สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน วันนี้ผมมีเรื่องราวสุดคูลที่อยากจะมาแชร์ให้ฟัง คือเรื่องของการ "DIY ลำโพงบลูทูธ" จากวัสดุเหลือใช้นี่แหละครับ ฟังดูอาจจะเหมือนเรื่องเล่นๆ แต่บอกเลยว่าผลลัพธ์ที่ได้มันเกินคาดมาก เสียงดีจนผมเองยังไม่เชื่อเลยว่าของที่ทำเองกับมือแถมยังใช้วัสดุที่แทบจะทิ้งอยู่แล้วเนี่ย มันจะให้คุณภาพเสียงได้ขนาดนี้ แถมประหยัดงบไปได้เยอะมากๆ เลยครับ
คือช่วงนี้ผมอินกับการประดิษฐ์ของใช้เองมากๆ ครับ มันทั้งท้าทาย ทั้งสนุก และภูมิใจสุดๆ ยิ่งถ้าเป็นของที่ปกติเราต้องซื้อแพงๆ ยิ่งรู้สึกคุ้มค่าเข้าไปใหญ่ ทีนี้ก็เลยมองหาว่าอะไรที่เราพอจะลงมือทำเองได้บ้าง แล้วก็ไปสะดุดกับแนวคิดการทำลำโพงบลูทูธนี่แหละครับ เพราะสมัยนี้ลำโพงดีๆ ราคาไม่ใช่เล่นๆ เลย แถมบางทีก็ไม่ค่อยถูกใจดีไซน์หรือวัสดุเท่าไหร่ ก็เลยคิดว่าถ้าเราสร้างมันขึ้นมาเองได้ มันคงจะเจ๋งไม่เบาเลยครับ
ไอเดียหลักๆ ของโปรเจกต์นี้ก็คือ การใช้ "วัสดุเหลือใช้" มาเป็นโครงหรือตู้ลำโพงครับ เพราะวัสดุที่ดีสำหรับทำตู้ลำโพงไม่จำเป็นต้องเป็นของใหม่เอี่ยมเสมอไป ไม้เก่าๆ กล่องพลาสติกเหลือใช้ หรือแม้แต่ท่อ PVC ก็สามารถนำมาปรับปรุงให้เป็นตู้ลำโพงที่มีคุณภาพเสียงดีได้หมดเลย ขอแค่เราเข้าใจหลักการง่ายๆ ของมันครับ
ของที่ต้องเตรียม (หลักๆ เลยนะครับ)
1. ตู้หรือโครงลำโพง อันนี้แหละครับหัวใจของการ DIY เราอาจจะหาไม้เก่าๆ จากงานฝีมือที่เหลือใช้ กล่องพลาสติกที่ไม่ใช้แล้ว หรือแม้แต่กล่องโลหะเก่าๆ ก็ได้ครับ ขนาดก็จะขึ้นอยู่กับดอกลำโพงที่เราจะใช้
2. ชุดอิเล็กทรอนิกส์ลำโพง อันนี้คือหัวใจสำคัญของเสียงครับ เราต้องมี
ดอกลำโพง ขนาดเล็ก-กลาง (ประมาณ 2-3 นิ้ว) หาซื้อได้ทั่วไปครับ เลือกที่เสียงใสๆ หน่อย
โมดูลบลูทูธ มีหลายแบบครับ ส่วนใหญ่จะรวมภาคขยายเสียง (Amplifier) มาให้ในตัวเลย
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน พร้อมโมดูลชาร์จครับ เพื่อให้ลำโพงเราพกพาได้
สายไฟ สำหรับเชื่อมต่อวงจรต่างๆ
3. เครื่องมือ คัตเตอร์ ค้อน ตะปู สว่าน (ถ้าจำเป็น) กาวร้อนหรือกาว E6000 หัวแร้งและตะกั่ว (ถ้าต้องบัดกรี) ครับ
ขั้นตอนการทำ (ง่ายกว่าที่คิดนะครับ)
1. ออกแบบและเตรียมตู้ลำโพง ขั้นแรกเลยคือต้องคิดก่อนว่าอยากได้ลำโพงหน้าตาแบบไหน ขนาดเท่าไหร่ แล้วก็เลือก "ตู้" ที่จะใช้เป็นโครงครับ สมมติว่าผมเลือกใช้กล่องไม้เก่าๆ ที่เหลือจากการทำชั้นหนังสือมาแล้ว พอได้กล่องมาแล้วก็ต้องวัดขนาดและตำแหน่งที่จะเจาะรูสำหรับติดตั้งดอกลำโพง ปุ่มควบคุม (ถ้ามี) และช่องชาร์จไฟให้เรียบร้อยครับ
2. เจาะและตัด ใช้สว่านเจาะรูสำหรับดอกลำโพง และใช้คัตเตอร์หรือเลื่อยฉลุตัดแต่งตามตำแหน่งที่เราวัดไว้ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษนะครับขั้นตอนนี้ เพราะความประณีตมีผลต่อความสวยงามและเสียงด้วยครับ
