“เอเดลไวส์” ดอกไม้จากพระราชเสาวนีย์ สู่การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกลในการส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงของไทย โดยเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์
"ดอกเอเดลไวส์" ซึ่งมีถิ่นกำเนิดบนเทือกเขาแอลป์ในยุโรป ให้แก่มูลนิธิโครงการหลวงเพื่อทำการศึกษาและวิจัย พระองค์ทรงติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดและทรงมีพระราชดำรัสชื่นชมเจ้าหน้าที่ในความสำเร็จของการเพาะพันธุ์ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดเชียงใหม่ในปี ๒๕๖๓ ว่าในอนาคตพสกนิกรชาวไทยจะได้ชื่นชมความงามของราชินีแห่งเทือกเขาแอลป์นี้ได้ ณ โครงการหลวง โดยไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงต่างแดน
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงสนับสนุนงานวิจัยเชิงลึก ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านพืชได้นำเมล็ดพันธุ์พระราชทานมาพัฒนาผ่านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจนได้ต้นกล้าที่แข็งแรง และสามารถปรับตัวเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จนสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ความสำเร็จนี้มิได้หยุดอยู่เพียงความสวยงาม แต่ยังต่อยอดสู่
"นวัตวิจัย" โดยการสกัดสาร Leontopodic acid จากดอกเอเดลไวส์ ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระสูงและป้องกันรังสี UV มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์วิทยาศาสตร์ความงาม เช่น โลชั่นกันแดดสำหรับผิวกาย สร้างความภาคภูมิใจให้แก่นักวิจัยไทยเป็นอย่างยิ่ง
พระราชกรณียกิจนี้สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการ
"สืบสาน รักษา และต่อยอด" งานของมูลนิธิโครงการหลวงอย่างเป็นรูปธรรม โดยทรงเปลี่ยนพืชต่างถิ่นให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง นวัตกรรมจากดอกเอเดลไวส์จึงมิใช่เพียงผลสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ แต่คือดอกผลแห่งน้ำพระราชหฤทัยที่มุ่งหวังให้พสกนิกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนบนผืนแผ่นดินไทย
#ทรงพระเจริญ #สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณพระบรมราชินี #วันเฉลิมพระชนมพรรษา #๓มิถุนายน๒๕๖๙ #ดอกเอเดลไวส์ #โครงการหลวง #สืบสานรักษาต่อยอด #เกษตรที่สูง #Edelweiss
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรชาวจังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมารอเฝ้าฯ รับเสด็จและชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด ณ อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
ระหว่างที่ทอดพระเนตรนิทรรศการมูลนิธิโครงการหลวง
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชดำรัสชื่นชมเจ้าหน้าที่โครงการหลวงที่ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ดอกเอเดลไวส์ ว่า
ในอนาคตข้างหน้าคนไทยไม่ต้องไปชื่นชมดอกไม้พันธุ์นี้ไกลถึงยุโรป (ดอกไม้ประจำชาติสวิสเซอร์แลนด์ เป็นพันธุ์ไม้ที่พบในเขตหนาวหรือเขตอบอุ่นในประเทศโซนยุโรป และเป็นดอกไม้ที่น่าหลงใหลแห่งเทือกเขาแอลป์ Edelweiss เป็นไม้ดอกขนาดเล็ก) แค่มาที่โครงการหลวงก็สามารถชื่นชมความงดงามของดอกเอเดลไวส์ได้แล้ว
อนึ่
ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงสนพระทัยในงานวิจัยที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะการเพาะพันธุ์ดอกไม้เมืองหนาว อย่างดอกเอเดลไวส์ และพระราชทานต้นเอเดลไวส์ ให้แก่มูลนิธิโครงการหลวง เมื่อปีพุทธศักราช 2562 เพื่อนำไปวิจัย ทดสอบ ขยาย และเพาะพันธุ์ โดยเริ่มดำเนินการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และพัฒนาสูตรอาหารที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตในสภาพปลอดเชื้อ ที่ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านพืช ของมูลนิธิโครงการหลวง
