JJNY : 5in1 เท้งเผยคำร้องยื่นสภาฯ11 พ.ค.│ธนาธารจี้สืบเพิ่มปมหนุ่มจีน│เท้งไม่ค้านแต่ชวนคิด│เท้งไม่หวั่นโพล│เท้งโยนไอซ์แจง

กระทู้ข่าว
เท้ง เผยคำร้อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านเสร็จแล้ว ยื่นสภาฯ11 พ.ค. แจง ปมไม่หยิบใช้ร่าง ปชป.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5711982
.

.
‘เท้ง’ เผยคำร้อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านเสร็จแล้ว คาดยื่นสภาฯ 11 พ.ค. แจง ปมไม่หยิบใช้ร่าง ‘ประชาธิปัตย์’ ทั้งที่เสนอก่อน เพราะกลัวเขียนไม่รัดกุม-รอบคอบเพียงพอ ย้อน ‘อนุทิน’ การรับผิดชอบที่ดีที่สุด โยกส่วนเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ไม่เร่งด่วนมาใช้งบฯ 70 แทน
.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 พฤษภาคม ที่หน้าสถานีขนส่งเอกมัย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการยกร่างคำร้องศาลรัฐธรรมนูญ ปมตีความพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ว่า คำร้องเสร็จเป็นที่เรียบร้อยและตนได้เห็นแล้ว แต่ยังต้องรอให้พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ ที่จะมาร่วมลงชื่อได้มีโอกาสเห็นคำร้องด้วย เบื้องต้นตั้งเป้าไว้ว่าภายในวันที่ 11 พฤษคมนี้ จะมีการยื่นคำร้องดังกล่าวต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
.
เมื่อถามถึง คำร้องของพรรคประชาชนแตกต่างจากของพรรคประชาธิปัตย์อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เนื้อหาใจความหลักคงไม่ได้แตกต่างกัน เนื่องจากต้องอาศัยตามช่องทางของรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า การออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเงินกู้แผนที่ 2 ซึ่งจะใช้เงิน 2 แสนล้านในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศ ซึ่งในคำร้องก็จะมีการประกอบข้อมูลอื่นๆ เช่น แผน PDP และแผนโครงสร้างพลังงานไทย ที่จะชี้ให้ประธานรัฐสภา และศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของรัฐวางแผนล่วงหน้าหลายปี และสามารถบรรจุในงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้
.
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ในเมื่อรัฐบาลเห็นแผนแล้ว และเมื่องบปี’70 รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้ตั้งคำของบประมาณใหม่ และพยายามจะพิจารณาให้เสร็จทันวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ก่อนที่จะเข้าสภา ซึ่งในความเป็นจริงสามารถนำแผนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานเข้ามาอยู่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ตามปกติ ไม่มีเหตุผลใดเลย ที่จะต้องออกเป็น พ.ร.ก. การกระทำแบบนี้มองในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลพยายามที่จะลัดเลาะช่องทางปกติหรือไม่ และไปใช้ช่องทางที่เป็นคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ เพื่อเจตนาซ่อนเร้นหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้พรรคประชาชนได้บรรจุเข้าไปในคำร้องเพื่อให้เกิดความชัดเจนด้วย
.
เมื่อถามว่า เหตุใดพรรคประชาชนไม่ใช้ร่างของพรรคประชาธิปัตย์ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เนื้อหารายละเอียด เป็นเรื่องทางกฎหมาย จึงไม่ได้อยากลงรายละเอียดมาก แต่สิ่งที่พรรคประชาชนระมัดระวังมาตลอด คือการป้องกันไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจในการขยายขอบเขตอำนาจเขตแดนของตัวเอง และพรรคประชาชนมองว่า หากคำร้องเขียนไม่รัดกุมเพียงพอ
.