3. ติดตั้งดอกลำโพง เมื่อเจาะรูเสร็จแล้ว ก็เอาดอกลำโพงไปลองทาบดูว่าพอดีไหม ถ้าพอดีก็ยึดด้วยสกรูหรือกาวให้แน่นหนาครับ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีช่องว่างให้ลมรั่วออกมาง่ายๆ นะครับ
4. เดินสายไฟและติดตั้งชุดอิเล็กทรอนิกส์ นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดครับ
เริ่มจากต่อสายไฟจากโมดูลบลูทูธ (ที่มีภาคขยายในตัว) เข้ากับขั้วของดอกลำโพงแต่ละข้างครับ (ขั้วบวกต่อบวก ขั้วลบต่อลบ)
จากนั้นก็ต่อสายไฟจากแบตเตอรี่เข้ากับโมดูลบลูทูธครับ (ดูขั้วดีๆ นะครับ อย่าต่อสลับ)
สุดท้ายคือต่อโมดูลชาร์จไฟเข้ากับแบตเตอรี่และหาช่องสำหรับเสียบสายชาร์จที่ตัวตู้ลำโพงครับ
5. ทดสอบระบบ ก่อนจะประกอบปิดฝาทุกอย่าง ให้ลองเปิดเครื่องและเชื่อมต่อบลูทูธกับโทรศัพท์มือถือดูครับ ลองเปิดเพลงฟังว่าเสียงออกไหม เสียงดังชัดเจนดีหรือเปล่า มีเสียงรบกวนอะไรไหม ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยก็ถือว่าผ่านครับ
6. ประกอบและเก็บงาน จัดวางชุดอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดให้เข้าที่ภายในตู้ลำโพง พยายามให้สายไฟเรียบร้อย ไม่พันกัน และไม่ไปโดนดอกลำโพง จากนั้นก็ปิดฝาตู้ให้สนิทครับ อาจจะใช้กาวหรือสกรูยึดตามความเหมาะสม แล้วก็เก็บรายละเอียดภายนอก เช่น ขัดไม้ ทาสี หรือตกแต่งตามใจชอบเลยครับ
เคล็ดลับให้เสียงดีแบบไม่น่าเชื่อ
ความแน่นหนาของตู้ ตู้ลำโพงที่ดีควรจะแน่นหนา ไม่มีช่องว่างให้ลมรั่วออกมาง่ายๆ ครับ ยิ่งแน่น ยิ่งลดการสั่นสะเทือนที่ไม่จำเป็น ทำให้เสียงคมชัดขึ้นครับ
ขนาดตู้ที่เหมาะสม ลองคำนวณปริมาตรตู้ให้เข้ากับดอกลำโพงที่เราใช้ หรือถ้าขี้เกียจคำนวณก็ลองกะเอาจากลำโพงสำเร็จรูปที่มีขนาดดอกลำโพงใกล้เคียงกันก็ได้ครับ
ใส่วัสดุซับเสียงในตู้ อันนี้สำคัญมากครับ! ลองหาสำลี ใยสังเคราะห์ หรือฟองน้ำมาบุภายในตู้ลำโพงครับ มันจะช่วยลดเสียงก้องสะท้อนภายในตู้ ทำให้เสียงที่ออกมานุ่มนวลและเป็นธรรมชาติมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
ผมบอกเลยว่าพอทำเสร็จแล้วรู้สึกโคตรภูมิใจเลยครับ ไม่ใช่แค่ได้ลำโพงบลูทูธที่เสียงดีเกินคาด แต่ยังได้ความรู้สึกของการสร้างสรรค์อะไรบางอย่างขึ้นมาด้วยมือของเราเอง จากของที่เรามองว่าไร้ค่า ให้กลายเป็นของที่มีมูลค่าทางใจและใช้งานได้จริง แถมยังประหยัดเงินไปได้เยอะมากๆ เลยครับ
ถ้าเพื่อนๆ มีของเหลือใช้ที่บ้าน ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี ลองเอาไอเดียนี้ไปต่อยอดดูนะครับ สนุก ได้ความรู้ และได้ของเจ๋งๆ มาใช้ฟรีๆ เลยครับ ลองดูนะครับ ไม่ยากอย่างที่คิดจริงๆ ครับ!
