัด (frostbite))
.
ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ที่คับขัน นักบินผู้ช่วยอลิสแตร์ แอทชิสัน (Alistair Atchison) วัย 39 ปี ก็ต้องรับหน้าที่คอยควบคุมเครื่องบินเพียงลำพัง
.
โดยเขาได้นำเครื่องลดระดับลงอย่างรวดเร็วเพื่อให้มีอากาศที่เพียงพอต่อการหายใจ และเขาก็ติดต่อหอควบคุมการบินแบบเร่งด่วน เพื่อขอนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินเซาแธมป์ตัน (Southampton Airport)
.
ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลา 22 นาทีหลังจากที่กัปตันโดนดูดออกไป นับว่าเป็นปาฏิหาริย์เลย เพราะทุกคนบนเครื่องบินรอดชีวิตทั้งหมด!
.
ทั้งนี้ จากการทดลองจริง (actual testing) และการจำลองสถานการณ์ทางวิศวกรรมในเวลาต่อมาโดยใช้โครงสร้างเครื่องบินจริงทดสอบขันนอตแบบเดิมยึด ทีมวิจัยก็พบว่านอตที่มีขนาดเล็กกว่ากำหนดจะเกิดการรูดหลุดที่ค่าแรงบิดเฉลี่ยเพียง 4.7 ปอนด์-นิ้วเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานความปลอดภัยอย่างมหาศาล
.
นอกจากนี้จากการตรวจสอบไขควงจำกัดแรงบิดที่ช่างใช้ก็ยังพบว่าจาระบีภายในนั้นเสื่อมสภาพแล้ง จนเกิดแรงเสียดทานตกค้างสูง ทำให้ช่างเข้าใจผิดว่าขันนอตแน่นหนาดีแล้วทั้งที่เกลียวยังหวานอยู่เลย
.
เพื่อตอบสนองต่ออุบัติเหตุครั้งสำคัญนี้และป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก หน่วยงานสืบสวนอุบัติเหตุทางอากาศและหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินจึงได้ออกมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น
.
สำหรับภาพประกอบที่ได้เห็นในโพสต์นี้ ไม่ใช่ภาพถ่ายจริงนะครับ แต่เป็นภาพจำลองสถานการณ์ จากภาพยนตร์สารคดีสืบสวนอุบัติเหตุทางอากาศที่สร้างขึ้นในเวลาต่อมา

[แหล่งอ้างอิง]
[1] Air Accidents Investigation Branch, Department of Transport. (1992). Report on the accident to BAC One-Eleven, G-BJRT over Didcot, Oxfordshire on 10 June 1990. Aircraft Accident Report 1/92. London: HMSO.
[2] MacGuill, D. (2022). Yes, a Pilot Really Did Survive Being Sucked Out of an Airplane in 1990. Snopes Fact Check.

SCIWAYS
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่