การจะก้าวสู่ผู้สูงอายุ อย่างปลอดภัย ผมคิดว่า ควรมีการจัดการล่วงหน้าหลายปี เส้นทางไม่มีเส้นทางเดียว มีหลายเส้นทาง และเป้าหมายก็อาจจะต่างกัน.....ไม่มีใครถูก หรือผิด
เป้าหมายผมคือ เราจากไปอย่างมีคุณค่า ไม่ทิ้งภาระไว้ข้างหลัง ทรัพย์สินที่บรรพบุรุษส่งมาให้ ต้องเก็บไว้ให้ ทายาทรุ่นต่อไป ส่วนหาเพิ่มเติม แล้วแต่ความสามารถของผมและครอบครัว ผมเชื่อว่าการต่อสู้ในอนาคตยากยิ่งกว่าปัจจุบัน-อดีต
ผมเริ่มคิดเมื่อปี47-48 ในขณะที่หลาย ๆท่านกำลังมีความสุข ขณะนั้นบ้านพระอาทิตย์ จัดรายการทุกวันศุกร์ ....และการเมืองเริ่มปั่นป่วน....ผม+แฟนพยายามเริ่มเก็บเงิน ปี49 บิ๊กบังรัฐประหาร ผมเลิกเที่ยวป่า-เขา-น้ำตก ที่ผมชอบ ปี 52หนี้รถยนต์หมด ทีนี้ก็เก็บอย่างเดียว....
ส่วนแฟน จัดให้มีบัญชีธนาคาร 3 บัญชี
1. บัญชีหลัก มีหน้าที่รับเงินรางวัลออมสิน และรับเงินส่วนอื่น ๆที่เหลือใช้ สะสมมากขึ้นก็จัดการเงินก้อนนั้นไปลงทุน ส่วนใหญ่ไปอยู่กับห้องเช่า..+สลาก
2. บัญชีส่วนรับเงินเดือน +เงินที่ผมโอนให้ และอื่น ๆ ส่วนนี้จะใช้จ่ายภายในบ้าน และจ่ายน้อยกว่ารับเสมอถึงปัจจุบัน ถ้าเงินสะสมมากไป ก็โอนเข้าบัญชีแรก
3. บัญชีที่3 ผูกกับหุ้น ไว้รับปันผล เงินส่วนนี้ไว้ปรับปรุงบ้าน-ดูแลรถยนต์ ....ผมจะใช้เงินส่วนนี้...
ตัวผม มีบัญชีธนาคารที่ 1 รับเงินเดือน สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัว และโอนเงินให้แฟนทุกเดือน
บัญชีที่2 มีไว้ทำธุรกรรม ร่วมกับ เทรดหุ้น ทีเฟ็ก ขุด-เทรดคริปโต ปัจจุบันไม่ค่อยใช้งาน เพราะกลัวเมียและลูกตามหาเงินไม่เจอ แม้ทำลายแทงไว้แล้วก็ไม่ไว้ใจ...ตอนนี้เงินคงเหลือทุกแอป น่าจะไม่เกินหมื่น....
ปี 58 แฟนลาออกจากงานรับบำนาญราชการ ส่วนผมยังทำต่ออีก 7 ปี ก็ลาออกรับบำนาญประกันสังคม รายจ่ายของเราสองคนก็ยังน้อยกว่ารายรับจนถึงปัจจุบัน ไม่มีปัญหาใด ๆ เราไม่ได้รวยมากมาย แค่พอมี พอกิน และมีเงินสำรอง+เงินบำนาญพอที่จะรับแรงกระแทกได้สักสิบยี่สิบปี ผมเชื่อว่าผมจัดการป้องกัน และจัดการความมั่นคงได้ดีพอควร แต่ผมเวนคืนประกันทั้งหมด ยกเว้นประกันอุบัติเหตุของผม (ปัจจุบันส่งเดือนละประมาณสี่พัน) แฟนผมบอก ผมอีโก้สูงมาก (ผมบอกว่าผมทรนง) ก็อาจจะจริงตามนั้น

ผมมีแฟนคนเดียว ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่อาบนวด ไม่ดื่ม ความสุขของผมคือเห็นครอบครัวมีความสุข

ใช้เงินน้อยมากยกเว้นซื้อรถ...
