รู้สึกเหมือนกันไหมครับ แม้จะชอบดูอนิเมะมาก แต่พอเป็นอนิเมะแนวโรแมนติก จะรู้สึกอคติไปก่อนเลย ไม่ค่อยอยากดูเท่าไหร่ เพราะรู้สึกว่ามันไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ แฟนผมชวนดูเรื่องนี้ 2-3 รอบ จนผมยอมเปิดใจ และบอกกับเธอไปว่า ลองดูแค่ 1 ตอนก่อนนะ ถ้าไม่สนุกก็ขอผ่าน... สรุปคือดูต่อยาวๆจนจบ
.
และสิ่งที่ทำให้ผมดูต่อจนจบ ไม่ใช่แค่เคมีของตัวละคร แต่มันคือ "บรรยากาศ" ของเรื่อง ที่ทั้งอบอุ่น สวยงาม และตึงเครียดจนทำให้รู้สึกกดดันตาม
ปริซึมแห่งรัก (Love Through a Prism) เป็นเรื่องราวของ "ลิลี่ อิจิโจอิน" เด็กสาวญี่ปุ่นที่ได้ทุนไปเรียนศิลปะที่อังกฤษ เป็นอนิเมะแนวพีเรียด-โรแมนติก แต่บอกเลยว่านี่เป็นแค่ฉากบังหน้า เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่การย้อนยุคหรือมีแต่เรื่องรักๆ หวานๆ ใสๆ มันกลับแฝงไปด้วยผลงานศิลปะที่สวยงาม การเติบโตของตัวละครที่เราจะค่อยๆได้เห็นว่าพัฒนาขึ้นยังไง ในเรื่องยังแฝงไปด้วยคำสอนและปรัชญา มันจึงทำให้เรื่องนี้มีเสน่ห์ กลายเป็นมากกว่าอนิเมะโรแมนติกทั่วไป และทุกครั้งที่ตัวละครกำลังจะมีความสุข เรื่องก็มักโยนอุปสรรคใหม่เข้ามาเสมอ ทำให้เราคอยลุ้นและเอาใจช่วยพวกเขาตลอดเวลา
4-5 สิ่งที่จะทำให้เรื่องนี้น่าติดตาม
1. งานภาพ แสง สี คือดีสุดๆ (ถึงขนาดมีเตือนตอนแรกเลยเรื่องแสงสี) เล่นแสงกับเงาได้ดีมาก และหลายฉากมันก็สมจริงและสวยงามไปพร้อมกัน หาที่ติเรื่องภาพไม่ได้เลย
2. เนื้อเรื่องที่ดูธรรมดา แต่ดันแฝงสิ่งต่างๆไว้มากมาย มุมมองการใช้ชีวิต ปรัชญานิดหน่อย ไม่ได้ใส่มาเยอะจนน่าเบื่อ และสามารถตีความได้ง่าย
3. องค์ประกอบที่ลงตัว เสื้อผ้า สถานที่ ฉาก ทุกอย่างเซ็ตไว้ที่อังกฤษ ช่วงต้นยุค 1900 รู้สึกว่ามันสมจริง แม้จะไม่เคยไปอยู่ที่อังกฤษปีนั้นก็ตาม 5555555 แต่มันดูเรียลจริงๆนะ
4. การเติบโตของเหล่าตัวละครในเรื่อง ทุกคนแทบไม่ได้เติบโตแบบสวยหรูเลย แต่ละคนต่างมีอุปสรรค มีเรื่องที่ไม่สบายใจ และค่อยๆก้าวข้ามและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ดูแล้วก็ลุ้นตาม
สำหรับคนที่กังวลสปอยล์เรื่องบทสรุป อยากไปลุ้นเองว่าจะจบแบบแฮปเอ็น หรือแบดเอ็น ก็ข้ามข้อ 5 ไปได้เลยนะครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้5. บทสรุปที่อบอุ่นหัวใจ แม้ระหว่างทางจะมีอะไรให้ลุ้นตลอด แต่มันก็นำพาไปสู่ตอนจบที่สวยงาม
โดยรวมแล้วเป็นอนิเมะที่สนุกอีกเรื่องเลย ยิ่งในแนวโรแมนติก ตอนนี้เรื่องนี้อยู่ในอันดับท็อปๆ ของผมเลย ตัวละครอาจจะมีมุมที่น่ารำคาญบ้าง หรือบทบางช่วงอาจจะเหมือนละครน้ำเน่าไปหน่อย แต่โดยรวมมันก็ทำออกมาสนุก น่าติดตาม
จุดเด่นของเรื่องนี้คือ ภาพ สีสัน และแสง คือแค่ดูภาพก็ฟินแล้ว และใครที่ชอบงานศิลปะ ต้องไม่พลาดเรื่องนี้เลย ทั้งภาพวาดสีน้ำมัน งานแกะสลัก งานปั้น และอื่นๆ ถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก สวยงาม
.
ใครที่ลังเลอยู่ หรือเบื่ออนิเมะต่างโลก อนิเมะต่อสู้แล้ว ลองเปิดใจดูสักตอนครับ เรื่องนี้มันฟีลกู๊ดจริงๆ
.