ผลจากการวิจัยในห้องปฏิบัติการพบว่า ต้นกล้าเอเดลไวส์ปลอดโรค เจริญเติบโตแข็งแรง และมีระบบรากที่สมบูรณ์ จึงได้นำอนุบาลในโรงเรือนสภาพปิด มีการป้องกันโรคและแมลง จากนั้นนำไปทดสอบการปลูกในพื้นที่ของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ สามารถเจริญเติบโต และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี ขณะนี้สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ สามารถขยายพันธุ์ต้นเอเดลไวส์และออกดอกได้แล้วมากกว่า 4,450 ต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการวิจัย นำดอกมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว และเจลเทียน เพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรบนพื้นที่สูงต่อไป
ขอบคุณข้อมูล เฟซบุ๊ก สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ The Royal Agricultural Station Inthanon
#ทรงพระเจริญ
#สืบสานรักษาต่อยอด
#ดอกเอเดลไวส์
"สมัยก่อนสมเด็จย่าท่านต้องปีนขึ้นไป
ปีนเดินเขาขึ้นไปเพื่อจะไปชื่นชมดอกเอเดลไวส์ค่ะ
ไม่ต้องการดิน เขาจะขึ้นอยู่ตามหน้าผาหรือว่าหินอย่างนี้ค่ะ
ถือว่าเราประสบความสำเร็จสุดยอดของโครงการหลวง
เราจะได้ชักชวนนักท่องเที่ยวมาชมเอเดลไวส์เมืองไทย
เพราะจริงๆ เอเดลไวส์เป็นดอกไม้ที่ถือว่าแม้แต่คนเมืองนอก
เองก็ต้องเดินขึ้นภูเขาขึ้นไปเพื่อจะไปชมค่ะ ยังไงก็ฝาก
ให้ส่งเสริมต่อไปนะคะ"
รับสั่งในสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี
เมื่อเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรชาวจังหวัดเชียงใหม่
ณ อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563
ระหว่างที่ทอดพระเนตรนิทรรศการมูลนิธิโครงการหลวง
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชดำรัส
ชื่นชมเจ้าหน้าที่โครงการหลวงที่ประสบความสำเร็จ
ในการเพาะพันธุ์ดอกเอเดลไวส์
เอเดลไวส์ อันเป็นพืชต่างถิ่นที่มีถิ่นกำเนิด และเจริญเติบโต
ได้ดีในแถบยุโรป บริเวณเทือกเขาแอลป์ ซึ่งมีความสูง
จากระดับน้ำทะเล1,500-3000 เมตร
พระองค์ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ให้แก่มูลนิธิ
โครงการหลวง เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2562
เพื่อนำไปวิจัยและพัฒนาร่วมกับศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพ
ทางด้านพืช ซึ่งฝ่ายงานวิจัยและพัฒนาได้ดำเนินการเพาะ
เลี้ยงเนื้อเยื่อ
จากนั้นนำต้นกล้าไปทดสอบปลูกเลี้ยงในพื้นที่ของสถานี
เกษตรหลวงอินทนนท์ และสถานีวิจัยพบว่า ต้นเอเดลไวส์
สามารถเจริญเติบโต และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม
ในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี
Credit
: matichon
: wednesdayhmsv
ดอกเอเดลไวส์ (Edelweiss) (ชื่อวิทยาศาสตร์: Leontopodium alpinum)
ดอกไม้ประจำพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี คือ ดอกเอเดลไวส์ (Edelweiss) เป็นดอกไม้สีขาวเงินที่ได้รับฉายาว่า
"ราชินีดอกไม้แห่งเทือกเขาแอลป์" สื่อถึงความรักแท้ ความกล้าหาญ และความมั่นคง อีกทั้งยังทรงพระราชทานคำแนะนำให้โครงการหลวงนำมาปลูกในประเทศไทย
ความหมายและสัญลักษณ์ : สื่อถึงความรักที่ลึกซึ้ง การอุทิศตัว ความสะอาดบริสุทธิ์ และความสง่างาม ซึ่งสะท้อนถึงพระจริยวัตรได้เป็นอย่างดี
ความเชื่อมโยงกับพระราชประวัติ : พระองค์เคยทรงปฏิบัติภารกิจและประสบการณ์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งดอกเอเดลไวส์เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญที่ขึ้นตามโขดหินสูง
ทรงส่งเสริมการปลูก : สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงสนพระทัยและมีพระราชดำรัสแนะให้โครงการหลวงปลูกและวิจัยดอกเอเดลไวส์ในไทย
ดอกไม้แห่งความภักดี : เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความรักและความจงรักภักดีที่พระองค์มีต่อพระราชสวามีและประชาชน
