สอดสร้อยมาลา: การเมือง ความรัก กลสอดประสานอันน่าทึ่ง

เป็นละครฟอร์มเล็ก ที่เล่าเรื่องไม่เล็ก คือ ปัญหาบ้านเมืองในช่วงเปลี่ยนผ่าน
จากสมบูรณาญาสิทธิราช สู่ประชาธิไตย
ความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ถูกถ่ายทอดให้เห็นผ่านกลุ่มคนที่ประกอบ
อาชีพละครรำ ซึ่งกำลังถูก disrupt ในยุคนั้น

เราให้คะแนนสูงทุกหมวดด้านความคุ้มค่า ในความเล็กแต่ลึก ลงตัวและกลมกล่อม
ไม่ว่าบทละคร คอสตูม ฉาก  ดนตรี การกำกับ การแสดงที่ออกมากำลังดี
รีวิวสอดสร้อยมาลา: ฟาติมามี Vibe นางเอก สุชาดา มีแววทางการแสดง
(ข้อเสีย มีเรื่องเดียวคือ วิคผมของมาลาในวัยหลังแต่งงาน  
ที่เลือกมา ทำให้ออร่านักแสดงแผ่วลง)

สำหรับการนั่งดูฟรีผ่านจอโทรทัศน์ แอบแปลกใจ
ประเทศไทย ละครที่ทำให้ดูฟรี  ปราณีตกว่างานภาพยนตร์ ที่ต้องจ่ายเงินเข้าไปดู

น่าจะได้นำเสนอสู่สายตาชาวต่างชาติ พวกเขาจะทราบว่า
แม้ความคิดเห็นทางการเมืองจะแตกต่างกันในสังคม
คนไทยยังคงนับถือและจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
สายสัมพันธ์เชื้อพระวงศ์กับคนไทยในบทบาทอุปถัมภ์ทั้งตัวบุคคลและศิลปวัฒนธรรม

รวมถึงรำไทย ที่ so amazing คืนชีวิตในบริบทประวัติศาสตร์ตามเนื้อเรื่อง

เรื่องราวสอดประสาน ความรักกับการเมือง สลับขั้ว ออกมาสมชื่อ "สอดสร้อยมาลา"
subplots แต่ละช็อต เกินคาดเดา มีว๊าวหลายช่วง ไม่แน่ใจว่า นำมาจากต้นฉบับนวนิยายเรื่องใดหรือไม่
ถ้าไม่ สมควรเอาไปแข่งขันรางวัลนานาชาติ นอกจากนี้ มีความกลมกล่อมในแบบที่องค์ประกอบ
ทั้งหมดกลมกลืน ทั้ง ความอ่อนช้อย ความอ่อนโยน ความรัก การเล่าเรื่องในแบบสีขาว ชมพู
และค่อยๆมีวิวัฒนาการสู่สีเจ็บแสบ วุ่นวาย รวมถึงการใช้สัญลักษณ์ในการสื่อความ
รีวิวสอดสร้อยมาลา: พี่อู๋ แม่ครู และปิ่นในมือพี่หมิว

หงสาวดี สกุณาซ่อนรัก และสอดสร้อยมาลา ไม่ได้เป็นเพียงคุณภาพอีกระดับของละครไทย
แต่ยืนยันความสำเร็จในการ transform ของช่องวัน สู่การสร้างผลงานยุคใหม่แบบท็อปฟอร์ม

นำเสนอโดยสามารถบาลานซ์ขั้วการเมืองออกมาได้ดี
อนุรักษ์นิยม มีข้อด้อย คือ ความไม่เป็นธรรมในระบบราชการ เจ้านายเลื่อนขั้นเร็วกว่า เป็นที่เกรงใจมากกว่า
ข้อดี คือ ระบบนี้มาจากการหล่อหลอมให้นักปกครองคิดแบบชนชั้นสูง
เชื้อพระวงศ์ ไม่ได้ทรงอำนาจได้เพราะ กม แต่ดำรงอยู่ได้เพราะ mindset ที่มีการปลูกฝัง
ไม่ว่ามารยาท วิชาความรู้ การเสียสละ ความรู้สึกว่าประชาชนคือคนที่ต้องดูแล
ศิลปะคือวัฒนธรรมประจำชาติที่ต้องรักษา
ด้วยบทบาทชนชั้นสูงในฐานะผู้อุปถัมภ์ ให้ทั้งการฝึกฝน ความอบอุ่น การชุบเลี้ยง
ให้โอกาสทางสังคมและความสำเร็จ จึงไม่แปลก ที่ตัวละครสามัญชน รู้สึกรักและจงรักภักดี