ปกติผมไม่ใช่คนดูอนิเมะโรแมนติกจบง่ายๆนะ แต่เรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ดูจบแล้วรู้สึก “ดีใจที่เปิดใจดู”
ช่องทางการรับชม
- Netflix มีทั้งหมด 20 ตอน แถมมีพากย์ไทยด้วย (ผมลองดูแบบพากย์ไทยแล้ว พากย์ได้ดีเลย คุณภาพสุดๆ)
เครดิตภาพ: เพจ Netflix (Facebook)
ดูเหอะ! ปริซึมแห่งรัก อนิเมะที่ยกระดับตัวเองจนกลายเป็น “ผลงานศิลปะ” ที่อบอุ่นหัวใจ [มีสปอยล์เล็กน้อย]
.
และสิ่งที่ทำให้ผมดูต่อจนจบ ไม่ใช่แค่เคมีของตัวละคร แต่มันคือ "บรรยากาศ" ของเรื่อง ที่ทั้งอบอุ่น สวยงาม และตึงเครียดจนทำให้รู้สึกกดดันตาม
ปริซึมแห่งรัก (Love Through a Prism) เป็นเรื่องราวของ "ลิลี่ อิจิโจอิน" เด็กสาวญี่ปุ่นที่ได้ทุนไปเรียนศิลปะที่อังกฤษ เป็นอนิเมะแนวพีเรียด-โรแมนติก แต่บอกเลยว่านี่เป็นแค่ฉากบังหน้า เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่การย้อนยุคหรือมีแต่เรื่องรักๆ หวานๆ ใสๆ มันกลับแฝงไปด้วยผลงานศิลปะที่สวยงาม การเติบโตของตัวละครที่เราจะค่อยๆได้เห็นว่าพัฒนาขึ้นยังไง ในเรื่องยังแฝงไปด้วยคำสอนและปรัชญา มันจึงทำให้เรื่องนี้มีเสน่ห์ กลายเป็นมากกว่าอนิเมะโรแมนติกทั่วไป และทุกครั้งที่ตัวละครกำลังจะมีความสุข เรื่องก็มักโยนอุปสรรคใหม่เข้ามาเสมอ ทำให้เราคอยลุ้นและเอาใจช่วยพวกเขาตลอดเวลา
4-5 สิ่งที่จะทำให้เรื่องนี้น่าติดตาม
1. งานภาพ แสง สี คือดีสุดๆ (ถึงขนาดมีเตือนตอนแรกเลยเรื่องแสงสี) เล่นแสงกับเงาได้ดีมาก และหลายฉากมันก็สมจริงและสวยงามไปพร้อมกัน หาที่ติเรื่องภาพไม่ได้เลย
2. เนื้อเรื่องที่ดูธรรมดา แต่ดันแฝงสิ่งต่างๆไว้มากมาย มุมมองการใช้ชีวิต ปรัชญานิดหน่อย ไม่ได้ใส่มาเยอะจนน่าเบื่อ และสามารถตีความได้ง่าย
3. องค์ประกอบที่ลงตัว เสื้อผ้า สถานที่ ฉาก ทุกอย่างเซ็ตไว้ที่อังกฤษ ช่วงต้นยุค 1900 รู้สึกว่ามันสมจริง แม้จะไม่เคยไปอยู่ที่อังกฤษปีนั้นก็ตาม 5555555 แต่มันดูเรียลจริงๆนะ
4. การเติบโตของเหล่าตัวละครในเรื่อง ทุกคนแทบไม่ได้เติบโตแบบสวยหรูเลย แต่ละคนต่างมีอุปสรรค มีเรื่องที่ไม่สบายใจ และค่อยๆก้าวข้ามและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ดูแล้วก็ลุ้นตาม
สำหรับคนที่กังวลสปอยล์เรื่องบทสรุป อยากไปลุ้นเองว่าจะจบแบบแฮปเอ็น หรือแบดเอ็น ก็ข้ามข้อ 5 ไปได้เลยนะครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
โดยรวมแล้วเป็นอนิเมะที่สนุกอีกเรื่องเลย ยิ่งในแนวโรแมนติก ตอนนี้เรื่องนี้อยู่ในอันดับท็อปๆ ของผมเลย ตัวละครอาจจะมีมุมที่น่ารำคาญบ้าง หรือบทบางช่วงอาจจะเหมือนละครน้ำเน่าไปหน่อย แต่โดยรวมมันก็ทำออกมาสนุก น่าติดตาม
จุดเด่นของเรื่องนี้คือ ภาพ สีสัน และแสง คือแค่ดูภาพก็ฟินแล้ว และใครที่ชอบงานศิลปะ ต้องไม่พลาดเรื่องนี้เลย ทั้งภาพวาดสีน้ำมัน งานแกะสลัก งานปั้น และอื่นๆ ถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก สวยงาม
.
ใครที่ลังเลอยู่ หรือเบื่ออนิเมะต่างโลก อนิเมะต่อสู้แล้ว ลองเปิดใจดูสักตอนครับ เรื่องนี้มันฟีลกู๊ดจริงๆ
.
ปกติผมไม่ใช่คนดูอนิเมะโรแมนติกจบง่ายๆนะ แต่เรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ดูจบแล้วรู้สึก “ดีใจที่เปิดใจดู”
ช่องทางการรับชม
- Netflix มีทั้งหมด 20 ตอน แถมมีพากย์ไทยด้วย (ผมลองดูแบบพากย์ไทยแล้ว พากย์ได้ดีเลย คุณภาพสุดๆ)