ผมมีคนรอบข้างที่แรกเริ่มเพียงมองหาอะไรทำในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศตกสะเก็ด
พวกเขาได้มารู้จักกับโครงการ ขับคนละครึ่ง จากการลงประกาศเชิญชวนของบริษัท จากสื่อโซเชียลฯ
ทำให้พวกเขาได้เข้าไปรับรู้ ว่ามันคืออะไร และดีหรือไม่ จนได้เริ่มเข้าร่วมโครงการ
เพื่อนคนหนึ่ง เล่าว่า " ตั้งแต่วันแรกที่มาเริ่มขับ ก็รู้สึกว่า สนุกในการวิ่งรับคน ส่งคน และรับเงินทั้งรับเงินสด และรับผ่านการสแกนจ่ายเงินเข้าบัญชี ผ่านรหัส QR code "
ทีนี้ การทำงานอะไรก็ตาม แรกๆ เรายังไม่รู้ว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง
มาฟังจากปาก เพื่อนผมคนนี้ ครับ
เขาเล่าต่อว่า ... วันรุ่งขึ้น ก็เจอเลย ปัญหาคือ " จำนวนเงิน "
ยังไง ผมถาม...
เขาบอกว่า เงื่อนไขคือ การขับโครงการ คนละครึ่ง เราต้องรับงานจากแอพเดียว คือ Bolt
ซึ่งก็ดี ไม่วุ่นวาย และยอดรายได้ยอดจำนวนลูกค้าก็ โอเค กับเวลาในการขับ หรือ กะที่บริษัทฯ จัดสรรให้
ที่นี่ปัญหา มันอยู่ตรงไหน
เงื่อนไขโครงการนี้ ที่เป็นข้อสำคัญ คือ พนักงานขับรถ ต้องโอนรายได้เต็มจำนวน จาก แอพ Bolt ให้แก่บริษัท และบริษัทฯ จะโอนคืนจำนวนเงิน ครึ่งหนึ่ง มาให้
ซึ่งที่บอกว่าวันแรกก็เจอเลย คือ เงินรายได้ไม่พอที่จะต้องโอน คือ ง่ายๆ เงินที่มีในบัญชีรวมกับเงินสดที่ได้รับจากผู้โดยสาร/ลูกค้า มันน้อยกว่า ยอดรายได้ที่โชว์ในแอพคนขับ
คำถามคือ ไม่น่าใช่ แอพไม่น่าจะโกงเรา เราเอาเงินไปใช้กินข้าว ชาร์จแบตฯ หรืออะไรอย่างอื่นหรือเปล่า
นี่ไง คำตอบ ในเบื้องต้น
คำตอบต่อมา คือ การขับรถหารายได้กับแอพคนขับของ Bolt จะมีค่าใช้จ่ายที่ทางแอพคิดกับเรา วันต่อวัน ที่เรียกว่า ค่าคอมมิชชัน ซึ่งในแอพหักทุกครั้งที่เรารับงาน/ผู้โดยสาร และมีการชำระเงินแล้ว
และยังมี่ค่า คอมมิชชั่น จากการรับเงินสดต่างหากอีก หนำซ้ำ ทางแอพมีโบนัสให้ในบางครั้ง แต่โบนัสเป็นเพียงยอดตัวเลขโชว์เป็นรายได้ แต่เงินจริงๆอยู่ไหนล่ะ คนขับไม่ได้รับโบนัสเป็นเงินจริงๆสักหน่อย มันเลยทำให้เงินในบัญชีธนาคาร น้อยกว่า ยอดเงินที่แสดงรายได้วันต่อวันในแอพ
เพื่อนผมคนนี้ บอกว่า ขับมาร่วมเดือน เข้าใจอะไร ดีมากพอแล้ว
จึงอยากนำมาแชร์ เป็นความรู้เบื้องต้นให้คนที่กำลังหาอะไรทำเสริม ได้เข้าใจพอสมควร
ก่อนที่จะตัดสินใจมาร่วมโครงการที่ดีแบบนี้ ครับ
มารู้จักโครงการขับคนละครึ่งกับ We Rent Thai
พวกเขาได้มารู้จักกับโครงการ ขับคนละครึ่ง จากการลงประกาศเชิญชวนของบริษัท จากสื่อโซเชียลฯ
ทำให้พวกเขาได้เข้าไปรับรู้ ว่ามันคืออะไร และดีหรือไม่ จนได้เริ่มเข้าร่วมโครงการ
เพื่อนคนหนึ่ง เล่าว่า " ตั้งแต่วันแรกที่มาเริ่มขับ ก็รู้สึกว่า สนุกในการวิ่งรับคน ส่งคน และรับเงินทั้งรับเงินสด และรับผ่านการสแกนจ่ายเงินเข้าบัญชี ผ่านรหัส QR code "
ทีนี้ การทำงานอะไรก็ตาม แรกๆ เรายังไม่รู้ว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง
มาฟังจากปาก เพื่อนผมคนนี้ ครับ
เขาเล่าต่อว่า ... วันรุ่งขึ้น ก็เจอเลย ปัญหาคือ " จำนวนเงิน "
ยังไง ผมถาม...
