อยู่ดีๆ ก็มี Line เด้งขึ้นมา .. "จะไปญี่ปุ่น อาทิตย์นึง กุญแจ / บัตรเครดิต / เงินสด อยู่บนโต๊ะ .. มาเอารถไปเปลี่ยนยางให้หน่อย"
อืมมม .. งานมาอีกละตรู !!!
- ก่อนอื่น โทร.เช็คศูนย์ HONDA สาทร ก่อนเลย เพราะ รถผม กับ รถคันนี้ เช็คระยะไล่ๆกัน (ออกห่างกัน 1 เดือน) แล้วเจ้าของก็จำไม่ได้ว่า ซื้อ Pay save ไว้หรือป่าว ?
- สรุปว่า Pay save หมดไปแล้ว รถเช็คครั้งสุดท้าย 1 ตุลา 2025 อืมมมม !!! .. โอเค pay save หมดแล้ว งั้นเอาเข้าพระราม 7 ละกัน เพราะเปลี่ยนยางที่ติวานนท์ จะได้ไม่ต้องวิ่งเยอะ
ครบสูตร รถใช้น้อย / รถ ผญ ใช้ / รถ หมอ ใช้ เลย !!!
.................
6.30น. .. ขับ "นังสามสูบ" ออกจาก เตาปูน ไปสลับเอารถ ที่ รามคำแหง 118
- เจ้าของไม่อยู่ เอาไปขาย น่าจะได้ หลายบาท นะนั่น สองตัวนี้
ก่อนออกรถ .. หยิบเกจ์วัดลมยาง วัดสักหน่อย ไว้ใจไม่ค่อยได้ แล้วก็ตามคาด ลมยางเหลือ 29 psi ทั้ง 4 ล้อ !! (สเปค 33 psi)
- ขับออกมา ... อูยยย นึกว่า ขับเรือ โยน ย้วย ครบเลย
- แวะปั๊มหน้าหมู่บ้าน เติมลมเข้าไปก่อนละ 35 psi (รถผมเติมค่านี้ไง)
- วิ่งถนนเลียบมอเตอร์เวย์มา เออ มันก็ไม่ดังนะยาง / รูดหลุมก็ยังซับแรงดี / รูดสบายกว่ารถผม (Dueler H/P Sport) เยอะ
- พอขึ้นทางด่วน เจอถนนหยาบๆ ... อูยยย นึกว่า ลืมปิดกระจก เสียงยางสนั่นมาก !!!
- บนทางด่วน ถ้ามาจากอนุสาวรีย์ จะไป แจ้งวัฒนะ จะมีแยกตัว Y อยู่ หักขวาไปทาง แจ้งวัฒนะ ปกติ รถตัวเอง เข้า 100 คือ ปกติ .. ยัดเข้าไป 80 หุหุ รถโยนวูบ !!! เกือบหลุด !!!
8.00น. .. ถึงศูนย์พระราม 7
- เช็ค 50,000 กม.
- ป.น้ำมันเครื่อง + ไส้กรอง (ไส้กรอง ปกติ เลขคี่ ไม่ต้องเปลี่ยน แต่ผมสั่งเปลี่ยนตลอด)
- ป.น้ำมันเกียร์ (คู่มือบอก 8 หมื่นกม. แต่ผมขอ 4 หมื่นกม.ละกัน .. โรคจิต)
- ไม่สลับยาง - ถ่วงล้อ เพราะเดี๋ยวจะเปลี่ยนยางละ
10.00น. .. ช่างแจ้งว่า น้ำมันเครื่องขาด ต้องเบิกเพิ่ม (อันนี้ รู้อยู่แล้ว เพราะรถผม ก็ซื้อไป 5 ลิตร ตลอด ใช้จริง 4.5 ลิตร จากสเปคกำหนด 4 ลิตร) / รวมถึง น้ำมันเกียร์ เติมไป 3 ลิตร พอคลายน้อตรูล้นแล้ว น้ำมันไม่ไหลออก
- สั่งเบิกเพิ่มทั้งน้ำมันเครื่อง และน้ำมันเกียร์
- ช่างแจ้ง น้ำมันเครื่องมีขวด 1 ลิตร แต่ น้ำมันเกียร์ มีแต่ขวด 3 ลิตร .. เลยบอก 3 ลิตร ก็ได้ ที่เหลือ เดี๋ยวเอาใส่รถผม (คันแดง)
11.00น. .. รถเสร็จเรียบร้อย จ่ายไป 3,877 บาท (เบิกน้อตยึดแผ่นกันกระแทกเพิ่ม 1 ตัว .. ของเดิมหาย)
........................