จากขยะสู่ขุมพลังเสียง! DIY ลำโพงบลูทูธสุดล้ำจากของเหลือใช้ เสียงดีจนเพื่อนอึ้ง ไม่ต้องจ่ายแพงครับ
คือช่วงนี้ผมอินกับการประดิษฐ์ของใช้เองมากๆ ครับ มันทั้งท้าทาย ทั้งสนุก และภูมิใจสุดๆ ยิ่งถ้าเป็นของที่ปกติเราต้องซื้อแพงๆ ยิ่งรู้สึกคุ้มค่าเข้าไปใหญ่ ทีนี้ก็เลยมองหาว่าอะไรที่เราพอจะลงมือทำเองได้บ้าง แล้วก็ไปสะดุดกับแนวคิดการทำลำโพงบลูทูธนี่แหละครับ เพราะสมัยนี้ลำโพงดีๆ ราคาไม่ใช่เล่นๆ เลย แถมบางทีก็ไม่ค่อยถูกใจดีไซน์หรือวัสดุเท่าไหร่ ก็เลยคิดว่าถ้าเราสร้างมันขึ้นมาเองได้ มันคงจะเจ๋งไม่เบาเลยครับ
ไอเดียหลักๆ ของโปรเจกต์นี้ก็คือ การใช้ "วัสดุเหลือใช้" มาเป็นโครงหรือตู้ลำโพงครับ เพราะวัสดุที่ดีสำหรับทำตู้ลำโพงไม่จำเป็นต้องเป็นของใหม่เอี่ยมเสมอไป ไม้เก่าๆ กล่องพลาสติกเหลือใช้ หรือแม้แต่ท่อ PVC ก็สามารถนำมาปรับปรุงให้เป็นตู้ลำโพงที่มีคุณภาพเสียงดีได้หมดเลย ขอแค่เราเข้าใจหลักการง่ายๆ ของมันครับ
ของที่ต้องเตรียม (หลักๆ เลยนะครับ)
1. ตู้หรือโครงลำโพง อันนี้แหละครับหัวใจของการ DIY เราอาจจะหาไม้เก่าๆ จากงานฝีมือที่เหลือใช้ กล่องพลาสติกที่ไม่ใช้แล้ว หรือแม้แต่กล่องโลหะเก่าๆ ก็ได้ครับ ขนาดก็จะขึ้นอยู่กับดอกลำโพงที่เราจะใช้
2. ชุดอิเล็กทรอนิกส์ลำโพง อันนี้คือหัวใจสำคัญของเสียงครับ เราต้องมี
ดอกลำโพง ขนาดเล็ก-กลาง (ประมาณ 2-3 นิ้ว) หาซื้อได้ทั่วไปครับ เลือกที่เสียงใสๆ หน่อย
โมดูลบลูทูธ มีหลายแบบครับ ส่วนใหญ่จะรวมภาคขยายเสียง (Amplifier) มาให้ในตัวเลย
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน พร้อมโมดูลชาร์จครับ เพื่อให้ลำโพงเราพกพาได้
สายไฟ สำหรับเชื่อมต่อวงจรต่างๆ
3. เครื่องมือ คัตเตอร์ ค้อน ตะปู สว่าน (ถ้าจำเป็น) กาวร้อนหรือกาว E6000 หัวแร้งและตะกั่ว (ถ้าต้องบัดกรี) ครับ
ขั้นตอนการทำ (ง่ายกว่าที่คิดนะครับ)
1. ออกแบบและเตรียมตู้ลำโพง ขั้นแรกเลยคือต้องคิดก่อนว่าอยากได้ลำโพงหน้าตาแบบไหน ขนาดเท่าไหร่ แล้วก็เลือก "ตู้" ที่จะใช้เป็นโครงครับ สมมติว่าผมเลือกใช้กล่องไม้เก่าๆ ที่เหลือจากการทำชั้นหนังสือมาแล้ว พอได้กล่องมาแล้วก็ต้องวัดขนาดและตำแหน่งที่จะเจาะรูสำหรับติดตั้งดอกลำโพง ปุ่มควบคุม (ถ้ามี) และช่องชาร์จไฟให้เรียบร้อยครับ
2. เจาะและตัด ใช้สว่านเจาะรูสำหรับดอกลำโพง และใช้คัตเตอร์หรือเลื่อยฉลุตัดแต่งตามตำแหน่งที่เราวัดไว้ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษนะครับขั้นตอนนี้ เพราะความประณีตมีผลต่อความสวยงามและเสียงด้วยครับ