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า มองอีกด้านหนึ่งแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเป็นคุณในสิ่งที่มีการร้อง เช่น หากให้ พ.ร.ก.นี้ สิ้นผล แต่เหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประกอบคำวินิจฉัย อาจจะมีผลผูกพันต่อรัฐบาลต่อไปที่มีความจำเป็นที่จะต้องตราพระราชกำหนด ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาได้ เช่น กรณีที่ตุลาการบางท่านมีความเห็นว่า ต้องสร้างทางลูกรังให้หมดไปจากประเทศนี้ก่อน ก่อนที่จะทำรถไฟความเร็วสูงได้ ซึ่งก็อาจจะมีปัญหาที่ตัวศาลรัฐธรรมนูญเองที่วินิจฉัยข้ามเขตแดนอำนาจ ที่เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร ฉะนั้น เหตุผลของพรรคประชาชนจึงต้องศึกษาด้านนี้ และให้ทีมกฎหมายดูอย่างรอบคอบว่า การเขียนคำร้องของพรรคประชาชนเหมาะสมมากที่สุด
.
เมื่อถามถึง กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง ทำให้ฝ่ายค้านมั่นใจได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า วิธีการรับผิดชอบที่ดีที่สุดคือการปล่อยให้สภาผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสตรวจสอบเงินทุกบาททุกสตางค์อย่างโปร่งใส เปิดโอกาสให้ได้อภิปราย เปิดโอกาสให้พิจารณาในชั้นกรรมาธิการ หรือเปิดโอกาสให้กรรมาธิการวิสามัญงบประมาณรายจ่ายประจำปีมีการไลฟ์สด มีการเปิดเผยข้อมูลงบประมาณในแต่ละปีหลายล้านล้านบาทในสภา ซึ่งวันนี้ยังปิดข้อมูลอยู่
.
นายณัฐพงษ์กล่าวย้ำว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปตราเป็น พ.ร.ก. ที่ถือเป็นช่องทางที่อาศัยการลัดเลาะเป็นพิเศษ เหมือนเป็นการตีเช็คเปล่า ที่ไม่มีรายละเอียดข้างในให้เห็นเลย ดังนั้น ที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าพร้อมรับผิดชอบ พร้อมที่จะให้ตรวจสอบ ขอให้เงินกู้ส่วน 2 แสนล้านบาท ซึ่งจะนำไปใช้ในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ที่ไม่เร่งด่วน ขอก็นำมาเข้าสู่กระบวนการงบประมาณปกติจะดีกว่า
.

.
ธนาธาร จี้สืบเพิ่มปมหนุ่มจีน หลัง ผบ.ตร.แถลงอ้างผู้ต้องหาแค่สะสม ถามกลับ หากเกิดเหตุจริงใครรับผิดชอบ.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5711932
.
‘ส.ส.ปชน.’ จี้ ‘สตช.’ สืบสวนเพิ่มกรณีพบคนจีนครอบครองอาวุธสงคราม-ระเบิดจำนวนมากอย่างรอบคอบ หลัง ‘ผบ.ตร.’ แถลงอ้างผู้ต้องหาแค่สะสม บอก ถ้าชอบทำไมสะสมของอานุภาพแรงขนาดนี้ ถาม กลับ หากเกิดเหตุจริงใครจะรับผิดชอบ
.
จากกรณีจับกุมตัว นายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ชาวจีน ได้ขับรถเก๋งประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ก่อนที่ตำรวจจะเจออาวุธปืน พบแม็กกาซีนอยู่ภายในรถ เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก่อนจะถูกนำตัวไปค้นบ้านพัก ภายในซอยห้วยใหญ่ จนเจออาวุธปืนสงคราม วัตถุระเบิดชนิดแรงทำลายล้างสูง, วัตถุระเบิดแบบสังหารบุคคลและแบบขว้าง รวม 10 ลูก และวัตถุประกอบระเบิดและน้ำมันจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม นายธนาธาร ประมูลพงษ์ ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แถลงกรณีจับกุมนายหมิงเฉิน ซัน ชายชาวจีน วัย 31 ปี ในฐานครอบครองอาวุธสงครามจำนวนมากว่าเป็นเพียงการชอบสะสม ไม่ใช่ก่อการร้าย
.
