JJNY : ขยายผลจีนเทารถคว่ำ│ชาวบ้านชายแดนกังวล หวั่นเปิดด่าน│วิโรจน์แนะเลือกตั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน│52 จว.เตือน ฝนถล่มหนัก

ขยายผลจีนเทารถคว่ำ บุกค้นบ้าน เจอ “ปีน-ระเบิด” เพียบ อึ้ง! พบซีโฟร์พร้อมใช้งาน โร่อพยพชาวบ้านในละแวก
.

.
พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการจังหวัดชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่สืบสวนสืบจังหวัด ตม. 3 ตม.ชลบุรี สภ.นาจอมเทียน สภ.ห้วยใหญ่ นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านในม.2 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับรายงานจาก สภ.นาจอมเทียน ว่าเกิดเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำ เขตนาจอมเทียน โดยมีชาวต่างชาติเป็นผู้ขับรถ ตรวจสอบบัตร ทราบชื่อ นายหมิงเฉิน อายุ 31 ปี ถือพาสปอร์ตจีน และมีบัตรประตัวสีชมพู และ ผู้หญิงอีก 1 คน ในรถ ชื่อ MA, ฃ อายุ 33 ปี สัญชาติไต้หวัน ซึ่งจากการตรวจค้นในรถพบอาวุธสงคราม จึงได้การสอบสวน และนำตัวขยายผลไปตรวจค้นที่บ้านหลังดังกล่าว
.
โดยจากการเข้าตรวจค้นเจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึงเมื่อพบอาวุธสงครามจำนวนมาก อาทิ ระเบิดซีโฟร์ 4 ลูก น้ำหนัก 8 ปอน ระเบิดเค 75 ดัดแปลง ระเบิดเอ็มโฟ ปืนเอ็มโฟ กระสุนปืนเล็กขนาด 5.56 มม. แบบธรรมดา M193 (Ball, M193) ที่ระบุเครื่องหมาย LOT RTA ผลิตโดยโรงงานผลิตกระสุนของกรมสรรพาวุธทหารบก (Royal Thai Army Ammunition Plant) เพื่อใช้ในราชการทหาร ตรวจค้นในมือถือพบ คลิปซ้อมยิงปืน และปาระเบิดกับทหารกัมพูชา
.
หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจค้นพบอาวุธสงครามจำนวนมากจึงได้กัน บริเวณ 100 เมตรจากบ้านดังกล่าว พร้อมประสานหน่วย EOD เข้ามาทำการเก็บกู้ระเบิดที่พบในบ้านดังกล่าว
.
จากการสอบปากคำ นายหมิงเฉิน เบื้องต้นได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เดิมตนมีอาชีพเปิดร้านขายสุราอยู่ที่ประเทศกัมพูชา แต่ได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองไทย หลังจากปัญหาชายแดน ส่วนอาวุธสงครามที่พบภายในบ้านนั้นซื้อมาจากกลุ่ม LINE เฉพาะกลุ่ม โดยไปซื้อที่จังหวัดระยอง ไม่ทราบว่าที่ไหน โดยจะนำมาระเบิดชีพฆ่าตัวตาย เนื่องจากตนเป็นโรคซึมเศร้า
.
ต่อมาเวลา 22.00 น. จากตรวจค้นบ้านพัก ของนายหมิงเฉิน อายุ 31 ปี ชาวจีน ตำรวจพบหลักฐานสำคัญภายในโทรศัพท์มือถือ ของชาวจีนรายนี้ หลังจากที่มีการตรวจพบ วัตถุระเบิด C4 จำนวน 4 ก้อน น้ำหนักก้อนละ 2 ปอนด์ หรือประมาณก้อนละ 1 กิโลกรัม ซึ่งระเบิดดังกล่าว มีพลังการทำลายล้างสูงในรัศมีหลายร้อยเมตรเมตร อีกทั้งยังพบอาวุธปืนสงคราม ชนิด M4 ซึ่งเป็นอาวุธที่มีใช้ในยุทธวิธีทางการทหาร จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 5.56 จำนวน หลาย 10 นัด , ระเบิดมือแบบสังหารบุคคล 4 ลูก , รายละเอียดระเบิด , ลูกระเบิดขว้างสังหาร k75 จำนวน 1 ลูก , ระเบิดสังหารชนิดกับดัก แบบฝักข้าวโพด จำนวน 4 ลูก , เชื้อปะทุ ของลูกระเบิดสังหาร จำนวน 3 อัน , ดินระเบิด c4 จำนวน 1 กล่อง ไม่ทราบน้ำหนัก , ดินระเบิด c4 น้ำหนัก 1.1/4 บอน จำนวน 2 แท่ง รวมลูกระเบิดมือที่พบ จำนวน 10 ลูก และ ตัวจุดชนวน (รีโมต)
.