3. ติดตั้งดอกลำโพง เมื่อเจาะรูเสร็จแล้ว ก็เอาดอกลำโพงไปลองทาบดูว่าพอดีไหม ถ้าพอดีก็ยึดด้วยสกรูหรือกาวให้แน่นหนาครับ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีช่องว่างให้ลมรั่วออกมาง่ายๆ นะครับ
4. เดินสายไฟและติดตั้งชุดอิเล็กทรอนิกส์ นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดครับ
เริ่มจากต่อสายไฟจากโมดูลบลูทูธ (ที่มีภาคขยายในตัว) เข้ากับขั้วของดอกลำโพงแต่ละข้างครับ (ขั้วบวกต่อบวก ขั้วลบต่อลบ)
จากนั้นก็ต่อสายไฟจากแบตเตอรี่เข้ากับโมดูลบลูทูธครับ (ดูขั้วดีๆ นะครับ อย่าต่อสลับ)
สุดท้ายคือต่อโมดูลชาร์จไฟเข้ากับแบตเตอรี่และหาช่องสำหรับเสียบสายชาร์จที่ตัวตู้ลำโพงครับ
5. ทดสอบระบบ ก่อนจะประกอบปิดฝาทุกอย่าง ให้ลองเปิดเครื่องและเชื่อมต่อบลูทูธกับโทรศัพท์มือถือดูครับ ลองเปิดเพลงฟังว่าเสียงออกไหม เสียงดังชัดเจนดีหรือเปล่า มีเสียงรบกวนอะไรไหม ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยก็ถือว่าผ่านครับ
6. ประกอบและเก็บงาน จัดวางชุดอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดให้เข้าที่ภายในตู้ลำโพง พยายามให้สายไฟเรียบร้อย ไม่พันกัน และไม่ไปโดนดอกลำโพง จากนั้นก็ปิดฝาตู้ให้สนิทครับ อาจจะใช้กาวหรือสกรูยึดตามความเหมาะสม แล้วก็เก็บรายละเอียดภายนอก เช่น ขัดไม้ ทาสี หรือตกแต่งตามใจชอบเลยครับ
เคล็ดลับให้เสียงดีแบบไม่น่าเชื่อ
ความแน่นหนาของตู้ ตู้ลำโพงที่ดีควรจะแน่นหนา ไม่มีช่องว่างให้ลมรั่วออกมาง่ายๆ ครับ ยิ่งแน่น ยิ่งลดการสั่นสะเทือนที่ไม่จำเป็น ทำให้เสียงคมชัดขึ้นครับ
ขนาดตู้ที่เหมาะสม ลองคำนวณปริมาตรตู้ให้เข้ากับดอกลำโพงที่เราใช้ หรือถ้าขี้เกียจคำนวณก็ลองกะเอาจากลำโพงสำเร็จรูปที่มีขนาดดอกลำโพงใกล้เคียงกันก็ได้ครับ
ใส่วัสดุซับเสียงในตู้ อันนี้สำคัญมากครับ! ลองหาสำลี ใยสังเคราะห์ หรือฟองน้ำมาบุภายในตู้ลำโพงครับ มันจะช่วยลดเสียงก้องสะท้อนภายในตู้ ทำให้เสียงที่ออกมานุ่มนวลและเป็นธรรมชาติมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
ผมบอกเลยว่าพอทำเสร็จแล้วรู้สึกโคตรภูมิใจเลยครับ ไม่ใช่แค่ได้ลำโพงบลูทูธที่เสียงดีเกินคาด แต่ยังได้ความรู้สึกของการสร้างสรรค์อะไรบางอย่างขึ้นมาด้วยมือของเราเอง จากของที่เรามองว่าไร้ค่า ให้กลายเป็นของที่มีมูลค่าทางใจและใช้งานได้จริง แถมยังประหยัดเงินไปได้เยอะมากๆ เลยครับ
ถ้าเพื่อนๆ มีของเหลือใช้ที่บ้าน ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี ลองเอาไอเดียนี้ไปต่อยอดดูนะครับ สนุก ได้ความรู้ และได้ของเจ๋งๆ มาใช้ฟรีๆ เลยครับ ลองดูนะครับ ไม่ยากอย่างที่คิดจริงๆ ครับ!