สถานีต่อไป .. ติวานนท์ ยางยนต์
- ยางเดิมติดรถ Michelin Latitude Sport 3 ยางปี 23 กับเลขไมล์ 4.4 หมื่นกม.
- ดูแค่ดอก มันก็ใช้ได้ ไม่แตกลายงา ความหนายังโอเค .. แต่ประสบการณ์เมื่อเช้า เปลี่ยนเถอะ !!!
- หาข้อมูลใน web มา
Michelin .. ราคาแตะไม่ได้เลย
Bridgestone Turanza 6 .. ราคาดูดี
Yokohama V553 / V61 / V107 .. ก็ไม่แย่
- นั่งหาข้อมูลรีวิวยางใน Youtube
ทีแรก ดู V61 .. หูยยย แต่ละคน แต่ละช่อง อวยสุดประตู .. แต่มาดูลายดอก อืมมม ผมว่า ลายมันเหมือนยางกระบะนะ !!! .. คิดไปคิดมา ยังไงเราก็แฟน Bridgestone เอาเจ้านี่แหละ เผื่อเจ้าของมันขี้เกียจเปลี่ยน ลากๆใช้ ก็ไม่ต้องลุ้นอะไรมาก
ถึง ติวานนท์ ยางยนต์ .. สรุปว่า เหลือแต่ Turanza 6 ผลิต 1825 แต่ราคาเหลือ 6,500 บาท .. โอเค จัดไป ไม่ซีเรียส ยางตกปีแค่ปีเดียวอยู่แล้ว
คำสั่งผม ..
1. เปลี่ยนยาง
2. แกะตะกั่ว
3. ไม่ต้องถ่วงล้อ
4. ใช้จุ๊บลมผม (นำมาเอง) .. พอดีมีเหตุการณ์น้องที่ทำงาน เปลี่ยนยางเสร็จ 2 วัน ยางไปแบนอยู่บนทางด่วน พอกลับมาเช็คก็ไม่เจอรอยรั่ว แต่ยางบดไปแล้ว ส่งเคลมบริษัทไป แต่คิดว่า เค้าคงไม่รับเคลม .. มานั่งคิด ไม่รู้เพราะคุณภาพจุ๊บลมหรือป่าว ? เลยเบิกจุ๊บลมมาเองละกัน ยี่ห้อ Pacific ธรรมดา ตัวละ 10 บาทนี่แหละ (กลัวเจอของจีนไง)
จนท. ก็งงๆ .. บอก เรามีบริการตั้งศูนย์ ถ่วงล้อ นะคะ .. เอิ่มม ไม่เอาอ่ะ ไม่จบ !!!
ขำๆ .. ระหว่างยืนดูช่างถอดยาง .. จนท. ก็เดินมา ท่าทาง งงๆ
จนท. : ลูกค้า รถแก้ไมล์มาเหรอคะ ?
ผม : ???
