อย่างตอนที่เป็นวัยหนุ่มวัยสาว อายุไม่เกิน 30 ก็เน้นเที่ยวแบบลุยแหลก บางทีก็ไปกับเพื่อนฝูง บางครั้งก็อาจจะไปกับคู่รักหรือบางทีก็ลุยเดี่ยวส่วนเพื่อนก็ไปหาเอาข้างหน้า
นอกจากนั้นเรื่องการกินการนอนก็ไม่ใช่ปัญหาอย่างเช่นที่หลับที่นอนก็เน้นนอนตามโฮสเทลที่ต้องไปนอนรวมกับคนแปลกหน้าที่มาจากหลากหลายชาติ ส่วนอาหารการกินก็กินแบบง่ายๆอาจจะเป็นอาหารแนวสตรีทฟู้ดหรือร้านข้างทางแบบที่คนท้องถิ่นทานกัน
ส่วนเรื่องสัมภาระก็ขนเอามาแบบที่เน้นความคล่องตัว โดยจะใช้กระเป๋าแบ็คแพ็คเป็นหลัก เสื้อผ้าก็ไม่ได้เอามาเยอะมากมายและสิ่งของที่พกมาเอาเฉพาะแค่ที่จำเป็นเท่านั้น
แต่เมื่ออายุมากขึ้นจนเข้าสู่ช่วงวัยกลางคนอย่างอายุ 40 ปีขึ้นไป รสนิยมและสไตล์การท่องเที่ยวก็เริ่มเปลี่ยนจากที่เคยกินอะไรก็ได้ นอนโฮสเทลแบบราคาประหยัดก็เปลี่ยนไปและเลือกเน้นนอนในโรงแรมที่มีความเป็นส่วนตัว ส่วนอาหารการกินก็จะเน้นไปแต่ร้านอาหารที่ได้รับความนิยมหรือไปตามร้านที่มีการรีวิวจากคนดัง พวกยูทูปเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์
ส่วนสไตล์การท่องเที่ยวก็เปลี่ยนอย่างชัดเจนจากเดิมที่ในช่วงวัยรุ่นเคยลุยเป็นแบ็คแพ็คเกอร์ แต่เมื่ออายุมากขึ้นก็เริ่มไปเที่ยวกับทัวร์หรือถ้าไปเองก็มักจะไปหาซื้อแพ็คเกจทัวร์กับทางเอเจนซี่ทัวร์หรือในโรงแรมหรือรีสอร์ทที่มีไว้บริการแก่ลูกค้า
ขณะที่เรื่องสัมภาระกลับมีมากขึ้นอย่างชัดเจน บางคนถึงขนาดจัดเต็มทั้งเสื้อผ้าหน้าผมและเครื่องประดับ ส่วนกระเป๋าแบ็คแพ็คก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นกระเป๋าลากใบใหญ่ที่มีสัมภาระอย่างมากมาย
คิดว่าช่วงอายุมีส่วนสำคัญมากน้อยขนาดไหนกับการทำให้สไตล์การท่องเที่ยวของแต่ละคนถึงเปลี่ยนไป จากแต่เดิมในช่วงหนุ่มสาวที่เคยเน้นเที่ยวแบบลุยๆก็เปลี่ยนมาเน้นเที่ยวแบบสบายๆในช่วงวัยกลางคนไปจนถึงวัยชรา กรณีนี้คิดเห็นกันเป็นประการใด
คิดว่าเมื่ออายุมากขึ้นสไตล์การท่องเที่ยวจะเปลี่ยนไปด้วยใช่หรือเปล่า เช่น จากที่เคยเที่ยวแบบลุยๆก็มาเน้นเที่ยวแบบสบายๆ
นอกจากนั้นเรื่องการกินการนอนก็ไม่ใช่ปัญหาอย่างเช่นที่หลับที่นอนก็เน้นนอนตามโฮสเทลที่ต้องไปนอนรวมกับคนแปลกหน้าที่มาจากหลากหลายชาติ ส่วนอาหารการกินก็กินแบบง่ายๆอาจจะเป็นอาหารแนวสตรีทฟู้ดหรือร้านข้างทางแบบที่คนท้องถิ่นทานกัน
ส่วนเรื่องสัมภาระก็ขนเอามาแบบที่เน้นความคล่องตัว โดยจะใช้กระเป๋าแบ็คแพ็คเป็นหลัก เสื้อผ้าก็ไม่ได้เอามาเยอะมากมายและสิ่งของที่พกมาเอาเฉพาะแค่ที่จำเป็นเท่านั้น
แต่เมื่ออายุมากขึ้นจนเข้าสู่ช่วงวัยกลางคนอย่างอายุ 40 ปีขึ้นไป รสนิยมและสไตล์การท่องเที่ยวก็เริ่มเปลี่ยนจากที่เคยกินอะไรก็ได้ นอนโฮสเทลแบบราคาประหยัดก็เปลี่ยนไปและเลือกเน้นนอนในโรงแรมที่มีความเป็นส่วนตัว ส่วนอาหารการกินก็จะเน้นไปแต่ร้านอาหารที่ได้รับความนิยมหรือไปตามร้านที่มีการรีวิวจากคนดัง พวกยูทูปเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์
ส่วนสไตล์การท่องเที่ยวก็เปลี่ยนอย่างชัดเจนจากเดิมที่ในช่วงวัยรุ่นเคยลุยเป็นแบ็คแพ็คเกอร์ แต่เมื่ออายุมากขึ้นก็เริ่มไปเที่ยวกับทัวร์หรือถ้าไปเองก็มักจะไปหาซื้อแพ็คเกจทัวร์กับทางเอเจนซี่ทัวร์หรือในโรงแรมหรือรีสอร์ทที่มีไว้บริการแก่ลูกค้า
ขณะที่เรื่องสัมภาระกลับมีมากขึ้นอย่างชัดเจน บางคนถึงขนาดจัดเต็มทั้งเสื้อผ้าหน้าผมและเครื่องประดับ ส่วนกระเป๋าแบ็คแพ็คก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นกระเป๋าลากใบใหญ่ที่มีสัมภาระอย่างมากมาย
คิดว่าช่วงอายุมีส่วนสำคัญมากน้อยขนาดไหนกับการทำให้สไตล์การท่องเที่ยวของแต่ละคนถึงเปลี่ยนไป จากแต่เดิมในช่วงหนุ่มสาวที่เคยเน้นเที่ยวแบบลุยๆก็เปลี่ยนมาเน้นเที่ยวแบบสบายๆในช่วงวัยกลางคนไปจนถึงวัยชรา กรณีนี้คิดเห็นกันเป็นประการใด