แต่ที่ตำรวจต้องตกตะลึง ถึงขั้นอพยพชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ออกไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย เนื่องจากพบเสื้อเกาะกันกระสุน ถูกติดตั้งระเบิดซีโฟร์ไว้ในเสื้อกันกระสุน อีกทั้งระเบิดถูกติดตั้งระบบพร้อมใช้งาน คล้ายกับ “ระเบิดพลีชีพ
.
นอกจากนี้ยังพบว่า ในโทรศัพท์มือถือของ นายหมิงเฉิน อายุ 31 ปี ชาวจีน มีการใช้โทรศัพท์มือถือพูดคุยกับแอปพลิเคชัน แชต GPT สอบถามแนวทางการก่อเหตุวินาศกรรมในสถานที่สำคัญ รวมถึงอนุภาคการทำลายล้างของระเบิดซีโฟร์ รวมถึงยังมีคลิป การฝึกยิงอาวุธปืนสงคราม และการกว้างระเบิดมือสังหาร ซึ่งจุดพิกัดในการไปฝึก ปรากฏอยู่ที่บริเวณ ค่ายรบพิเศษ 911 กัมพูชา หรือที่เรารู้จักกัน นักรบ BHQ หรือค่ายฝึกนักรบองครักษ์พิทักษ์ฮุนเซน
.
ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดจับกุม ทราบว่าในระหว่างการตรวจสอบบ้านดังกล่าว ชายชาวจีนรายนี้ ได้ทำกับดัก ลักษณะขึงลวด แล้วโยงติดกับสลักระเบิด หากพลาดไปเตะ ระเบิดจะทำงานทันที ซึ่งลักษณะดังกล่าวเราจะเห็นในภาพยนตร์แนวแอ็กชั่น
.
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการกั้นพื้นที่ เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บหลักฐานเพิ่มเติม โดยยังไม่มีการเคลื่อนย้าย วัตถุระเบิดและอาวุธปืนที่มีการตรวจพบ โดยจะมีการตรวจสอบเก็บหลักฐานอย่างละเอียด หากมีความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป
.

.
ชาวบ้านชายแดนกังวล หลังนายกฯ หารือกัมพูชา หวั่นเปิดด่าน
.
ชาวบ้านศรีสะเกษกังวล หลังนายกฯ หารือ 3 ฝ่าย ร่วมกับ “ฮุน มาเนต” หวั่นจะเปิดด่านแล้วไม่ปลอดภัย ขณะล่าสุดเจอลูกระเบิดกัมพูชาในไร่มันสำปะหลัง
.
เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ตชด.22 จังหวัดศรีสะเกษ เข้าตรวจสอบและเก็บกู้ทำลายลูกระเบิดขนาด 100 มม. เชื่อว่าถูกยิงเข้ามาจากฝั่งกัมพูชาในช่วงเกิดการปะทะกัน แต่ระเบิดไม่ทำงาน จึงตกค้างอยู่ในพื้นที่ไร่นาชาวบ้านตามแนวชายแดน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
.
นาย สมภาร ไทรน้อย ชรบ.หมู่บ้าน และเป็นเจ้าของไร่ ให้ข้อมูลว่า ช่วงเช้าตนว่าจ้างรถไถมาไถไร่ เพื่อเตรียมที่ปลูกมันสำปะหลัง แต่ขณะที่รถกำลังไถหน้าดินก็พบกับวัตถุต้องสงสัย จึงแจ้งให้ตนทราบ
.