นายธนาธาร กล่าวว่า ในเมื่อท่าน ผบ.ตร. ออกมาแถลงว่า จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาเป็นเพียงชาวจีนที่ชื่นชอบอาวุธปืน มิใช่ผู้ก่อการร้าย ตนคิดว่าสังคมยังต้องการคำอธิบายที่ชัดเจนกว่านี้ เพราะสิ่งที่ประชาชนเห็นจากข่าว ไม่ใช่อาวุธปืนทั่วไปที่นักสะสมบางคนครอบครองกัน แต่คืออาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และ C4 explosive หรือระเบิดพลาสติกที่ใช้ในภารกิจทางทหาร เนื่องจากอานุภาพของ C4 สูงมาก เพราะมีความเร็วการระเบิดระดับหลายพันเมตรต่อวินาที แรงระเบิดสามารถทำลายโครงสร้างอาคาร เจาะหรือฉีกยานพาหนะ สร้างแรงอัดและสะเก็ดที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรง หากใช้ในพื้นที่ปิด เช่น อาคาร รถไฟฟ้า หรือสถานที่ชุมนุม จะเพิ่มความเสียหายที่มากจนเราไม่อยากนึกภาพตาม
.
นายธนาธาร ระบุด้วยว่า ที่สำคัญคือระเบิดไม่ได้อยู่ในสภาพเก็บสะสม แต่มีรายงานว่าถูกประกอบ เชื่อมสาย และติดตั้งเข้ากับเสื้อกั๊กพร้อมใช้งานแล้ว คำถามคือ ถ้าไม่ใช่เพื่อเตรียมใช้งาน แล้วจะประกอบในลักษณะนี้ไว้เพื่ออะไร ซึ่งทั้งหมดนี้ตนชี้ชัดไปที่เจ้า C4 ตัวนี้ว่า คนที่ชื่นชอบอาวุธปืน ทำไมถึงต้องมีระเบิดอานุภาพร้ายแรงเช่นนี้ เพราะไม่สามารถเอาไปซ้อมระเบิดที่ไหนได้เหมือนดั่งปืน เรื่องนี้จึงไม่ควรถูกทำให้ดูเบาหรืออธิบายเพียงว่าเป็นความชอบส่วนตัว เพราะสิ่งที่พบคืออาวุธและวัตถุระเบิดระดับสงคราม ไม่ใช่ของสะสมทั่วไป และประชาชนมีสิทธิ์หวาดกลัว มีสิทธิ์ตั้งคำถาม เพราะหากวันนั้นเกิดเหตุขึ้นจริง ไม่ว่าจะในห้าง สถานที่ท่องเที่ยว รถไฟฟ้า หรือพื้นที่ชุมชน จะมีใครรับผิดชอบต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนได้
.
ผมจึงเห็นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจำเป็นต้องสืบสวนเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาและรอบด้าน ทั้งเรื่องเจตนา เครือข่าย ความเชื่อมโยง เส้นทางการเงิน และวัตถุประสงค์ของการครอบครองอาวุธทั้งหมด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน รวมถึงต้องมีมาตรการเชิงรุกที่จริงจังในการจัดการไทยเทา นอมินี และอาชญากรรมข้ามชาติ ผมย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้ไม่ใช่คดีอาชญากรรมทั่วไป แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนทั้งประเทศ เรื่องแบบนี้รัฐต้องประเมินอย่างรอบด้านและให้ความสำคัญยิ่ง พร้อมทั้งติดตามสืบสวนขบวนการที่อยู่เบื้องหลังผู้ต้องหาชาวจีนนี้” นายธนาธาร ระบุ
.
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1455644163243434&id=100063935927637&ref=embed_post
.

.
เท้ง ไม่ค้านปม ทักษิณ ได้พักโทษ แต่ชวนคิด ภาพรวมระบบยุติธรรม ที่ยังมีช่องโหว่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5712069
.
