สามเดือนก่อนเราตั้งใจจะไปทำตาสองชั้น เราก็หาข้อมูลทั้งจากในsocial media หลายแพลตฟอร์มแต่ละที่ก็จะบอกให้เราเข้าไปปรึกษาฟรีกับหมอได้ก่อน เราก็เริ่มไปหลายๆรพ. เราไม่อยากทำกับคลีนิคและต้องเป็นจักษุแพทย์ทำด้วยเท่านั้น
ทีนี้มีรพ.หนึ่งเราเข้าไปปรึกษากับหมอเสร็จเค้าบอกให้เราวางมัดจำ 5,000 เลย ถึงจะได้ในราคาโปรโมชั่น เราบอกไม่เอาดีกว่า ต้องกำหนดเวลาด้วยใช่ไหมว่าทำภายในกี่เดือน น้อง sale บอกว่าต้องทำภายใน 6 เดือนค่ะ เราก็บอกไม่เอาพี่ไม่มัดจำดีก็ว่า ในใจคิดว่าจะไปปรึกษาที่อื่นอีก แต่น้อง sale บอกว่า ถ้าพี่ไม่ทำตาก็เอา 5,000 บาทที่วางมัดจำไปทำอย่างอื่นได้ เช่น โบท็อกซ์ เราก็ถามว่า แล้วค่าโบท็อกซ์ของที่นี่ราคาเท่าไหร่ ถ้ามันสูงกว่า 5,000 บาทพี่ต้องจ่ายเพิ่มเหรอ น้อง sale ตอบว่าพี่ก็ฉีดโบท็อกซ์เท่ากับราคาที่พี่มัดจำได้ เราเลยยอมมัดจำ หลังจากนั้นเราได้ไปทำตาที่รพ.อื่น และกะว่าจะกลับมาฉีดโบท็อกซ์ที่วางมัดจำไป 5,000 บาท
พอมาถึง หมอจัดการจับหน้าเราบอกเราต้องฉีดกรามฉีดกรอบหน้าฉีดรอยย่น เราบอกไม่เอา เราขอฉีด 5,000 บาทตามที่มัดจำ หมอเลยให้ sale เข้ามาคุย น้อง sale บอกว่าถ้าพี่ฉีดโบท็อกซ์ขั้นต่ำช่วงบน หน้า ผาก หางตาคิ้วขมวด อยู่ที่ ราคา 9,000 บาท เราบอกน้องว่าพี่ไม่ได้กะจะมาเสียเงินเพิ่มพี่ต้องการฉีดแค่ 5,000 บาท น้องยืนยันว่าไม่ได้ เราก็ไม่ยอม จนน้องออกไปคุยแล้วกลับมาอีกทีบอกว่า งั้น 5,000 บาท ฉีด ได้ 1 จุด พี่เอาจุดไหน เราบอกเอาคิ้วขมวด น้องก็เดินออกไป แล้วกลับมาใหม่บอกไม่ได้ เพราะมันต้องเปิดขวด ของพี่ต้องฉีดเยอะ เราก็ไม่ยอมรู้สึกไม่โอเคละ เราเลยเดินออกมาจากห้องหมอ มาตรงห้องรับแขก แล้วบอกว่า พี่จะไม่ยอมจ่ายเงินเพิ่ม เรามีโวยวายนิดหน่อย น้องเลยบอกงั้นคืนเงินให้ แต่ต้องหัก 3% ค่ารูดบัตร
เราก็ถาม ทำไมพี่ต้องจ่าย 3% พี่ไม่ได้เป็นคนรูดบัตร พี่จ่ายเงินสด แล้วน้องก็กลับไปคุยกันอีกแล้วกลับมาบอกว่าคืนเต็มจำนวนก็ได้แต่จะได้เงินภายใน 45 วันทำการ เราบอกไม่ได้ ตอนพี่จ่ายพี่จ่ายทันที เรายืนกราน จนน้อง sale บอกว่างั้นคืนภายใน 3 วัน แล้วร่างสัญญาคืนเงินเอามาให้เราเซ็นต์ แต่ในสัญญาพิมพ์ว่าคืนภายใน 30 วัน เราเลยบอกให้ฆ่าทิ้ง เปลี่ยนเป็น3วัน น้องก็ฆ่าทิ้ง แล้วเขียนใหม่
สุดท้ายวันที่ 3 เราก็ได้เงินคืน เราได้คุยกับน้อง sale ว่าเงิน 5,000 บาทเยอะนะคะ ถ้าหากน้องได้เงินเดือนมาถ้าอยู่ดีๆเงินเดือนน้องหายไป 5,000 บาทน้องจะรู้สึกยังไง นั่นแหละ จบ