เมื่อเข้าไปดูใกล้ ๆ พบว่าเป็นหัวระเบิด รู้สึกตกใจมาก รีบโทรแจ้งผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบเก็บกู้ทำลายทันที
ขณะที่เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนประชาชนว่า ช่วงนี้มีฝนตก ทำให้เกิดการชำระล้างหน้าดินบางส่วน ซึ่งอาจทำให้พบลูกระเบิดที่ตกค้าง ดังนั้นขอให้ชาวบ้านแจ้งผู้นำชุมชน และอยู่ให้ห่าง อย่าเก็บวัตถุต้องสงสัยด้วยตัวเอง หรือเอามาไว้ที่บ้านโดยเด็ดขาด
นอกจากนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ยังพูดถึงประเด็นที่ นาย อนุทิน นายกรัฐมนตรี เดินทางไปประชุมผู้นำอาเซียนที่ฟิลิปินส์ และได้หารือกับ นายกฯ ฮุน มาเนต ของกัมพูชา ชาวบ้านตามแนวชายแดน หวั่นว่าจะมีการสั่งเปิดด่าน เพราะวันนี้อยู่อย่างสุขสงบแล้ว 
.
นาย อนุสรณ์ แก้วลอย ชาวบ้านตำบลเสางชัย ระบุว่า ถ้านายกฯไทยเปิดด่าน ปัญหาจะตามมาเช่นเดิม ทุกวันนี้ชาวบ้านยังระแวง เพราะตามแนวชายแดนมีกระแสข่าวมาตลอด ไม่รู้ข่าวจริง หรือข่าวปลอม ก็พากันตื่นตกใจแล้ว มีการเตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลา  ไร่นาบางจุดก็ยังไม่กล้าเข้าไปทำกิน ยิ่งช่วงนี้ เป็นช่วงหน่อไม้ และเห็ดป่า ของป่ามีมาก ก็เข้าไปหาไม่ได้ ต่างจากเมื่อก่อน ไปเก็บเห็ดมากินได้ตลอด และหากเปิดด่าน ก็ไม่ปลอดภัยแน่นอน เพราะกัมพูชาเชื่อใจไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
.
เช่นเดียวกับ ชาวบ้าน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นอำเภอที่มีพื้นที่ติดชายแดน นางอุ้ย มะลิวัลย์ บอกว่า ยังจำเหตุการณ์ในอดีตได้ไม่เคยลืม เพราะช่วงที่เกิดเหตุชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัว บางคนต้องอพยพหนีเอาชีวิตรอด จนกลายเป็นบาดแผลทางความรู้สึกของคนในชุมชนมาจนถึงปัจจุบัน
อยากฝากถึงรัฐบาลให้เร่งเข้ามาดูแลความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างจริงจัง พร้อมเสนอให้มีการสร้างกำแพง หรือแนวป้องกันเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ และไม่เห็นด้วยกับการเปิดด่านชายแดน รวมถึงการจับมือ กับ กัมพูชา ของนายกรัฐมนตรี จะทำให้เราเสียเปรียบ
.

.
วิโรจน์ มองอีกมุม แนะเลือกตั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ทุก 5 ปี ให้ชาวบ้านคัดกรอง ป้องเหมารวม
https://www.matichon.co.th/politics/news_5710271
.
‘วิโรจน์’ มองอีกมุม แนะเลือกตั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ทุก 5 ปี ให้ชาวบ้านคัดกรอง ป้องเหมารวม ด้าน ‘ณัฐพล’ ชี้ นักการเมือง ก็ไม่ควรปฏิบัติกับกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เป็นกลุ่มบริวารของตน
.
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับการแก้ปัญหาการเหมารวมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน โดยระบุว่า
.
“แก้ปัญหาการเหมารวมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ที่ดีที่สุด คือการมีวาระ และใช้การเลือกตั้งของชาวบ้าน เป็นการประเมิน
.
กรณีการพูดเหมารวมว่า “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านมีส่วนพัวพันกับยาเสพติด” ของคุณภัณฑิล น่วมเจิม เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ และสมควรต้องมีการขอโทษ รวมถึงควรมีมาตรการที่เป็นรูปธรรม เพื่อทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีการพูดเหมารวมในลักษณะเช่นนี้อีก
.