จนท. : ลูกค้าเชิญทางนี้ค่ะ (พาไปที่โต๊ะ)
จนท. : รถลูกค้า ชื่อ ... ทะเบียน .. ใช่ไหมคะ ไมล์มันไม่ตรงค่ะ
ผม : อ๋ออออ .. เค้าเปลี่ยนรถใหม่ CR-V สีขาวเหมือนเดิม แล้ว ย้ายทะเบียนเดิม มาใส่ครับ คันเดิม CR-V G3 คันใหม่ CR-V G6 ครับ
55 ทีแรก ผมก็ งง เออเนอะ (ลืมไปแล้วว่า มีประวัติที่นี่)
- ล้อ HONDA หลายรุ่น จะตัวซับเสียง ติดล้ออยู่ด้วยครับ ช่วยลดเสียงยางบดถนน แต่ข้อเสีย คือ หนัก
- ยืนดูช่างถอดยาง .. บอก แกะตะกั่ว เพ่ก็แกะจริงๆ เพราะคราบกาวไม่ล้างเลย / ตะกั่วที่หนีบ ก็ไม่แกะ หึหึ .. ต้องจี้ให้แกะตัวหนีบ และนี่คือ ผลงานการแกะของเค้า
- สักพักยางใหม่มา .. ประกอบเรียบร้อย .. Made in Hungary ด้วย
- ลายดอก ค่อยดู ผู้ดีหน่อย
จบเรียบร้อย ไปกันต่อ ที่ 11Garage
- จัดการ ทำความสะอาด คราบกาวใหม่
- ถ่วงล้อ
- ตั้งศูนย์
รถคันนี้ ตั้งแต่ออกรถ ไม่เคยตั้งศูนย์เลยครับ เช็คมุมล้อออกมา คือ Toe Out ทั้งหน้า และ หลัง ราวๆ - 2 ครับ
เบ็ดเสร็จ จ่ายค่าตั้งศูนย์ + ถ่วงล้อไป 2,000 บาท
................
ทีนี้ มารีวิว Turanza 6 เทียบกับ Latitude Sport 3 เทียบกับ Dueler H/P Sport MO spec นะ
ความนุ่มนวล
1. Michelin ก็ยังเป็น Michelin แม้จะเก่า อายุเยอะ แต่แก้มยางเค้านุ่มกว่า BS บนถนนขรุขระ ยางมันจะซับแรงไปได้เกือบหมด เรียกว่า รูดไปเลย รถนิ่งๆ
2. BS Turanza 6 .. แก้มแข็งกว่าชัดเจน ถ้าถนนเรียบๆ มันก็นุ่ม ไม่เต้น ไม่เด้ง แต่ถ้าถนนขรุขระ มันจะแข็งกว่า ถ่ายแรงขึ้นมาได้เยอะกว่า แบบรู้สึกได้
3. BS H/P Sport .. ให้คิดถึง RE004 ครับ แก้มยางที่แข็งกว่า เนื้อดอกยางที่กระด้างกว่า อาการกระด้างมีให้รู้สึก
เสียง
1. ถ้ายางใหม่ทั้งคู่ Michelin ชนะขาด เงียบกริบ รองลงมาคือ Turanza 6 แม้จะเป็นยางใหม่ แต่มีเสียงให้ได้ยินระดับหนึ่งนะ ส่วน H/P Sport ไม่ต้องห่วงครับ บอกแล้วมันคือ RE004 ครับ สนั่นตั้งแต่ใส่ครับ ... เออ แต่ถ้าเทียบ สมัย T005a แล้ว Turanza 6 เงียบกว่า สัก 10 - 15% นะ .. เจ้า T005a ขับวันแรก เฮ้ยย นี่เหรอยางนุ่มเงียบ !!! (ใส่ Altis หน้าแบน)
2. ถ้าตอนก่อนเปลี่ยน Michelin ดังกว่า H/P Sport สัก 15% เท่านั้น .. เรียกว่า อย่าคาดหวังว่า H/P Sport มันจะเงียบ !!
เกาะถนน
1. ตอนออกรถมาใหม่ ตอนเข้าสุราษ GPS พาเข้าทางลัด ถนนคดโค้ง จำได้ว่า ก่อนหน้านั้น ขับ G3 ยาง Alenza 001 + Bilstein B4 ไม่เคยรู้สึกว่า มันยาก พอมา G6 เกือบแหกโค้ง !!!