💜💐🌺🌻 “ดอกเอเดลไวส์” ดอกไม้จากพระราชเสาวนีย์ “สมเด็จย่า” ถึง “พระราชินีสุทิดา” สู่การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
“เอเดลไวส์” ดอกไม้จากพระราชเสาวนีย์ สู่การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกลในการส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงของไทย โดยเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ "ดอกเอเดลไวส์" ซึ่งมีถิ่นกำเนิดบนเทือกเขาแอลป์ในยุโรป ให้แก่มูลนิธิโครงการหลวงเพื่อทำการศึกษาและวิจัย พระองค์ทรงติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดและทรงมีพระราชดำรัสชื่นชมเจ้าหน้าที่ในความสำเร็จของการเพาะพันธุ์ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดเชียงใหม่ในปี ๒๕๖๓ ว่าในอนาคตพสกนิกรชาวไทยจะได้ชื่นชมความงามของราชินีแห่งเทือกเขาแอลป์นี้ได้ ณ โครงการหลวง โดยไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงต่างแดน
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงสนับสนุนงานวิจัยเชิงลึก ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านพืชได้นำเมล็ดพันธุ์พระราชทานมาพัฒนาผ่านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจนได้ต้นกล้าที่แข็งแรง และสามารถปรับตัวเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จนสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ความสำเร็จนี้มิได้หยุดอยู่เพียงความสวยงาม แต่ยังต่อยอดสู่ "นวัตวิจัย" โดยการสกัดสาร Leontopodic acid จากดอกเอเดลไวส์ ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระสูงและป้องกันรังสี UV มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์วิทยาศาสตร์ความงาม เช่น โลชั่นกันแดดสำหรับผิวกาย สร้างความภาคภูมิใจให้แก่นักวิจัยไทยเป็นอย่างยิ่ง
พระราชกรณียกิจนี้สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการ "สืบสาน รักษา และต่อยอด" งานของมูลนิธิโครงการหลวงอย่างเป็นรูปธรรม โดยทรงเปลี่ยนพืชต่างถิ่นให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง นวัตกรรมจากดอกเอเดลไวส์จึงมิใช่เพียงผลสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ แต่คือดอกผลแห่งน้ำพระราชหฤทัยที่มุ่งหวังให้พสกนิกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนบนผืนแผ่นดินไทย
#ทรงพระเจริญ #สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณพระบรมราชินี #วันเฉลิมพระชนมพรรษา #๓มิถุนายน๒๕๖๙ #ดอกเอเดลไวส์ #โครงการหลวง #สืบสานรักษาต่อยอด #เกษตรที่สูง #Edelweiss
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรชาวจังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมารอเฝ้าฯ รับเสด็จและชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด ณ อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
ระหว่างที่ทอดพระเนตรนิทรรศการมูลนิธิโครงการหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชดำรัสชื่นชมเจ้าหน้าที่โครงการหลวงที่ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ดอกเอเดลไวส์ ว่า
ในอนาคตข้างหน้าคนไทยไม่ต้องไปชื่นชมดอกไม้พันธุ์นี้ไกลถึงยุโรป (ดอกไม้ประจำชาติสวิสเซอร์แลนด์ เป็นพันธุ์ไม้ที่พบในเขตหนาวหรือเขตอบอุ่นในประเทศโซนยุโรป และเป็นดอกไม้ที่น่าหลงใหลแห่งเทือกเขาแอลป์ Edelweiss เป็นไม้ดอกขนาดเล็ก) แค่มาที่โครงการหลวงก็สามารถชื่นชมความงดงามของดอกเอเดลไวส์ได้แล้ว
อนึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงสนพระทัยในงานวิจัยที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะการเพาะพันธุ์ดอกไม้เมืองหนาว อย่างดอกเอเดลไวส์ และพระราชทานต้นเอเดลไวส์ ให้แก่มูลนิธิโครงการหลวง เมื่อปีพุทธศักราช 2562 เพื่อนำไปวิจัย ทดสอบ ขยาย และเพาะพันธุ์ โดยเริ่มดำเนินการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และพัฒนาสูตรอาหารที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตในสภาพปลอดเชื้อ ที่ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านพืช ของมูลนิธิโครงการหลวง