เราอยากให้คนที่เข้ามาอ่านอย่ายอมเสียเงินไปฟรีไปง่ายๆ ขอให้ทุกคนโชคดีนะคะ
อยากจะเล่าเรื่องเงินมัดจำกับคลีนิคศัยลกรรมความงาม เผื่อจะได้ไม่เสียเปรียบค่ะ
ทีนี้มีรพ.หนึ่งเราเข้าไปปรึกษากับหมอเสร็จเค้าบอกให้เราวางมัดจำ 5,000 เลย ถึงจะได้ในราคาโปรโมชั่น เราบอกไม่เอาดีกว่า ต้องกำหนดเวลาด้วยใช่ไหมว่าทำภายในกี่เดือน น้อง sale บอกว่าต้องทำภายใน 6 เดือนค่ะ เราก็บอกไม่เอาพี่ไม่มัดจำดีก็ว่า ในใจคิดว่าจะไปปรึกษาที่อื่นอีก แต่น้อง sale บอกว่า ถ้าพี่ไม่ทำตาก็เอา 5,000 บาทที่วางมัดจำไปทำอย่างอื่นได้ เช่น โบท็อกซ์ เราก็ถามว่า แล้วค่าโบท็อกซ์ของที่นี่ราคาเท่าไหร่ ถ้ามันสูงกว่า 5,000 บาทพี่ต้องจ่ายเพิ่มเหรอ น้อง sale ตอบว่าพี่ก็ฉีดโบท็อกซ์เท่ากับราคาที่พี่มัดจำได้ เราเลยยอมมัดจำ หลังจากนั้นเราได้ไปทำตาที่รพ.อื่น และกะว่าจะกลับมาฉีดโบท็อกซ์ที่วางมัดจำไป 5,000 บาท
พอมาถึง หมอจัดการจับหน้าเราบอกเราต้องฉีดกรามฉีดกรอบหน้าฉีดรอยย่น เราบอกไม่เอา เราขอฉีด 5,000 บาทตามที่มัดจำ หมอเลยให้ sale เข้ามาคุย น้อง sale บอกว่าถ้าพี่ฉีดโบท็อกซ์ขั้นต่ำช่วงบน หน้า ผาก หางตาคิ้วขมวด อยู่ที่ ราคา 9,000 บาท เราบอกน้องว่าพี่ไม่ได้กะจะมาเสียเงินเพิ่มพี่ต้องการฉีดแค่ 5,000 บาท น้องยืนยันว่าไม่ได้ เราก็ไม่ยอม จนน้องออกไปคุยแล้วกลับมาอีกทีบอกว่า งั้น 5,000 บาท ฉีด ได้ 1 จุด พี่เอาจุดไหน เราบอกเอาคิ้วขมวด น้องก็เดินออกไป แล้วกลับมาใหม่บอกไม่ได้ เพราะมันต้องเปิดขวด ของพี่ต้องฉีดเยอะ เราก็ไม่ยอมรู้สึกไม่โอเคละ เราเลยเดินออกมาจากห้องหมอ มาตรงห้องรับแขก แล้วบอกว่า พี่จะไม่ยอมจ่ายเงินเพิ่ม เรามีโวยวายนิดหน่อย น้องเลยบอกงั้นคืนเงินให้ แต่ต้องหัก 3% ค่ารูดบัตร
เราก็ถาม ทำไมพี่ต้องจ่าย 3% พี่ไม่ได้เป็นคนรูดบัตร พี่จ่ายเงินสด แล้วน้องก็กลับไปคุยกันอีกแล้วกลับมาบอกว่าคืนเต็มจำนวนก็ได้แต่จะได้เงินภายใน 45 วันทำการ เราบอกไม่ได้ ตอนพี่จ่ายพี่จ่ายทันที เรายืนกราน จนน้อง sale บอกว่างั้นคืนภายใน 3 วัน แล้วร่างสัญญาคืนเงินเอามาให้เราเซ็นต์ แต่ในสัญญาพิมพ์ว่าคืนภายใน 30 วัน เราเลยบอกให้ฆ่าทิ้ง เปลี่ยนเป็น3วัน น้องก็ฆ่าทิ้ง แล้วเขียนใหม่
สุดท้ายวันที่ 3 เราก็ได้เงินคืน เราได้คุยกับน้อง sale ว่าเงิน 5,000 บาทเยอะนะคะ ถ้าหากน้องได้เงินเดือนมาถ้าอยู่ดีๆเงินเดือนน้องหายไป 5,000 บาทน้องจะรู้สึกยังไง นั่นแหละ จบ
เราอยากให้คนที่เข้ามาอ่านอย่ายอมเสียเงินไปฟรีไปง่ายๆ ขอให้ทุกคนโชคดีนะคะ