นำมาให้เป็นแนวทางสำหรับคนสูงวัย อย่าลืม สิ่งจำเป็นที่สุดคือบังคับใจตัวเอง และมั่นคงในแนวทางที่เลือกครับ
เล่าให้ฟัง การจัดการ ..เตรียมเกษียณของผม...(ทำมานานแล้ว)
เป้าหมายผมคือ เราจากไปอย่างมีคุณค่า ไม่ทิ้งภาระไว้ข้างหลัง ทรัพย์สินที่บรรพบุรุษส่งมาให้ ต้องเก็บไว้ให้ ทายาทรุ่นต่อไป ส่วนหาเพิ่มเติม แล้วแต่ความสามารถของผมและครอบครัว ผมเชื่อว่าการต่อสู้ในอนาคตยากยิ่งกว่าปัจจุบัน-อดีต
ผมเริ่มคิดเมื่อปี47-48 ในขณะที่หลาย ๆท่านกำลังมีความสุข ขณะนั้นบ้านพระอาทิตย์ จัดรายการทุกวันศุกร์ ....และการเมืองเริ่มปั่นป่วน....ผม+แฟนพยายามเริ่มเก็บเงิน ปี49 บิ๊กบังรัฐประหาร ผมเลิกเที่ยวป่า-เขา-น้ำตก ที่ผมชอบ ปี 52หนี้รถยนต์หมด ทีนี้ก็เก็บอย่างเดียว....
ส่วนแฟน จัดให้มีบัญชีธนาคาร 3 บัญชี
1. บัญชีหลัก มีหน้าที่รับเงินรางวัลออมสิน และรับเงินส่วนอื่น ๆที่เหลือใช้ สะสมมากขึ้นก็จัดการเงินก้อนนั้นไปลงทุน ส่วนใหญ่ไปอยู่กับห้องเช่า..+สลาก
2. บัญชีส่วนรับเงินเดือน +เงินที่ผมโอนให้ และอื่น ๆ ส่วนนี้จะใช้จ่ายภายในบ้าน และจ่ายน้อยกว่ารับเสมอถึงปัจจุบัน ถ้าเงินสะสมมากไป ก็โอนเข้าบัญชีแรก
3. บัญชีที่3 ผูกกับหุ้น ไว้รับปันผล เงินส่วนนี้ไว้ปรับปรุงบ้าน-ดูแลรถยนต์ ....ผมจะใช้เงินส่วนนี้...
ตัวผม มีบัญชีธนาคารที่ 1 รับเงินเดือน สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัว และโอนเงินให้แฟนทุกเดือน
บัญชีที่2 มีไว้ทำธุรกรรม ร่วมกับ เทรดหุ้น ทีเฟ็ก ขุด-เทรดคริปโต ปัจจุบันไม่ค่อยใช้งาน เพราะกลัวเมียและลูกตามหาเงินไม่เจอ แม้ทำลายแทงไว้แล้วก็ไม่ไว้ใจ...ตอนนี้เงินคงเหลือทุกแอป น่าจะไม่เกินหมื่น....
ปี 58 แฟนลาออกจากงานรับบำนาญราชการ ส่วนผมยังทำต่ออีก 7 ปี ก็ลาออกรับบำนาญประกันสังคม รายจ่ายของเราสองคนก็ยังน้อยกว่ารายรับจนถึงปัจจุบัน ไม่มีปัญหาใด ๆ เราไม่ได้รวยมากมาย แค่พอมี พอกิน และมีเงินสำรอง+เงินบำนาญพอที่จะรับแรงกระแทกได้สักสิบยี่สิบปี ผมเชื่อว่าผมจัดการป้องกัน และจัดการความมั่นคงได้ดีพอควร แต่ผมเวนคืนประกันทั้งหมด ยกเว้นประกันอุบัติเหตุของผม (ปัจจุบันส่งเดือนละประมาณสี่พัน) แฟนผมบอก ผมอีโก้สูงมาก (ผมบอกว่าผมทรนง) ก็อาจจะจริงตามนั้น
นำมาให้เป็นแนวทางสำหรับคนสูงวัย อย่าลืม สิ่งจำเป็นที่สุดคือบังคับใจตัวเอง และมั่นคงในแนวทางที่เลือกครับ