ผลจากการวิจัยในห้องปฏิบัติการพบว่า ต้นกล้าเอเดลไวส์ปลอดโรค เจริญเติบโตแข็งแรง และมีระบบรากที่สมบูรณ์ จึงได้นำอนุบาลในโรงเรือนสภาพปิด มีการป้องกันโรคและแมลง จากนั้นนำไปทดสอบการปลูกในพื้นที่ของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ สามารถเจริญเติบโต และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี ขณะนี้สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ สามารถขยายพันธุ์ต้นเอเดลไวส์และออกดอกได้แล้วมากกว่า 4,450 ต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการวิจัย นำดอกมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว และเจลเทียน เพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรบนพื้นที่สูงต่อไป
ขอบคุณข้อมูล เฟซบุ๊ก สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ The Royal Agricultural Station Inthanon
#ทรงพระเจริญ
#สืบสานรักษาต่อยอด
#ดอกเอเดลไวส์
"สมัยก่อนสมเด็จย่าท่านต้องปีนขึ้นไป
ปีนเดินเขาขึ้นไปเพื่อจะไปชื่นชมดอกเอเดลไวส์ค่ะ
ไม่ต้องการดิน เขาจะขึ้นอยู่ตามหน้าผาหรือว่าหินอย่างนี้ค่ะ
ถือว่าเราประสบความสำเร็จสุดยอดของโครงการหลวง
เราจะได้ชักชวนนักท่องเที่ยวมาชมเอเดลไวส์เมืองไทย
เพราะจริงๆ เอเดลไวส์เป็นดอกไม้ที่ถือว่าแม้แต่คนเมืองนอก
เองก็ต้องเดินขึ้นภูเขาขึ้นไปเพื่อจะไปชมค่ะ ยังไงก็ฝาก
ให้ส่งเสริมต่อไปนะคะ"
รับสั่งในสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี
เมื่อเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรชาวจังหวัดเชียงใหม่
ณ อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563
ระหว่างที่ทอดพระเนตรนิทรรศการมูลนิธิโครงการหลวง
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชดำรัส
ชื่นชมเจ้าหน้าที่โครงการหลวงที่ประสบความสำเร็จ
ในการเพาะพันธุ์ดอกเอเดลไวส์
เอเดลไวส์ อันเป็นพืชต่างถิ่นที่มีถิ่นกำเนิด และเจริญเติบโต
ได้ดีในแถบยุโรป บริเวณเทือกเขาแอลป์ ซึ่งมีความสูง
จากระดับน้ำทะเล1,500-3000 เมตร
พระองค์ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ให้แก่มูลนิธิ
โครงการหลวง เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2562
เพื่อนำไปวิจัยและพัฒนาร่วมกับศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพ
ทางด้านพืช ซึ่งฝ่ายงานวิจัยและพัฒนาได้ดำเนินการเพาะ
เลี้ยงเนื้อเยื่อ
จากนั้นนำต้นกล้าไปทดสอบปลูกเลี้ยงในพื้นที่ของสถานี
เกษตรหลวงอินทนนท์ และสถานีวิจัยพบว่า ต้นเอเดลไวส์
สามารถเจริญเติบโต และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม
ในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี
Credit
: matichon
: wednesdayhmsv
ดอกเอเดลไวส์ (Edelweiss) (ชื่อวิทยาศาสตร์: Leontopodium alpinum)
ดอกไม้ประจำพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี คือ ดอกเอเดลไวส์ (Edelweiss) เป็นดอกไม้สีขาวเงินที่ได้รับฉายาว่า "ราชินีดอกไม้แห่งเทือกเขาแอลป์" สื่อถึงความรักแท้ ความกล้าหาญ และความมั่นคง อีกทั้งยังทรงพระราชทานคำแนะนำให้โครงการหลวงนำมาปลูกในประเทศไทย
ความหมายและสัญลักษณ์ : สื่อถึงความรักที่ลึกซึ้ง การอุทิศตัว ความสะอาดบริสุทธิ์ และความสง่างาม ซึ่งสะท้อนถึงพระจริยวัตรได้เป็นอย่างดี
ความเชื่อมโยงกับพระราชประวัติ : พระองค์เคยทรงปฏิบัติภารกิจและประสบการณ์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งดอกเอเดลไวส์เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญที่ขึ้นตามโขดหินสูง
ทรงส่งเสริมการปลูก : สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงสนพระทัยและมีพระราชดำรัสแนะให้โครงการหลวงปลูกและวิจัยดอกเอเดลไวส์ในไทย
ดอกไม้แห่งความภักดี : เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความรักและความจงรักภักดีที่พระองค์มีต่อพระราชสวามีและประชาชน