ผมกับเมีย แต่งงานกันมา 6 ปี เราเริ่มต้น สร้างครอบครัว อย่างดีมาก งานวันแต่งคือวันเดียวกับที่ขึ้นบ้านใหม่(หลุมพรางหนี้สิน) มีเงินจับจ่ายใช้สอยได้เป็นอย่างดี อยากไปไหนก็ได้ไป
.
หลังจากแต่งงานมา 1 ปี เราก็มีลูกด้วยกัน 1 คน ตอนนี้อายุ 5 ขวบ ช่วงที่ตั้งท้องลูก ธุรกิจผมเริ่มไม่ค่อยดี และ ก็เริ่มทรุด จนมีปัญหาเรื่องหนี้สิน รุงรัง
.
ผมเป็นคนที่รักครอบครัวมากครับ และตั้งใจทำงาน อะไรที่มองเห็นโอกาสผมกระโจนเข้าหา เพื่อให้มีเงิน กินเหล้าเล็กน้อยตามโอกาส ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน ไม่เจ้าชู้ ผมตั้งใจจะทำให้ชีวิตครอบครัวมีความสุขที่สุด
.
ตั้งแต่มีลูก ภรรยา ก็เปลี่ยนแปลงไปบ้าง การหลับนอนกัน ก็เริ่มน้อยลง และบ่อยครั้งที่ทะเลาะกัน เพราะเหมือนเขาไม่ค่อยสะดวก จนช่วงหลังๆไม่มีเลย ผมก็แอบคิดนะ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงได้
.
หลังๆเขาพูดเริ่มพูดกับผมน้อยลง เฉยชา เฉยเมย พูดแต่ละครั้งก็จะมีแต่คำที่ห้วนๆ ผมก็พอจะสังเกตได้
.
ก็เลยตัดสินใจ ถามเขาตรงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาก็บอกกับผมว่า สถานะเขาตอนนี้ **เป็นแม่ของลูกได้ แต่ไม่สามารถเป็นเมียให้ได้แล้ว** ผมอึ้งมาก😭
.
ก็เลยถามเหตุผล กับเขาว่าเพราะอะไร เขาบอกว่าเราสองคนมีหลายเรื่องที่ ความคิดไม่ตรงกันเลย บวกกับหนี้สินที่รุมเร้า มันทำให้เขา เครียดสะสม และกลายเป็นเกลียดผมสะสม
.
แต่ทั้งหมด ที่เมียผมบอก น่าจะไม่ใช่สาเหตุหลัก หลังจากให้คนใกล้ตัวลองไปคุยกับเขา แล้วผมมาประเมินตัวเอง มีสิ่งหนึ่งที่ผมทำผิดพลาดอย่างมาก คือ อารมณ์และนิสัยของผม ผมเป็นคนที่ขี้โมโห พูดหรือคุยงาน กับเพื่อนร่วมงาน(คนในทีม) ถ้าสอนหรือบอกแล้วเขาทำได้ช้า หรือ เคยบอกแล้ว ยังทำผิดอีก ผมจะขึ้นเสียงทันที(นั่นคือสิ่งที่ เมียผมเห็นมาตลอด เพราะเขาจะอยู่กับผมตลอดเวลา)
.
แต่ส่วนเรื่องอารมณ์ที่ผม ขี้โมโห จุกจิกกับเมีย จุกจิกผมยอมรับนะว่ามีบ้าง ถ้ามีอะไรไม่ถูกใจผมจะพูดหรือโพล่งขึ้นมาทันที โมโหใช้อารมณ์ก็มี แต่ผมยอมรับตรงๆนะครับมันไม่ได้บ่อยมากขนาดนั้น เพราะผมก็มี moment ดูแล เอาใจ และแสดงออกว่ารักเขาและครอบครัวมาก อยู่บ่อยๆ
.
** เรื่องนิสัยของผม ผมคิดไปเองว่าเขา น่าจะไม่ได้คิดอะไรมาก หรือว่าปล่อยผ่าน แต่มันคือการสะสมทุกวันทุกวัน แล้วก็มาระเบิด ภายในครั้งเดียว
.
ผมได้แต่ถามเขาว่า ทำไมตลอดมา ไม่เคยเตือนไม่เคยคุยกับผมเรื่องนี้เลย ในขณะที่ผมกำลังนั่งทำงาน หลังขดหลังแข็ง เพื่อจะได้มีเงิน ใช้จ่ายใช้หนี้ได้ โดยไม่ได้สนใจเรื่องอื่นเลย แล้วก็มาเจอข่าวร้ายแบบไม่ทันตั้งตัว
.
ผมรู้นะครับว่าผมผิด หลายครั้งผมก็กลับมาทบทวนตัวเองเสมอว่า ผมไม่น่าแสดงอารมณ์ กับคนใกล้ตัวของเราแบบนี้เลย ผมยอมรับยอมรับว่าตัวเองผิดมาก ผมขอโอกาสที่จะแก้ตัวกับเขา ว่าขอปรับปรุงตัวได้ไหม **คำตอบเดียวคือ ไม่มีทางแล้ว **
.