2. พอใส่ H/P Sport .. ไปน่าน ไปแม่ฮ่องสอน เอ๊ะ มันยากตรงไหน ไม่เห็นต้องเบรค รถมันก็เชื่องๆ พวงมาลัยไปตามมือ รวมถึง วิ่งเส้นเดิม ที่เคยเข้าไม่ได้ มันก็เข้าได้นี่หว่า !!
3. ภาพนี้ กลับมาหลอนอีกเมื่อเช้า บนทางด่วน ที่เกือบหลุด นั่นแหละ !!
- ไม่ได้บอกว่า Latitude Sport 3 ไม่ดีนะ มันก็เกาะดีตามรูปแบบของมัน แต่มันไม่พอสำหรับพวก "ทีนผี" แบบผมครับ !!
4. แล้ว Turanza 6 ล่ะ ?
- ขากลับ ลงจากสะพานพระราม 5 เลี้ยวขวาเข้าถนนนครอินทร์ โค้งหน้า ร.ร.เขมาภิรตาราม ยัดไป 80 กม./ช.ม. .. ได้แต่หัวเราะ แล้วพูดกับตัวเองในรถว่า "นี่แหละ Bridgestone !!" มันจิกโค้ง มันไปตามมือ มันเข้าได้ ไม่เหวอ แบบมิชลิน ครับ (แต่แน่น มันไม่ได้ดูดแบบ H/P Sport นะ มันยังมีโยนอยู่บ้าง)
ทางเปียก
1. Latitude Sport 3 .. เค้าเก่งเรื่องนี้ ทางหมาดๆ วิ่งไปเหอะ นิ่ง / แอ่งน้ำ ใส่ไปเลย นิ่ง
2. Turanza 6 .. พอดีเจอฝนตก เส้นนครอินทร์ ตกหนักพอตัว วิ่ง 100 นึง ก็นิ่งกริ๊บ / ผ่านโค้ง ร.ร.เขมา มาปุ๊บ เจอแอ่งฝั่งขวา กดส่งเอาขวาลงแอ่ง ที่ 80 กม/ช.ม. นิ่งสนิทครับ สอบผ่าน !!
3. H/P Sport .. ปมด้อยของมันเลย ทางเปียกไม่ได้แย่ แต่ไม่นิ่งเท่า 2 ตัวข้างบน / แอ่งน้ำ มีเหิน ถ้าลึก .. อาการดีกว่า RE004 / ดีกว่า Yoko Parada Spec-x / ดีกว่า PS4
.............
ก็ประมาณนี้ครับ .. เย็นละ ขี้เกียจขับรถไป รามคำแหง 118 .. ไว้พรุ่งนี้ ค่อยไปสลับละกัน
แชร์ข้อมูลไว้ เผื่อเป็นประโยชน์
ปล. ลมยาง ผมเติม 35 psi เป็นค่ามาตรฐานสำหรับตัวผมทั้งหมด จะได้ไม่ต้องได้เปรียบเสียเปรียบกัน / รถน้องสาว กับ รถผม ก็รุ่นเดียวกันครับ
อ้อ ไปๆมาๆ พ่อของแฟนน้องสาว ก็ไปขาย G3 (คันเก่าของน้องสาว .. ที่แกขอซื้อต่อไป) ไปถอย G6 มาอีกคัน .. มันมีอะไรดีนะ รถรุ่นนี้เนี่ย 55
ปล. 2 เห็นสีรถไหม ? .. แค่ 2 ปีครึ่ง กับรถที่ ส่งคาแคร์ล้างตลอด จริงๆ ประจำวัน จอดแต่ในห้าง ในคอนโด ไม่เจอแดดนะ จะเจอแดดแค่ เสาร์อาทิตย์ ที่กลับมาอยู่บ้านนี่แหละ .. เหลืองชัดเลย
* * * หนึ่งวันวุ่นๆกับ CR-V G6 .. ที่เจ้าของฝากให้ทำ มาดูว่า ทำอะไรบ้าง * * *
อืมมม .. งานมาอีกละตรู !!!
