“สหฟาร์ม” ทะยาน 2 แสนตัน ปั้น Global Food Company



KEY POINTS
ไม่ได้มีแค่ไก่! สหฟาร์มก้าวสู่การเป็น "Global Food Company" เต็มรูปแบบ ชู "ปลาดุกไทย" สินค้าเรือธงตัวใหม่ เตรียมปัดฝุ่นธุรกิจดั้งเดิม ปั้นปลาน้ำจืดไทยให้ Go Global ยืนหนึ่งในตลาดโลก

พลิกวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ให้เป็นโอกาส "จารุวรรณ โชติเทวัญ" ถอดบทเรียนจากสงครามตะวันออกกลาง เดินหน้าจัดทัพสินค้าบุกตลาดใหม่ พิสูจน์วิสัยทัศน์ผู้นำที่มองเห็นโอกาสในทุกมรสุม ต่อยอดความสำเร็จสู่บริษัทอาหารระดับโลก

หลังออกจากแผนฟื้นฟูกิจการเมื่อปี 2565 สหฟาร์ม กลับมาอยู่ภายใต้การบริหารงานของทายาทรุ่นที่ 2 “น้ำผึ้ง” จารุวรรณ โชติเทวัญ ในตำแหน่ง

ประธานสายการตลาดต่างประเทศ บัญชี การเงิน และเลขานุการประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหฟาร์ม จำกัด ทำให้ยอดส่งออกกลับมาเติบโตจากแสนล้านตันสู่ 2 แสนตันในปี 2568 

ปี 2569 แม้จะเป็นปีที่ท้าทายจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และได้รับผลกระทบเต็มๆจากสงครามในตะวันออกกลาง แต่เธอกลับมองว่า วิกฤตนี้ คือ โอกาส โดยเฉพาะในเรื่องของอาหาร
และจากนี้ไป สหฟาร์ม จะไม่ได้มีแค่ไก่ อีกต่อไป แต่จะมีสินค้าประเภทปลาน้ำจืดของไทย โดยเริ่มทดลองจาก ปลาดุก ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า มีรสชาติ ที่สามารถยืนหนึ่งในตลาดโลกได้ 
ถอดรหัสความสำเร็จ โต 100% ภายใน 2 ปี
ย้อนกลับไปในปี 2565 สหฟาร์มมียอดส่งออกอยู่ที่ 110,000 ตัน แต่เพียงแค่ 2 ปีถัดมา ตัวเลขดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นถึง 220,000 ตัน หรือเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดดถึง 100%
น้ำผึ้ง จารุวรรณ เล่าว่านี่คือผลจากการทุ่มเททำงานอย่างหนัก โดยยึดหลักปรัชญาที่คุณพ่อ ปัญญา โชติเทวัญ ที่วางรากฐานปรัชญาในการทำงานไว้ คือ “โปร่งแสง น้ำใส สะอาด บริสุทธิ์ ยุติธรรม” และความซื่อสัตย์ต่อองค์กร

"ปลาดุกไทย" จึงเป็นก้าวต่อไปที่น่าจับตาของสหฟาร์มที่จะไม่หยุดอยู่แค่ "ไก่" อีกต่อไป น้ำผึ้ง จารุวรรณ กำลังปลุกปั้นโปรเจกต์ปลาน้ำจืด โดยเริ่มจาก "ปลาดุก" ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมของคุณพ่อเมื่อ 30 ปีที่แล้ว มาปัดฝุ่นใหม่ให้ Go Global ด้วยการยกระดับมาตรฐานฟาร์มปลาให้เทียบเท่ามาตรฐานส่งออกและมาตรฐานฮาลาล
ปัจจุบันเธอขยายจากปลาดุกไปสู่ปลานิล และกำลังทดลองเพาะเลี้ยงปลาสลิดตามความต้องการของคู่ค้า "ถ้าไก่ของเราไปทั่วโลกได้ ทำไมปลาไทยจะทำไม่ได้" นี่คือความมุ่งมั่นที่จะผลักดันปลาน้ำจืดให้เป็น Creative Economy และสร้างรายได้ให้ชุมชน

เมื่อ "วิกฤต" คือ "วิชา" พลิกเกมสงครามตะวันออกกลาง
แม้ในปี 2569 สถานการณ์โลกจะตึงเครียดจากสงครามในตะวันออกกลางที่กระทบต่อพอร์ตการส่งออกโดยตรง จนเรือต้องตีกลับ แต่เธอกลับใช้สติปัญญาบริหารจัดการด้วยการ Allocation สินค้าไปสู่ตลาดอื่นทดแทน
เธอยึดคำสอนของคุณพ่อที่ว่า วิกฤตคือโอกาสที่จะได้ใช้ความรู้และสติปัญญาในการแก้ไขปัญหา และเมื่อแก้ได้ มันจะกลายเป็น "วิชา" ติดตัวเราไป
ความสำเร็จของแบรนด์ "Pauldy" (พอดี้) ในช่วงโควิด-19 คือบทพิสูจน์ชัดเจน จากวิกฤตที่คนออกไปซื้อของไม่ได้ เธอจึงสร้างนวัตกรรม "ไก่อารมณ์ดี" ที่เลี้ยงด้วยสมุนไพร ฟังเพลงคลาสสิก และปราศจากสารเร่ง เพื่อตอบโจทย์สุขภาพของผู้บริโภค
DNA โชติเทวัญ จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูกที่ยั่งยืน
ในบทบาทของ เวิร์กกิ้ง มัม น้ำผึ้ง จารุวรรณ ไม่เพียงแค่บริหารธุรกิจ แต่เธอยังส่งต่อ Mindset การทำงานให้กับลูกสาวรุ่นที่ 3 เธอเลือกที่จะสอนปรัชญาการทำงานของคุณพ่อทั้งหมดเพื่อให้ลูกได้เลือกใช้ในแบบของตัวเอง
การก้าวขึ้นมานำทัพสหฟาร์มของทายาทรุ่นที่ 2  จึงไม่ใช่แค่เรื่องของสายเลือด แต่คือการพิสูจน์ฝีมือผ่านการเรียนรู้ พัฒนาตนเองให้คู่ควรกับตำแหน่ง และการบริหารงานด้วย "ความรัก" ที่มีต่อองค์กรเหมือนที่คุณพ่อคุณแม่สร้างมากับมือ

จากยอดส่งออก 2 แสนตันในวันนี้ สหฟาร์มภายใต้การนำของ น้ำผึ้ง จารุวรรณ โชติเทวัญ กำลังพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า อาหารไทยมีศักยภาพไร้ขีดจำกัด หากรู้จักปรับตัวและมองเห็นโอกาสในท่ามกลางมรสุม


คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่