ทุกคนครับผมรู้ว่าผมผิด ความผิดของผมต้องโทษประหารผมเลยเหรอ ผมขอโอกาสแก้ตัวได้ไหม ผมเชื่อว่าผมทำได้ ที่พูดจากหัวใจจริงๆ ผมเข้าใจแล้ว
.
วันนี้สิ่งที่ผมกำลังเจอคือ ความเฉยเมยขั้นสุด ไม่อยากจะมองหน้า เหม็นขี้หน้า แล้วต้องการแยกทางกับผม เขาจะไปอยู่กับลูกสองคน **ผมไม่อยากให้เป็นแบบนี้ผมสงสารลูก**
.
แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ ถ้าเราแยกทางกัน ต่างคนจะต่างลำบาก เพราะตอนนี้เราไม่มีเงินกันเลย ภาระหนี้สินก็ท่วมหัว เราจึงจำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน บนความเฉยเมย คุกรุ่น เขาเป็นคน เด็ดเดี่ยว ชิวๆ ใช้ชีวิตได้ปกติมาก พูดคุยกับเพื่อน กับญาติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
.
แต่คนที่ทรมานที่สุดคือผม ที่มาเจอเรื่อง Shock แบบไม่ทันตั้งตัว ในแต่ละวันที่ต้องนั่งอยู่คนเดียว ในหัวมันหลอนไปหมด ร้องไห้กับเพื่อน เหมือนเด็กขี้แย
.
ตอนนี้ผมตั้งใจอย่างจริงใจนะครับ ที่จะเปลี่ยนหลายๆเรื่อง กับตัวเอง ทั้งเรื่องอารมณ์ ทางการช่วยเหลืองานบ้าน การช่วยเลี้ยงลูก และอยู่กับลูกให้ได้นานที่สุด ในแต่ละวัน [และหวัวว่าเวลาที่เหลืออยู่นี้ผมจะเจอโอกาสมีเงิน] โดยเพียงแค่คาดหวังว่า มันอาจจะมีปาฏิหาริย์ ว่าเมียผมเขาจะเปลี่ยนใจ
.
สุดท้ายนี้..ใครมีประสบการณ์ หรือคำแนะนำ หรือจะด่าผมซ้ำก็ได้ ผมไม่ว่า ช่วยแนะนำผมหน่อย #ผมไม่อยากเสียครอบครัวไป😭😭
ช่วยผมด้วย! ผมกำลังจะเสียครอบครัวไป😭😭
.
หลังจากแต่งงานมา 1 ปี เราก็มีลูกด้วยกัน 1 คน ตอนนี้อายุ 5 ขวบ ช่วงที่ตั้งท้องลูก ธุรกิจผมเริ่มไม่ค่อยดี และ ก็เริ่มทรุด จนมีปัญหาเรื่องหนี้สิน รุงรัง
.
ผมเป็นคนที่รักครอบครัวมากครับ และตั้งใจทำงาน อะไรที่มองเห็นโอกาสผมกระโจนเข้าหา เพื่อให้มีเงิน กินเหล้าเล็กน้อยตามโอกาส ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน ไม่เจ้าชู้ ผมตั้งใจจะทำให้ชีวิตครอบครัวมีความสุขที่สุด
.
ตั้งแต่มีลูก ภรรยา ก็เปลี่ยนแปลงไปบ้าง การหลับนอนกัน ก็เริ่มน้อยลง และบ่อยครั้งที่ทะเลาะกัน เพราะเหมือนเขาไม่ค่อยสะดวก จนช่วงหลังๆไม่มีเลย ผมก็แอบคิดนะ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงได้
.
หลังๆเขาพูดเริ่มพูดกับผมน้อยลง เฉยชา เฉยเมย พูดแต่ละครั้งก็จะมีแต่คำที่ห้วนๆ ผมก็พอจะสังเกตได้
.
ก็เลยตัดสินใจ ถามเขาตรงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาก็บอกกับผมว่า สถานะเขาตอนนี้ **เป็นแม่ของลูกได้ แต่ไม่สามารถเป็นเมียให้ได้แล้ว** ผมอึ้งมาก😭
.
ก็เลยถามเหตุผล กับเขาว่าเพราะอะไร เขาบอกว่าเราสองคนมีหลายเรื่องที่ ความคิดไม่ตรงกันเลย บวกกับหนี้สินที่รุมเร้า มันทำให้เขา เครียดสะสม และกลายเป็นเกลียดผมสะสม
.