- ก่อนอื่น โทร.เช็คศูนย์ HONDA สาทร ก่อนเลย เพราะ รถผม กับ รถคันนี้ เช็คระยะไล่ๆกัน (ออกห่างกัน 1 เดือน) แล้วเจ้าของก็จำไม่ได้ว่า ซื้อ Pay save ไว้หรือป่าว ?
- สรุปว่า Pay save หมดไปแล้ว รถเช็คครั้งสุดท้าย 1 ตุลา 2025 อืมมมม !!! .. โอเค pay save หมดแล้ว งั้นเอาเข้าพระราม 7 ละกัน เพราะเปลี่ยนยางที่ติวานนท์ จะได้ไม่ต้องวิ่งเยอะ
ครบสูตร รถใช้น้อย / รถ ผญ ใช้ / รถ หมอ ใช้ เลย !!!
.................
6.30น. .. ขับ "นังสามสูบ" ออกจาก เตาปูน ไปสลับเอารถ ที่ รามคำแหง 118
- เจ้าของไม่อยู่ เอาไปขาย น่าจะได้ หลายบาท นะนั่น สองตัวนี้
ก่อนออกรถ .. หยิบเกจ์วัดลมยาง วัดสักหน่อย ไว้ใจไม่ค่อยได้ แล้วก็ตามคาด ลมยางเหลือ 29 psi ทั้ง 4 ล้อ !! (สเปค 33 psi)
- ขับออกมา ... อูยยย นึกว่า ขับเรือ โยน ย้วย ครบเลย
- แวะปั๊มหน้าหมู่บ้าน เติมลมเข้าไปก่อนละ 35 psi (รถผมเติมค่านี้ไง)
- วิ่งถนนเลียบมอเตอร์เวย์มา เออ มันก็ไม่ดังนะยาง / รูดหลุมก็ยังซับแรงดี / รูดสบายกว่ารถผม (Dueler H/P Sport) เยอะ
- พอขึ้นทางด่วน เจอถนนหยาบๆ ... อูยยย นึกว่า ลืมปิดกระจก เสียงยางสนั่นมาก !!!
- บนทางด่วน ถ้ามาจากอนุสาวรีย์ จะไป แจ้งวัฒนะ จะมีแยกตัว Y อยู่ หักขวาไปทาง แจ้งวัฒนะ ปกติ รถตัวเอง เข้า 100 คือ ปกติ .. ยัดเข้าไป 80 หุหุ รถโยนวูบ !!! เกือบหลุด !!!
8.00น. .. ถึงศูนย์พระราม 7
- เช็ค 50,000 กม.
- ป.น้ำมันเครื่อง + ไส้กรอง (ไส้กรอง ปกติ เลขคี่ ไม่ต้องเปลี่ยน แต่ผมสั่งเปลี่ยนตลอด)
- ป.น้ำมันเกียร์ (คู่มือบอก 8 หมื่นกม. แต่ผมขอ 4 หมื่นกม.ละกัน .. โรคจิต)
- ไม่สลับยาง - ถ่วงล้อ เพราะเดี๋ยวจะเปลี่ยนยางละ
10.00น. .. ช่างแจ้งว่า น้ำมันเครื่องขาด ต้องเบิกเพิ่ม (อันนี้ รู้อยู่แล้ว เพราะรถผม ก็ซื้อไป 5 ลิตร ตลอด ใช้จริง 4.5 ลิตร จากสเปคกำหนด 4 ลิตร) / รวมถึง น้ำมันเกียร์ เติมไป 3 ลิตร พอคลายน้อตรูล้นแล้ว น้ำมันไม่ไหลออก
- สั่งเบิกเพิ่มทั้งน้ำมันเครื่อง และน้ำมันเกียร์
- ช่างแจ้ง น้ำมันเครื่องมีขวด 1 ลิตร แต่ น้ำมันเกียร์ มีแต่ขวด 3 ลิตร .. เลยบอก 3 ลิตร ก็ได้ ที่เหลือ เดี๋ยวเอาใส่รถผม (คันแดง)
11.00น. .. รถเสร็จเรียบร้อย จ่ายไป 3,877 บาท (เบิกน้อตยึดแผ่นกันกระแทกเพิ่ม 1 ตัว .. ของเดิมหาย)
........................
