ไม่ได้มีแค่รอยเท้า! เผยลิสต์ ของแปลก 6 อย่าง ที่มนุษย์อวกาศทิ้งไว้บนดวงจันทร์!... ระหว่างปี ค.ศ. 1969 ถึง 1972 โครงการอะพอลโล (Apollo program) ของนาซา (NASA) ไม่ได้แค่ทิ้งอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ไว้บนดวงจันทร์ แต่ยังทิ้งร่องรอยความเป็นมนุษย์ที่แปลกประหลาดไว้มากมาย เริ่มตั้งแต่ภารกิจอะพอลโล 11 (Apollo 11) ในปี 1969 ที่ นีล อาร์มสตรอง (Neil Armstrong) ประทับรอยเท้าแรกเอาไว้ พร้อมกับจุดเริ่มต้นของการทิ้งถุงปฏิกูลของมนุษย์ (Human waste bags) ซึ่งตลอดโครงการมีการทิ้งถุงบรรจุอุจจาระ อ้วก และปัสสาวะไว้มากถึง 96 ถุง เพื่อลดน้ำหนักยานให้เบาที่สุดสำหรับการขนตัวอย่างหินกลับโลก
.
ต่อมาในปี 1971 ภารกิจอะพอลโล 14 (Apollo 14) อลัน เชพเพิร์ด (Alan Shepard) ก็ได้ดัดแปลงอุปกรณ์เก็บตัวอย่างให้กลายเป็นไม้กอล์ฟและตีลูกกอล์ฟสองลูกทิ้งไว้บนพื้นผิวดวงจันทร์
.
ในปีเดียวกันนั้น ภารกิจอะพอลโล 15 (Apollo 15) เดวิด สก็อตต์ (David Scott) ได้ทำการทดลองปล่อยค้อนและขนนกเหยี่ยวฟอลคอนลงพื้นพร้อมกันในสภาพสุญญากาศ (Vacuum) เพื่อทดสอบทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของ กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) ซึ่งวัตถุทั้งสองตกถึงพื้นพร้อมกันเป๊ะ และเขายังได้แอบวางประติมากรรมอะลูมิเนียมขนาดเล็กที่สลักชื่อนักบินอวกาศผู้ล่วงลับ (Fallen Astronaut) เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานไว้บนนั้นด้วย
.
ถัดมาในปี 1972 ภารกิจอะพอลโล 16 (Apollo 16) ชาร์ลส์ ดุ๊ก (Charles Duke) ได้วางภาพถ่ายครอบครัวของเขาที่หุ้มพลาสติกไว้บนพื้นผิว แม้ข้อมูลไวรัลหลายแห่งจะบอกว่าสิ่งของเหล่านี้จะถูกแช่แข็งไว้ตลอดกาลเพราะดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศ (Atmosphere) และสภาพอากาศแบบโลก แต่ในความเป็นจริง รังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet radiation) ที่รุนแรงแบบไม่มีอะไรกั้นบนดวงจันทร์น่าจะฟอกสีภาพถ่ายครอบครัวของดุ๊กจนขาวโพลนไปนานแล้ว
.
นอกจากนี้การพุ่งชนของอุกกาบาตขนาดจิ๋ว (Micrometeorites) และลมสุริยะ (Solar wind) ก็กำลังค่อยๆ กัดเซาะรอยเท้าและสิ่งของเหล่านี้อย่างช้าๆ ซึ่งแม้จะต้องใช้เวลาหลายล้านปีในการลบเลือน แต่มันก็ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่เหนือกาลเวลาอย่างที่หลายคนเข้าใจ
6 ของแปลกที่สุดที่มนุษย์ทิ้งไว้บนดวงจันทร์
.
ต่อมาในปี 1971 ภารกิจอะพอลโล 14 (Apollo 14) อลัน เชพเพิร์ด (Alan Shepard) ก็ได้ดัดแปลงอุปกรณ์เก็บตัวอย่างให้กลายเป็นไม้กอล์ฟและตีลูกกอล์ฟสองลูกทิ้งไว้บนพื้นผิวดวงจันทร์
.
ในปีเดียวกันนั้น ภารกิจอะพอลโล 15 (Apollo 15) เดวิด สก็อตต์ (David Scott) ได้ทำการทดลองปล่อยค้อนและขนนกเหยี่ยวฟอลคอนลงพื้นพร้อมกันในสภาพสุญญากาศ (Vacuum) เพื่อทดสอบทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของ กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) ซึ่งวัตถุทั้งสองตกถึงพื้นพร้อมกันเป๊ะ และเขายังได้แอบวางประติมากรรมอะลูมิเนียมขนาดเล็กที่สลักชื่อนักบินอวกาศผู้ล่วงลับ (Fallen Astronaut) เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานไว้บนนั้นด้วย
.
ถัดมาในปี 1972 ภารกิจอะพอลโล 16 (Apollo 16) ชาร์ลส์ ดุ๊ก (Charles Duke) ได้วางภาพถ่ายครอบครัวของเขาที่หุ้มพลาสติกไว้บนพื้นผิว แม้ข้อมูลไวรัลหลายแห่งจะบอกว่าสิ่งของเหล่านี้จะถูกแช่แข็งไว้ตลอดกาลเพราะดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศ (Atmosphere) และสภาพอากาศแบบโลก แต่ในความเป็นจริง รังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet radiation) ที่รุนแรงแบบไม่มีอะไรกั้นบนดวงจันทร์น่าจะฟอกสีภาพถ่ายครอบครัวของดุ๊กจนขาวโพลนไปนานแล้ว
.
นอกจากนี้การพุ่งชนของอุกกาบาตขนาดจิ๋ว (Micrometeorites) และลมสุริยะ (Solar wind) ก็กำลังค่อยๆ กัดเซาะรอยเท้าและสิ่งของเหล่านี้อย่างช้าๆ ซึ่งแม้จะต้องใช้เวลาหลายล้านปีในการลบเลือน แต่มันก็ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่เหนือกาลเวลาอย่างที่หลายคนเข้าใจ