เขาบอกว่า เงื่อนไขคือ การขับโครงการ คนละครึ่ง เราต้องรับงานจากแอพเดียว คือ Bolt
ซึ่งก็ดี ไม่วุ่นวาย และยอดรายได้ยอดจำนวนลูกค้าก็ โอเค กับเวลาในการขับ หรือ กะที่บริษัทฯ จัดสรรให้
ที่นี่ปัญหา มันอยู่ตรงไหน
เงื่อนไขโครงการนี้ ที่เป็นข้อสำคัญ คือ พนักงานขับรถ ต้องโอนรายได้เต็มจำนวน จาก แอพ Bolt ให้แก่บริษัท และบริษัทฯ จะโอนคืนจำนวนเงิน ครึ่งหนึ่ง มาให้
ซึ่งที่บอกว่าวันแรกก็เจอเลย คือ เงินรายได้ไม่พอที่จะต้องโอน คือ ง่ายๆ เงินที่มีในบัญชีรวมกับเงินสดที่ได้รับจากผู้โดยสาร/ลูกค้า มันน้อยกว่า ยอดรายได้ที่โชว์ในแอพคนขับ
คำถามคือ ไม่น่าใช่ แอพไม่น่าจะโกงเรา เราเอาเงินไปใช้กินข้าว ชาร์จแบตฯ หรืออะไรอย่างอื่นหรือเปล่า
นี่ไง คำตอบ ในเบื้องต้น
คำตอบต่อมา คือ การขับรถหารายได้กับแอพคนขับของ Bolt จะมีค่าใช้จ่ายที่ทางแอพคิดกับเรา วันต่อวัน ที่เรียกว่า ค่าคอมมิชชัน ซึ่งในแอพหักทุกครั้งที่เรารับงาน/ผู้โดยสาร และมีการชำระเงินแล้ว
และยังมี่ค่า คอมมิชชั่น จากการรับเงินสดต่างหากอีก หนำซ้ำ ทางแอพมีโบนัสให้ในบางครั้ง แต่โบนัสเป็นเพียงยอดตัวเลขโชว์เป็นรายได้ แต่เงินจริงๆอยู่ไหนล่ะ คนขับไม่ได้รับโบนัสเป็นเงินจริงๆสักหน่อย มันเลยทำให้เงินในบัญชีธนาคาร น้อยกว่า ยอดเงินที่แสดงรายได้วันต่อวันในแอพ
เพื่อนผมคนนี้ บอกว่า ขับมาร่วมเดือน เข้าใจอะไร ดีมากพอแล้ว
จึงอยากนำมาแชร์ เป็นความรู้เบื้องต้นให้คนที่กำลังหาอะไรทำเสริม ได้เข้าใจพอสมควร
ก่อนที่จะตัดสินใจมาร่วมโครงการที่ดีแบบนี้ ครับ