ไปกลับ กทม - ลำปาง CRV E:HEV RS 4WD ค่าน้ำมันเท่าไหร่ ช่วงล่างเกาะนิ่งเลย

ได้ลองรีวิวขับทางไกล Honda Crv e:HEV RS 4WD ในช่วงน้ำมันไม่ปกติแบบนี้ถือว่าดีไปอย่าง เพื่อใครที่สนใจรุ่นนี้อยู่จะได้รู้ว่าต้องเติมกี่ถัง กินน้ำมันเท่าไหร่ ตกกิโลเมตรละกี่บาท ใครขี้เกียจอ่านดูคลิปที่นี่  https://www.youtube.com/watch?v=KarH-BdnFO4
ออกจาก กทม มีน้ำมันไม่เต็มถังลดไปขีดนึง วันนั้นอากาศค่อนข้างร้อนใช้เส้นมอเตอร์เวย์ระหว่างวิ่งอยู่ฝนตกเฉย ความเร็วเดินทางในวันนั้นกะว่าจะไม่ให้เกินตามกฎหมายกำหนด ส่วนใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ 100+ ไปถึง 130 บ้างสั้นๆ



ภายในห้องโดยสารคือสิ่งที่ชอบมากค่อนข้างที่จะใหญ่กระจกรอบคันมองเห็นได้ชัดกว้างทัศนวิสัยดี กระจกมองข้างแรกๆ รู้สึกจะมองเห็นได้ดีไหม แต่เริ่มชินก็ถือว่ามองได้ค่อนข้างครอบคลุมดี  บาะนั่งถือว่านั่งกำลังดี แต่ติที่เบาะรู่สึกเล็กไปและเบาะรองนั่งควรยื่นออกมาให้ใกล้บริเวณข้อพับหัวเข่าจะดีมาก ทั้งคู่หน้าและหลังพนักพิงคู่หน้ารู้สึกเล็กไปหลังถือว่ากำลังดี เบาะควรนุ่มกว่านี้อีกสักนิดเดียวจะดีมาก



ที่ชอบคือเบาะหลังปรับเอนได้ตามใจฉันเลยนอนสบายดี ปรับพับได้ 60/40
การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารถือว่าดีวิ่ง 110 กว่าเสียงลมตรงเสาเอแทบไม่ได้ยิน แต่สัก 120 นิดๆ ได้ยินบางๆ เสาบีขอบกระจก เสียงจากเครื่องยนตืติดหรือทำงานระหว่างวิ่งที่ต้องใช้กำลังถือว่า เบาบางที่เข้ามาภายใน




ที่สำคัญแอร์เย็นดีจริงๆ ขนาดแดดออกเปิดแอร์ 25 องศายังถือว่าเย็นต่างจากรถบางคันเบาะคู่หน้ามีเป่าลมเย็นมาให้

อัตราเร่งได้ลอง 3 โหมด Econ Normal Sport / Econ ให้ความรู้สึกอมๆ อมพลังไม่ค่อยคายออกมาจะคายออกมาบ้างนิดๆ ในตอนเหยีบคันเร่งลึกๆ
Normal ดีกว่า Econ แน่นอนดีกว่าแบบกระตือรือล้นชัดเจน มาไวมาแบบสมูทๆ แซงพอทันใจ
ส่วน Sport ดีกว่า 2 โหมดแรกทันใจพอควรเรียกแล้วมาแบบไม่ค่อยขัดเท่าไหร่ แต่เดินทางไกล Normal ก็เหลือพิแล้ว




ระบบเบรค ไม่ต้องออกแรงมากเบรคเรื่อยๆ สมูทแต่ชอบตัวหน่วงที่อยู่หลังพวงมาลัย + - / - คือหน่วงมากใช้เวลาต้องการจะเบรคช่วยได้เยอะนะ แล้วค่อยกดเบรคหยุด และ + ลดความหน่วงช่วยให้หน่วงน้อยลง ใครใช้เป็นจะชอบกะดีๆ แทบไม่ต้องเบรค หรือถ้าอยากใใช้เต็มๆ ดันเกียร์ไปที่ตัว b
เอาจริงๆ ก็ยังไม่ได้ลองตัว b เลย 5555
จุดเด่น Crv e:HEV RS 4WD คันนี้คือช่วงล่าง ให้ความหนึบเกาะดีกว่า Honda ที่เคยได้ลองมา ลองเปลี่ยนเลนความเร็ว 121 นิ่งมากตัวแทบไม่ขยับรู้สึกได้ว่าช่วงล่างตัวนี้เกาะหนึบดี




แต่ถ้านั่งแค่ 1 - 2 คนช่วงล่างหน้าไม่เท่าไหร่แต่ที่นั่งตอนหลัง มีเด้งบ้างแต่ก็พอรับได้ ลองนั่งมา 6 คนมีคนตัวเล็หนั่งสัมภาระท้ายอันนี้คือ นุ่มเลยนุ่มสมูทจริงข้ามทางรถไฟ ลงหลุมบ้างซับได้ดีมาก  ส่วนอัตราการกินน้ำมัน ออกจาก กทม น้ำมันหายไปขีดนึงวิ่งถึง ลำปาง ไปถึงน้ำมันเหลือ 3 ขีด จอหน้าปัทบอกวิ่งได้อีก 100 กว่าโล รุ่งเช้าวิ่งในเมืองน้ำมันลดไปเหลือ 2 ขีด วันที่อยู่ลำปางจังหวะดีมาก พายุฤดูร้อนมั้งเข้าฝนตกเลยไม่ได้ไปไหนเลย



ก่อนกลับ กทม เติมน้ำมันที่ลำปาง ลืมไปว่าคันนี้ E20 เติมได้เกือบไปเติม แก๊สโซฮอล์ 95 แล้วดีที่นึกทันประหยัดไปเยอะเลย
เติม E20 ไปเต็มถัง 1620 บาท เติมไป 44.94 ลิตร รถคันนี้ถังน้ำมัน 57 ลิตร ( ถ้าจำไม่ผิด ) E20 ที่ลำปางลิตรละ 36.05 บาท
คิดออกมาแล้วได้ 14.7 กม./ลิตร ตกกิโลเมตรละ 2.47 บาท แต่จอหน้าปัดรถบอกได้ 15 กม./ลิตร ก็ถือว่าค่อนข้างใกล้เคียงกัน



เติมน้ำมันเต็มถังที่ลำปางถังเดียวกลับถึง กทม. เลยซึ่งช่วงก่อนเข้ามอเตอร์เวย์แวะเติมน้ำมันไปอีก 200 บาท จริงๆน้ำมันพอขับไปถึงบ้านเพราะจอหน้าปัดบอกเหลือให้วิ่งอีก 208 กม. เหลือๆ แต่เติมไปก่อนกันรถติดเยอะ + วันรุ่งขึ้นต้องเอารถไปคืน
สรุปว่า ไปกลับ กทม - ลำปาง เสียค่าน้ำมัน 1620 บาท ไม่รวมค่ากินต่างๆ โน่นนี่นั่น ( ใครบอกใช้รถไฟฟ้าหมดไปกับค่ากิน รถน้ำมันแทบไม่ต่างค่าน้ำ ค่าขนมค่าข้าว 5555 )


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่