สถานีต่อไป .. ติวานนท์ ยางยนต์
- ยางเดิมติดรถ Michelin Latitude Sport 3 ยางปี 23 กับเลขไมล์ 4.4 หมื่นกม.
- ดูแค่ดอก มันก็ใช้ได้ ไม่แตกลายงา ความหนายังโอเค .. แต่ประสบการณ์เมื่อเช้า เปลี่ยนเถอะ !!!
- หาข้อมูลใน web มา
Michelin .. ราคาแตะไม่ได้เลย
Bridgestone Turanza 6 .. ราคาดูดี
Yokohama V553 / V61 / V107 .. ก็ไม่แย่
- นั่งหาข้อมูลรีวิวยางใน Youtube
ทีแรก ดู V61 .. หูยยย แต่ละคน แต่ละช่อง อวยสุดประตู .. แต่มาดูลายดอก อืมมม ผมว่า ลายมันเหมือนยางกระบะนะ !!! .. คิดไปคิดมา ยังไงเราก็แฟน Bridgestone เอาเจ้านี่แหละ เผื่อเจ้าของมันขี้เกียจเปลี่ยน ลากๆใช้ ก็ไม่ต้องลุ้นอะไรมาก
ถึง ติวานนท์ ยางยนต์ .. สรุปว่า เหลือแต่ Turanza 6 ผลิต 1825 แต่ราคาเหลือ 6,500 บาท .. โอเค จัดไป ไม่ซีเรียส ยางตกปีแค่ปีเดียวอยู่แล้ว
คำสั่งผม ..
1. เปลี่ยนยาง
2. แกะตะกั่ว
3. ไม่ต้องถ่วงล้อ
4. ใช้จุ๊บลมผม (นำมาเอง) .. พอดีมีเหตุการณ์น้องที่ทำงาน เปลี่ยนยางเสร็จ 2 วัน ยางไปแบนอยู่บนทางด่วน พอกลับมาเช็คก็ไม่เจอรอยรั่ว แต่ยางบดไปแล้ว ส่งเคลมบริษัทไป แต่คิดว่า เค้าคงไม่รับเคลม .. มานั่งคิด ไม่รู้เพราะคุณภาพจุ๊บลมหรือป่าว ? เลยเบิกจุ๊บลมมาเองละกัน ยี่ห้อ Pacific ธรรมดา ตัวละ 10 บาทนี่แหละ (กลัวเจอของจีนไง)
จนท. ก็งงๆ .. บอก เรามีบริการตั้งศูนย์ ถ่วงล้อ นะคะ .. เอิ่มม ไม่เอาอ่ะ ไม่จบ !!!
ขำๆ .. ระหว่างยืนดูช่างถอดยาง .. จนท. ก็เดินมา ท่าทาง งงๆ
จนท. : ลูกค้า รถแก้ไมล์มาเหรอคะ ?
ผม : ???