แต่ทั้งหมด ที่เมียผมบอก น่าจะไม่ใช่สาเหตุหลัก หลังจากให้คนใกล้ตัวลองไปคุยกับเขา แล้วผมมาประเมินตัวเอง มีสิ่งหนึ่งที่ผมทำผิดพลาดอย่างมาก คือ อารมณ์และนิสัยของผม ผมเป็นคนที่ขี้โมโห พูดหรือคุยงาน กับเพื่อนร่วมงาน(คนในทีม) ถ้าสอนหรือบอกแล้วเขาทำได้ช้า หรือ เคยบอกแล้ว ยังทำผิดอีก ผมจะขึ้นเสียงทันที(นั่นคือสิ่งที่ เมียผมเห็นมาตลอด เพราะเขาจะอยู่กับผมตลอดเวลา)
.
แต่ส่วนเรื่องอารมณ์ที่ผม ขี้โมโห จุกจิกกับเมีย จุกจิกผมยอมรับนะว่ามีบ้าง ถ้ามีอะไรไม่ถูกใจผมจะพูดหรือโพล่งขึ้นมาทันที โมโหใช้อารมณ์ก็มี แต่ผมยอมรับตรงๆนะครับมันไม่ได้บ่อยมากขนาดนั้น เพราะผมก็มี moment ดูแล เอาใจ และแสดงออกว่ารักเขาและครอบครัวมาก อยู่บ่อยๆ
.
** เรื่องนิสัยของผม ผมคิดไปเองว่าเขา น่าจะไม่ได้คิดอะไรมาก หรือว่าปล่อยผ่าน แต่มันคือการสะสมทุกวันทุกวัน แล้วก็มาระเบิด ภายในครั้งเดียว
.
ผมได้แต่ถามเขาว่า ทำไมตลอดมา ไม่เคยเตือนไม่เคยคุยกับผมเรื่องนี้เลย ในขณะที่ผมกำลังนั่งทำงาน หลังขดหลังแข็ง เพื่อจะได้มีเงิน ใช้จ่ายใช้หนี้ได้ โดยไม่ได้สนใจเรื่องอื่นเลย แล้วก็มาเจอข่าวร้ายแบบไม่ทันตั้งตัว
.
ผมรู้นะครับว่าผมผิด หลายครั้งผมก็กลับมาทบทวนตัวเองเสมอว่า ผมไม่น่าแสดงอารมณ์ กับคนใกล้ตัวของเราแบบนี้เลย ผมยอมรับยอมรับว่าตัวเองผิดมาก ผมขอโอกาสที่จะแก้ตัวกับเขา ว่าขอปรับปรุงตัวได้ไหม **คำตอบเดียวคือ ไม่มีทางแล้ว **
.
ทุกคนครับผมรู้ว่าผมผิด ความผิดของผมต้องโทษประหารผมเลยเหรอ ผมขอโอกาสแก้ตัวได้ไหม ผมเชื่อว่าผมทำได้ ที่พูดจากหัวใจจริงๆ ผมเข้าใจแล้ว
.
วันนี้สิ่งที่ผมกำลังเจอคือ ความเฉยเมยขั้นสุด ไม่อยากจะมองหน้า เหม็นขี้หน้า แล้วต้องการแยกทางกับผม เขาจะไปอยู่กับลูกสองคน **ผมไม่อยากให้เป็นแบบนี้ผมสงสารลูก**
.
แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ ถ้าเราแยกทางกัน ต่างคนจะต่างลำบาก เพราะตอนนี้เราไม่มีเงินกันเลย ภาระหนี้สินก็ท่วมหัว เราจึงจำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน บนความเฉยเมย คุกรุ่น เขาเป็นคน เด็ดเดี่ยว ชิวๆ ใช้ชีวิตได้ปกติมาก พูดคุยกับเพื่อน กับญาติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
.
แต่คนที่ทรมานที่สุดคือผม ที่มาเจอเรื่อง Shock แบบไม่ทันตั้งตัว ในแต่ละวันที่ต้องนั่งอยู่คนเดียว ในหัวมันหลอนไปหมด ร้องไห้กับเพื่อน เหมือนเด็กขี้แย
.
ตอนนี้ผมตั้งใจอย่างจริงใจนะครับ ที่จะเปลี่ยนหลายๆเรื่อง กับตัวเอง ทั้งเรื่องอารมณ์ ทางการช่วยเหลืองานบ้าน การช่วยเลี้ยงลูก และอยู่กับลูกให้ได้นานที่สุด ในแต่ละวัน [และหวัวว่าเวลาที่เหลืออยู่นี้ผมจะเจอโอกาสมีเงิน] โดยเพียงแค่คาดหวังว่า มันอาจจะมีปาฏิหาริย์ ว่าเมียผมเขาจะเปลี่ยนใจ
.
สุดท้ายนี้..ใครมีประสบการณ์ หรือคำแนะนำ หรือจะด่าผมซ้ำก็ได้ ผมไม่ว่า ช่วยแนะนำผมหน่อย #ผมไม่อยากเสียครอบครัวไป😭😭