‘เท้ง’ ไม่ค้านปม ‘ทักษิณ’ ได้พักโทษ แต่ชวนคิด ขออย่ามอง เป็นเรื่องน่ายินดีแค่ตัวบุคคล ชี้ต้องมองภาพรวมระบบยุติธรรมที่ยังมีช่องโหว่
.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 พฤษภาคม ที่หน้าสถานีขนส่งเอกมัย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 11 พฤษภาคมว่า ได้ติดตามการออกมาให้ความเห็นของหลายท่าน แต่ในมุมหนึ่งคนที่สนับสนุนนายทักษิณมองว่า เป็นข่าวดี ซึ่งตนไม่ได้คัดค้านอะไร แต่อยากชวนทุกคนคิดว่า
.
สิ่งที่ต้องถอยมามองภาพรวม อย่ามองว่าเป็นความยินดีในตัวบุคคลใดคนหนึ่ง แต่ปัญหาในกระบวนการยุติธรรมของเราขณะนี้ ยังมีผู้ต้องขังที่ศาลยังไม่ได้มีการพิพากษาว่าผิด แต่จำเป็นต้องถูกกักขังในเรือนจำ เพราะไม่มีสิทธิในการประกันตัวและเงินในการประกันตัว หรือกฎหมายปัจจุบันมีบทบัญญัติที่ระบุว่า ต้องไปกักขังแทนการจ่ายค่าปรับ
.
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ซึ่งเรื่องนี้พรรคประชาชน รวมถึงหลายพรรคได้สนับสนุนแนวคิดรองนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล ซึ่งออกมาผลักดันการแก้ไขปัญหา ด้วยการให้ยกเลิกการจ่ายค่าประกันตัว หรือบำเพ็ญสาธารณประโยชน์แทน ในคนที่ตามหลักกฎหมายยังไม่ได้ถูกตัดสินว่าผิด ซึ่งตามหลักแล้วต้องสมมุติไว้ก่อนว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นคนบริสุทธิ์ ให้สามารถออกมาใช้ชีวิตประจำวันในสังคมได้
.

.
เท้ง ไม่หวั่นโพล ชัชชาติ นำลิ่ว ทำงานต้องฟูลทีม ถ้าผู้ว่าฯชนะเลือกตั้ง แต่ไม่มี สก. ก็แก้ปัญหาลำบาก.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5712022
.
‘เท้ง’ ไม่หวั่นโพล ‘ชัชชาติ’ นำลิ่ว บอกจะแก้ปัญหา กทม.ต้องใช้ฟูลทีม มองถ้าผู้ว่าฯ ชนะเลือกตั้ง แต่ไม่มี สก. ก็แก้ปัญหาลำบาก ไม่การันตี ผู้สมัครส้มรอบนี้จะมีคนมีคดีหรือไม่ ย้อน อยากไปเรียกร้องพรรคอื่นด้วยเหมือนกัน อวย ‘ดร.โจ’ ไม่ติดป้าย ถือเป็นจุดเริ่มต้นง่ายๆ สร้างการเปลี่ยนแปลง
.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 พฤษภาคม ที่หน้าสถานีขนส่งเอกมัย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมสมาชิกสัมพันธ์อาสาส้ม เขตคลองเตย ซึ่งเป็นการรณรงค์ทำความเข้าใจกับประชาชนถึงบทบาทของ สส. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.)
.
โดยนายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า วันนี้ตนได้มาที่เขตคลองเตย ซึ่งจังหวะตอนนี้ เรากำลังมุ่งหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง กทม. สิ่งที่จะมาคุยในวันนี้คือวาระที่ประชาชนจะใช้สิทธิ์ใช้เสียงของตัวเองผลักดันคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าใน กทม.ได้อย่างไร เปลี่ยนจากกรุงเทพฯ ที่เป็นเมืองยากๆ ให้เป็นเมืองง่ายๆ ได้อย่างไร
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่