ข่าวไม่ด่วน สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสส่งเรือรบไปยังตะวันออกกลาง

กระทู้สนทนา
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

ชื่อวิดีโอ: NEW: UK, France send warships to Middle East (ใหม่: สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสส่งเรือรบไปยังตะวันออกกลาง)
ช่อง: Fox News
สรุปประเด็นสำคัญจากวิดีโอ:
• การส่งกำลังรบเพิ่มเติม: สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสได้ส่งเรือรบไปยังตะวันออกกลางเพื่อเข้าร่วมภารกิจรักษาความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงตรึงกำลังทหารจำนวนมากไว้ในภูมิภาคนี้เช่นกัน [00:00]
• ทำไมอิหร่านถึงยังไม่ยอมแพ้? แม้ว่าอิหร่านจะสูญเสียผู้นำ โครงสร้างพื้นฐาน และกองทัพเรือไปมาก แต่นาวาเอก บ็อบ เวลส์ (Bob Wells) อดีตทหารเรือสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า สาเหตุที่อิหร่านยังไม่ยอมแพ้เป็นเพราะพวกเขาถูกควบคุมโดยรัฐบาลกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งมีแนวคิดแบบปฏิวัติ พวกเขาไม่คิดจะเจรจา แต่เพียงแค่กำลังประวิงเวลาเท่านั้น [00:20]
• ปฏิบัติการช่วยลูกเรือที่ติดค้าง (Project Freedom): ปัจจุบันมีเรือสินค้าประมาณ 1,500 ลำ และลูกเรือกว่า 20,000 คนที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียมานานกว่า 60 วันแล้ว นาวาเอกเวลส์เสนอให้สหรัฐฯ เริ่ม "Project Freedom" อีกครั้ง เพื่อคุ้มกันและนำทางพาเรือเหล่านี้ให้เดินทางออกไปได้อย่างปลอดภัย [00:52]
• การทบทวนข้อตกลงหยุดยิง: นายพล แจ็ค คีน (Jack Keane) ให้ความเห็นว่าการหยุดยิงเมื่อเดือนที่แล้วเป็นไปตามความต้องการของอิหร่านที่ต้องการหยุดสงครามและประวิงเวลา โดยไม่มีการเจรจาใดๆ เกิดขึ้นจริง เขาและนาวาเอกเวลส์มองตรงกันว่า สหรัฐฯ ต้องมองความเป็นจริงและอาจต้องยกเลิกการหยุดยิงเพื่อกลับมากดดันอิหร่านอีกครั้ง [01:36]
• แผนการคุ้มกันการเดินเรือ: น่านน้ำทางฝั่งของประเทศโอมานในช่องแคบฮอร์มุซได้รับการเก็บกู้ทุ่นระเบิดจนปลอดภัยแล้ว [04:43] นาวาเอกเวลส์ระบุว่าช่องแคบนี้มีความกว้างประมาณ 1,000 หลา สหรัฐฯ สามารถใช้เรือรบ เฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ (Apache) และเครื่องบินขับไล่ A10 คอยบินคุ้มกันเรือสินค้าให้ผ่านเส้นทางนี้ได้ เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากโดรนและขีปนาวุธของอิหร่าน และตอกย้ำว่าช่องแคบฮอร์มุซคือน่านน้ำสากลที่จะยอมให้ถูกปิดกั้นไม่ได้ [03:48]


สรุปภาพรวมกองเรือนานาชาติ (ยกเว้นสหรัฐฯ) ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ณ วันที่ 11 พฤษภาคม 2026 โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่เพิ่งส่งไปเพิ่ม (Reinforcement) และกลุ่มที่ประจำการอยู่เดิม (Forward Deployed) พร้อมระวางขับน้ำดังนี้ครับ:


1. สหราชอาณาจักร (United Kingdom)
กลุ่มส่งไปเพิ่ม (Reinforcement - เพิ่งได้รับคำสั่งพฤษภาคม 2026):
• HMS Dragon (D35): เรือพิฆาตป้องกันภัยทางอากาศชั้น Type 45 — 8,500 ตัน (ย้ายด่วนจากเมดิเตอร์เรเนียนมายังช่องแคบฮอร์มุซ)
กลุ่มประจำการส่วนหน้า (Forward Deployed):
• HMS Diamond (D34): เรือพิฆาตชั้น Type 45 — 8,500 ตัน (ปฏิบัติการในทะเลแดง)
• HMS Lancaster (F229): เรือฟริเกตชั้น Type 23 — 4,900 ตัน (ประจำการหลักในอ่าวเปอร์เซีย)
• HMS Richmond (F239): เรือฟริเกตชั้น Type 23 — 4,900 ตัน
• RFA Cardigan Bay (L3009): เรือสนับสนุนการยกพลขึ้นบก (เรือแม่ของหน่วยกวาดทุ่นระเบิด) — 16,160 ตัน
• RFA Tidesurge (A138): เรือเติมน้ำมันและส่งกำลังบำรุง — 39,000 ตัน
• เรือกวาดทุ่นระเบิด (HMS Chiddingfold, Middleton, Bangor, Penzance): ระวางขับน้ำลำละ 600 - 750 ตัน
• HMS Anson (S123): เรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Astute — 7,400 ตัน


2. ฝรั่งเศส (France)
กลุ่มส่งไปเพิ่ม (Reinforcement - กองเรือ CSG ที่นำภารกิจใหม่):
• Charles de Gaulle (R91): เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ (เรือธง) — 42,500 ตัน
• Chevalier Paul (D621): เรือพิฆาตป้องกันภัยทางอากาศชั้น Horizon — 7,000 ตัน
• FS Alsace (D656): เรือฟริเกตชั้น FREMM DA — 6,000 ตัน
• Jacques Chevalier (A725): เรือส่งกำลังบำรุง — 31,000 ตัน
• เรือดำน้ำชั้น Suffren (SNA): เรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ — 5,300 ตัน


3. อิตาลี (Italy)
กลุ่มประจำการและสนับสนุน (Operation Aspides):
• Andrea Doria (D553): เรือพิฆาตชั้น Horizon (เรือธงของภารกิจยุโรป) — 7,050 ตัน
• Federico Martinengo (F596): เรือฟริเกตชั้น FREMM — 6,700 ตัน
• Luigi Rizzo (F595): เรือฟริเกตชั้น FREMM — 6,700 ตัน


4. กรีซ (Greece)
กลุ่มประจำการและสนับสนุน:
• HS Kimon (F601): เรือฟริเกตชั้น FDI (Belharra) ลำใหม่ล่าสุด — 4,500 ตัน
• HS Psara (F454): เรือฟริเกตชั้น Hydra — 3,350 ตัน


5. สเปน (Spain)
กลุ่มประจำการและสนับสนุน:
• Cristóbal Colón (F105): เรือพิฆาตชั้น F100 (ระบบ Aegis) — 6,391 ตัน
• Cantabria (A15): เรือส่งกำลังบำรุงขนาดใหญ่ — 19,500 ตัน


6. เนเธอร์แลนด์ (Netherlands)
กลุ่มส่งไปเพิ่ม (สมทบกองเรือฝรั่งเศส):
• HNLMS Evertsen (F805): เรือฟริเกตชั้น De Zeven Provinciën — 6,050 ตัน


7. เยอรมนี (Germany)
กลุ่มสนับสนุนส่วนหน้า:
• Fulda (M1058): เรือกวาดทุ่นระเบิด — 650 ตัน
• Mosel (A512): เรือสนับสนุนและส่งกำลังบำรุง — 3,500 ตัน


กองกำลังทั้งหมดนี้ (ยกเว้นสหรัฐฯ) มีระวางขับน้ำรวมกันมหาศาล และเป็นการรวมเทคโนโลยีเรดาร์ที่ทันสมัยที่สุดของยุโรปมาไว้ในที่เดียว เพื่อสร้าง "โดมป้องกัน" ในพื้นที่ขัดแย้งครับ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่