ตัวละครขุนนางเชื้อสายเจ้าถูกนำเสนอออกมาหลากหลายแบบ
ตั้งแต่นิสัยดุจเทพ มีความเยือกเย็น ซ่อนความเจ็บปวด สง่า ไม่วู่วาม
ไปจนถึงแสดงออกในด้านลบ เช่น เคยชินกับการแสดงอำนาจ มีภรรยาหลายคน
ในยุคที่การเป็นชนชั้นปกครอง ถูกกำหนดโดยชาติกำเนิด

ส่วนฝ่ายที่จะยึดอำนาจ มองว่า ระบบเดิมไม่แฟร์ ไม่เท่าเทียม ไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะดูแลประเทศ
การให้อำนาจกับประชาชน สร้างกลุ่มนักปกครองกลุ่มใหม่ไต่เต้าสู่อำนาจได้ผ่านการเลือกตั้ง
น่าจะเป็นการแสวงหาชนชั้นนำที่ได้คุณภาพมากกว่า สู้งานกว่า
ด้านหนึ่งคือกลุ่มคนที่มีเป้าหมายเชิงอำนาจ แต่อีกด้าน คือคำอธิบายที่มีเหตุผลรองรับ

ละครได้ให้สัญญาณด้านข้อกังวล อาทิ แนวทางใหม่
มีแผนอนาคตที่ยังไม่ชัดและความไม่พร้อมของประชาชน(ที่จะมีอำนาจคุมรัฐบาล)
อาจนำประเทศไปสู่เผด็จการในโฉมหน้าประชาธิปไตย

ตัวละครฝ่ายที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง ย้ำชัด
"ชาติสำคัญกว่าความสุขส่วนตน ประชาชนสำคัญกว่าความกตัญญู"
ละครได้แสดงให้เห็นความหลากหลายของนักปฏิวัติ ตั้งแต่ผู้ที่มีความเชื่อสุดโต่ง ไปจนถึง คนที่ยังกลางๆ
ไม่ได้เกลียดฝ่ายตรงข้าม รู้จักแยกแยะ แต่ปมความขัดแย้งด้านความรัก และปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำในยุควิกฤต
ผลักให้ตัวละครเข้าสู่เขตพื้นที่อันตรายได้อย่างไม่ลังเล

เราได้เรียนรู้อะไรบ้างจากเรื่องนี้
โชคชะตาของปัจเจกบุคคล พลิกผันได้ด้วยการเมือง
แม้บางคนจะไม่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยตรง
ทุกกลุ่มการเมือง มีข้อดี ข้อด้อย จุดอ่อน จุดแข็ง
ความขัดแย้งมาจากต่างฝ่ายต่างมีจุดยืนที่แข็งแรง
เชื่อว่า กาลเวลาจะสอนให้พวกเขาได้ถอยออกมาแล้วเห็นปัญหาเล็กลง
และเห็นโลกในมุมความสัมพันธ์ด้านอื่นด้วย

สอดสร้อยมาลา ไม่ได้เป็นละครที่สร้างขึ้นเพื่อชี้นำทางการเมือง
ถ้าใช่ ชาวเน็ตคงไม่ปล่อยไว้ คงลุกมาวิจารณ์ต่อต้าน
ละครเรื่องนี้มีจุดยืนอยู่ตรงกลาง ให้เรามองคนทุกกลุ่ม และตัวละครทุกตัวผ่านปรัชญาความงามของชีวิต
คนรุ่นใหม่ พึงทำความเข้าใจปรากฎการณ์ความขัดแย้งผ่านปัญญา
และพิเศษสุด ในความขัดแย้งใดใด คนไทยยังคงรักกัน
เชื่อว่า เรื่องราวของ สร้อย กับ มาลา น่าจะสะท้อนภาพในนิมิตรนั้น
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่