จนท. : ลูกค้าเชิญทางนี้ค่ะ (พาไปที่โต๊ะ)
จนท. : รถลูกค้า ชื่อ ... ทะเบียน .. ใช่ไหมคะ ไมล์มันไม่ตรงค่ะ
ผม : อ๋ออออ .. เค้าเปลี่ยนรถใหม่ CR-V สีขาวเหมือนเดิม แล้ว ย้ายทะเบียนเดิม มาใส่ครับ คันเดิม CR-V G3 คันใหม่ CR-V G6 ครับ
55 ทีแรก ผมก็ งง เออเนอะ (ลืมไปแล้วว่า มีประวัติที่นี่)
- ล้อ HONDA หลายรุ่น จะตัวซับเสียง ติดล้ออยู่ด้วยครับ ช่วยลดเสียงยางบดถนน แต่ข้อเสีย คือ หนัก
- ยืนดูช่างถอดยาง .. บอก แกะตะกั่ว เพ่ก็แกะจริงๆ เพราะคราบกาวไม่ล้างเลย / ตะกั่วที่หนีบ ก็ไม่แกะ หึหึ .. ต้องจี้ให้แกะตัวหนีบ และนี่คือ ผลงานการแกะของเค้า
- สักพักยางใหม่มา .. ประกอบเรียบร้อย .. Made in Hungary ด้วย
- ลายดอก ค่อยดู ผู้ดีหน่อย
จบเรียบร้อย ไปกันต่อ ที่ 11Garage
- จัดการ ทำความสะอาด คราบกาวใหม่
- ถ่วงล้อ
- ตั้งศูนย์
รถคันนี้ ตั้งแต่ออกรถ ไม่เคยตั้งศูนย์เลยครับ เช็คมุมล้อออกมา คือ Toe Out ทั้งหน้า และ หลัง ราวๆ - 2 ครับ
เบ็ดเสร็จ จ่ายค่าตั้งศูนย์ + ถ่วงล้อไป 2,000 บาท
................
ทีนี้ มารีวิว Turanza 6 เทียบกับ Latitude Sport 3 เทียบกับ Dueler H/P Sport MO spec นะ
ความนุ่มนวล
1. Michelin ก็ยังเป็น Michelin แม้จะเก่า อายุเยอะ แต่แก้มยางเค้านุ่มกว่า BS บนถนนขรุขระ ยางมันจะซับแรงไปได้เกือบหมด เรียกว่า รูดไปเลย รถนิ่งๆ
2. BS Turanza 6 .. แก้มแข็งกว่าชัดเจน ถ้าถนนเรียบๆ มันก็นุ่ม ไม่เต้น ไม่เด้ง แต่ถ้าถนนขรุขระ มันจะแข็งกว่า ถ่ายแรงขึ้นมาได้เยอะกว่า แบบรู้สึกได้
3. BS H/P Sport .. ให้คิดถึง RE004 ครับ แก้มยางที่แข็งกว่า เนื้อดอกยางที่กระด้างกว่า อาการกระด้างมีให้รู้สึก
เสียง
1. ถ้ายางใหม่ทั้งคู่ Michelin ชนะขาด เงียบกริบ รองลงมาคือ Turanza 6 แม้จะเป็นยางใหม่ แต่มีเสียงให้ได้ยินระดับหนึ่งนะ ส่วน H/P Sport ไม่ต้องห่วงครับ บอกแล้วมันคือ RE004 ครับ สนั่นตั้งแต่ใส่ครับ ... เออ แต่ถ้าเทียบ สมัย T005a แล้ว Turanza 6 เงียบกว่า สัก 10 - 15% นะ .. เจ้า T005a ขับวันแรก เฮ้ยย นี่เหรอยางนุ่มเงียบ !!! (ใส่ Altis หน้าแบน)
2. ถ้าตอนก่อนเปลี่ยน Michelin ดังกว่า H/P Sport สัก 15% เท่านั้น .. เรียกว่า อย่าคาดหวังว่า H/P Sport มันจะเงียบ !!
เกาะถนน
1. ตอนออกรถมาใหม่ ตอนเข้าสุราษ GPS พาเข้าทางลัด ถนนคดโค้ง จำได้ว่า ก่อนหน้านั้น ขับ G3 ยาง Alenza 001 + Bilstein B4 ไม่เคยรู้สึกว่า มันยาก พอมา G6 เกือบแหกโค้ง !!!