แต่คำว่า “ไม่ควรเหมารวม” นั้น ต้องพิจารณาให้ครอบคลุมทั้งสองด้านด้วย กล่าวคือ หากเราให้อภัยในความผิดพลาดของคุณภัณฑิล และพิจารณาถึงเจตนาที่ดีของคุณภัณฑิล ก็ต้องยอมรับกันตรงๆ ว่า ในสังคมเรามีกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จำนวนหนึ่งที่ประพฤติตนเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เอารัดเอาเปรียบ และกอบโกยผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของลูกบ้าน รวมถึงมีบางส่วนที่เข้าไปพัวพันหรือเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย รวมทั้งยาเสพติด คุกคามแม้กระทั่งเพื่อนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านด้วยกัน คงจะไม่มีใครรับรองได้หรอกนะครับว่า กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านดีทุกคน หรือไม่มีปัญหาเลยสักคน
.
ในขณะเดียวกัน ก็มีกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านอีกจำนวนมากที่เสียสละ ทำงานอย่างแข็งขันในโครงการชุมชนล้อมรักษ์ ซึ่งเป็นโครงการป้องกันยาเสพติดในระดับชุมชน ท่ามกลางการถูกข่มขู่ และตกเป็นเป้าหมายจากมาเฟียค้ายาเสพติดในพื้นที่
.
ด้วยระบบการเลือกตั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านในปัจจุบัน เมื่อใครได้รับเลือกตั้งแล้ว ก็จะดำรงตำแหน่งไปจนถึงอายุ 60 ปี ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่เคยมีวาระ 5 ปี ดังนั้น หากชุมชนใดมีกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านที่กระตือรือร้น พร้อมเสียสละเพื่อลูกบ้าน ชุมชนนั้นก็ถือว่าโชคดี
.
แต่หากชุมชนใดมีกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านที่ขาดความกระตือรือร้น หรือแย่ไปกว่านั้น คือประพฤติตนเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ก็จะกลายเป็นความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสของประชาชนในพื้นที่นั้น โดยที่ไม่มีกลไกใด ที่ประชาชนจะสามารถเลือกตั้งใหม่ เพื่อเปลี่ยนตัวกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านได้เลย ทำได้เพียงรอให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านคนนั้นอายุ 60 ปี
.
ดังนั้น เพื่อไม่ให้สังคมต้องเหมารวมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านทั้งที่ดี และไม่ดี ผมคิดว่าตำแหน่งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านควรต้องมีวาระ เพื่อให้ประชาชนในหมู่บ้านได้เลือกและได้ประเมินผู้ใหญ่บ้านของตนเป็นระยะๆ ส่วนระยะเวลาของวาระ นั้นสามารถพิจารณาให้เหมาะสมได้ อาจเป็น 5 ปีตามเดิม หรือ 6 ปี หรือมากกว่านั้น (Note: ก่อนรัฐประหารปี 2549 กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านมีวาระ 5 ปี นะครับ)
.
หากกำนันและผู้ใหญ่บ้านมีวาระ ประชาชนก็จะกลายเป็นกลไกสำคัญในการประเมินกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ คนที่ไม่ดี หรือไม่เหมาะสม ก็จะถูกชาวบ้านคัดกรองออกไป ส่วนคนที่ดี พร้อมเสียสละ และตั้งใจทำงานเพื่อชาวบ้าน ก็จะได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ต่อไป
ท้ายที่สุด ผลประโยชน์สูงสุดก็จะเกิดขึ้นกับประชาชน
.
นอกจากนี้ นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ได้โพสต์เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ว่า 
.
‘กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน’ ในฐานะ ‘นักปกครองท้องถิ่น’ ควรวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ในขณะเดียวกัน ‘นักการเมือง’ ก็ไม่ควรปฏิบัติกับกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านราวกับเป็น ‘กลุ่มบริวารทางการเมือง’ ของตน ทั้งนี้ ก็เพื่อผลประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน 
.
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมามีกระแสการเอ่ยถึงประเด็น ‘กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน’ ตามหน้าสื่ออยู่พอสมควร โดยเหตุเกิดจากการอภิปรายของ สส. พรรคประชาชน ในเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติด โดยมีการพาดพิงถึงการทำงานของกลุ่มกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จนทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจต่อการอภิปรายแบบเหมารวมดังกล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่