เหตุผลที่คีย์บอร์ดไม่เรียงตามตัวอักษร A B C D แต่เรียงแบบ QWERTY (ควอเทอร์ที) อย่างที่เราใช้กันในปัจจุบัน มีที่มาจากข้อจำกัดทางวิศวกรรมในยุค "เครื่องพิมพ์ดีด"
1. ป้องกัน "ก้านพิมพ์ค้าง" (The Mechanical Jam)
ในยุคแรกเริ่ม (ช่วงปี ค.ศ. 1870) คีย์บอร์ดเครื่องพิมพ์ดีดเคยเรียงตามตัวอักษรมาก่อน แต่ปัญหาคือเวลาคนพิมพ์เร็วๆ ตัวอักษรที่ใช้บ่อยมักจะอยู่ใกล้กัน ทำให้ "ก้านพิมพ์" (Typebars) ที่เป็นเหล็กพุ่งขึ้นมาตีบนกระดาษเกิดการ "ขัดกัน" จนเครื่องค้าง
คุณ Christopher Sholes ผู้ประดิษฐ์จึงแก้ปัญหาโดยการสลับตำแหน่งตัวอักษรที่ใช้บ่อยให้อยู่ห่างกัน เพื่อให้ก้านพิมพ์มีเวลาดีดกลับลงไปก่อนที่ก้านตัวต่อไปจะพุ่งขึ้นมาครับ
2. ช่วยให้พิมพ์ได้ "ต่อเนื่อง" ขึ้น
แม้จะดูเหมือนเรียงมั่วๆ แต่จริงๆ แล้ว QWERTY ถูกออกแบบมาเพื่อให้เราใช้ "มือสองข้างสลับกันพิมพ์" ได้อย่างสมดุลขึ้น การแยกตัวอักษรที่ใช้คู่กันบ่อยๆ ออกไปไว้คนละฝั่ง ช่วยลดจังหวะการสะดุดของกลไกเครื่องในสมัยนั้น และกลายเป็นความเคยชินของมนุษย์ไปโดยปริยาย
3. ทำไมยุคคอมพิวเตอร์ถึงไม่เปลี่ยนกลับ?
พอเปลี่ยนมาเป็นยุคคีย์บอร์ดไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ ปัญหา "ก้านพิมพ์ค้าง" ก็หมดไปแล้วครับ มีคนพยายามออกแบบคีย์บอร์ดแบบใหม่ที่ช่วยให้พิมพ์เร็วขึ้นและถนอมข้อมือมากขึ้น เช่น:
• Dvorak: เรียงตัวอักษรที่ใช้บ่อยที่สุดไว้ตรงแถวกลาง
• Colemak: ปรับปรุงจาก QWERTY ให้ทันสมัยขึ้น
[Image comparing QWERTY and Dvorak keyboard layouts]
💡
แต่เหตุผลที่คนทั้งโลกยังใช้ QWERTY อยู่คือ "Network Effect" ครับ เพราะคนนับพันล้านคนทั่วโลก "ชิน" ไปแล้ว การจะให้ทุกคนกลับไปฝึกพิมพ์ใหม่ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ยากและมีต้นทุนสูงเกินไปนั่นเอง
📌เกร็ดน่ารู้: คีย์บอร์ดภาษาไทย (เกษมณี)
สำหรับคีย์บอร์ดภาษาไทยที่เราใช้กัน (เกษมณี) ก็ใช้หลักการคล้ายกัน คือการวางตัวอักษรที่ใช้บ่อยไว้ในตำแหน่งที่นิ้วเอื้อมถึงง่าย (แม้บางตัวจะหายากหน่อยจนต้องกด Shift จนเมื่อยนิ้วก้อยก็ตาม)
YouTube @rulawdocumentary
#keyboard #เครื่องพิมพ์ดีด
#แป้นพิมพ์
เคยสงสัยไหม ว่าทำไม “คีย์บอร์ดจึงไม่เรียง ABCD ง่ายๆไปเลย” ?
1. ป้องกัน "ก้านพิมพ์ค้าง" (The Mechanical Jam)
ในยุคแรกเริ่ม (ช่วงปี ค.ศ. 1870) คีย์บอร์ดเครื่องพิมพ์ดีดเคยเรียงตามตัวอักษรมาก่อน แต่ปัญหาคือเวลาคนพิมพ์เร็วๆ ตัวอักษรที่ใช้บ่อยมักจะอยู่ใกล้กัน ทำให้ "ก้านพิมพ์" (Typebars) ที่เป็นเหล็กพุ่งขึ้นมาตีบนกระดาษเกิดการ "ขัดกัน" จนเครื่องค้าง
คุณ Christopher Sholes ผู้ประดิษฐ์จึงแก้ปัญหาโดยการสลับตำแหน่งตัวอักษรที่ใช้บ่อยให้อยู่ห่างกัน เพื่อให้ก้านพิมพ์มีเวลาดีดกลับลงไปก่อนที่ก้านตัวต่อไปจะพุ่งขึ้นมาครับ
2. ช่วยให้พิมพ์ได้ "ต่อเนื่อง" ขึ้น
แม้จะดูเหมือนเรียงมั่วๆ แต่จริงๆ แล้ว QWERTY ถูกออกแบบมาเพื่อให้เราใช้ "มือสองข้างสลับกันพิมพ์" ได้อย่างสมดุลขึ้น การแยกตัวอักษรที่ใช้คู่กันบ่อยๆ ออกไปไว้คนละฝั่ง ช่วยลดจังหวะการสะดุดของกลไกเครื่องในสมัยนั้น และกลายเป็นความเคยชินของมนุษย์ไปโดยปริยาย
3. ทำไมยุคคอมพิวเตอร์ถึงไม่เปลี่ยนกลับ?
พอเปลี่ยนมาเป็นยุคคีย์บอร์ดไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ ปัญหา "ก้านพิมพ์ค้าง" ก็หมดไปแล้วครับ มีคนพยายามออกแบบคีย์บอร์ดแบบใหม่ที่ช่วยให้พิมพ์เร็วขึ้นและถนอมข้อมือมากขึ้น เช่น:
• Dvorak: เรียงตัวอักษรที่ใช้บ่อยที่สุดไว้ตรงแถวกลาง
• Colemak: ปรับปรุงจาก QWERTY ให้ทันสมัยขึ้น
[Image comparing QWERTY and Dvorak keyboard layouts]
💡
แต่เหตุผลที่คนทั้งโลกยังใช้ QWERTY อยู่คือ "Network Effect" ครับ เพราะคนนับพันล้านคนทั่วโลก "ชิน" ไปแล้ว การจะให้ทุกคนกลับไปฝึกพิมพ์ใหม่ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ยากและมีต้นทุนสูงเกินไปนั่นเอง
📌เกร็ดน่ารู้: คีย์บอร์ดภาษาไทย (เกษมณี)
สำหรับคีย์บอร์ดภาษาไทยที่เราใช้กัน (เกษมณี) ก็ใช้หลักการคล้ายกัน คือการวางตัวอักษรที่ใช้บ่อยไว้ในตำแหน่งที่นิ้วเอื้อมถึงง่าย (แม้บางตัวจะหายากหน่อยจนต้องกด Shift จนเมื่อยนิ้วก้อยก็ตาม)
YouTube @rulawdocumentary
#keyboard #เครื่องพิมพ์ดีด
#แป้นพิมพ์