2. พอใส่ H/P Sport .. ไปน่าน ไปแม่ฮ่องสอน เอ๊ะ มันยากตรงไหน ไม่เห็นต้องเบรค รถมันก็เชื่องๆ พวงมาลัยไปตามมือ รวมถึง วิ่งเส้นเดิม ที่เคยเข้าไม่ได้ มันก็เข้าได้นี่หว่า !!
3. ภาพนี้ กลับมาหลอนอีกเมื่อเช้า บนทางด่วน ที่เกือบหลุด นั่นแหละ !!
- ไม่ได้บอกว่า Latitude Sport 3 ไม่ดีนะ มันก็เกาะดีตามรูปแบบของมัน แต่มันไม่พอสำหรับพวก "ทีนผี" แบบผมครับ !!
4. แล้ว Turanza 6 ล่ะ ?
- ขากลับ ลงจากสะพานพระราม 5 เลี้ยวขวาเข้าถนนนครอินทร์ โค้งหน้า ร.ร.เขมาภิรตาราม ยัดไป 80 กม./ช.ม. .. ได้แต่หัวเราะ แล้วพูดกับตัวเองในรถว่า "นี่แหละ Bridgestone !!" มันจิกโค้ง มันไปตามมือ มันเข้าได้ ไม่เหวอ แบบมิชลิน ครับ (แต่แน่น มันไม่ได้ดูดแบบ H/P Sport นะ มันยังมีโยนอยู่บ้าง)
ทางเปียก
1. Latitude Sport 3 .. เค้าเก่งเรื่องนี้ ทางหมาดๆ วิ่งไปเหอะ นิ่ง / แอ่งน้ำ ใส่ไปเลย นิ่ง
2. Turanza 6 .. พอดีเจอฝนตก เส้นนครอินทร์ ตกหนักพอตัว วิ่ง 100 นึง ก็นิ่งกริ๊บ / ผ่านโค้ง ร.ร.เขมา มาปุ๊บ เจอแอ่งฝั่งขวา กดส่งเอาขวาลงแอ่ง ที่ 80 กม/ช.ม. นิ่งสนิทครับ สอบผ่าน !!
3. H/P Sport .. ปมด้อยของมันเลย ทางเปียกไม่ได้แย่ แต่ไม่นิ่งเท่า 2 ตัวข้างบน / แอ่งน้ำ มีเหิน ถ้าลึก .. อาการดีกว่า RE004 / ดีกว่า Yoko Parada Spec-x / ดีกว่า PS4
.............
ก็ประมาณนี้ครับ .. เย็นละ ขี้เกียจขับรถไป รามคำแหง 118 .. ไว้พรุ่งนี้ ค่อยไปสลับละกัน
แชร์ข้อมูลไว้ เผื่อเป็นประโยชน์
ปล. ลมยาง ผมเติม 35 psi เป็นค่ามาตรฐานสำหรับตัวผมทั้งหมด จะได้ไม่ต้องได้เปรียบเสียเปรียบกัน / รถน้องสาว กับ รถผม ก็รุ่นเดียวกันครับ
อ้อ ไปๆมาๆ พ่อของแฟนน้องสาว ก็ไปขาย G3 (คันเก่าของน้องสาว .. ที่แกขอซื้อต่อไป) ไปถอย G6 มาอีกคัน .. มันมีอะไรดีนะ รถรุ่นนี้เนี่ย 55
ปล. 2 เห็นสีรถไหม ? .. แค่ 2 ปีครึ่ง กับรถที่ ส่งคาแคร์ล้างตลอด จริงๆ ประจำวัน จอดแต่ในห้าง ในคอนโด ไม่เจอแดดนะ จะเจอแดดแค่ เสาร์อาทิตย์ ที่กลับมาอยู่บ้านนี่แหละ .. เหลืองชัดเลย