🔴 หมดยุคยิ่งใหญ่ยิ่งดี ทำไม 'นาฬิกาคุณยาย' กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ของ Gen Z

🔴 หมดยุคยิ่งใหญ่ยิ่งดี ทำไม 'นาฬิกาคุณยาย' กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ของ Gen Z

เคยสังเกตไหมว่าพักหลังมานี้ นาฬิกาเรือนใหญ่ๆ บนข้อมือของผู้คนเริ่มหายไป และถูกแทนที่ด้วยนาฬิกาเรือนจิ๋วหน้าตาคลาสสิก

ภาพนี้สวนทางกับช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง เพราะตอนนั้นตลาดนาฬิกาหรูมักจะเน้นค่านิยมแบบ "ยิ่งใหญ่ ยิ่งดี" นาฬิกาสปอร์ตเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42 มิลลิเมตรขึ้นไป คือภาพจำของความสำเร็จและตัวแทนของสถานะทางสังคม

ยิ่งช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ราคาหน้าป้ายและราคาตลาดก็พุ่งกระฉูดจนคนแห่ซื้อมาปั่นราคากันหวังรวยรวดเร็ว แต่พอสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ตลาดก็เจอกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ

ผู้บริโภคหลักที่เข้ามาเขียนกฎเกณฑ์ใหม่คือกลุ่ม Gen Z และผู้หญิงวัย 20-30 ต้นๆ ที่หันมาเทใจให้กับ "นาฬิกาคุณยาย" (Grandma Watches) หรือนาฬิกาไซส์มินิที่มีขนาดหน้าปัดเล็กกว่า 34 มิลลิเมตร

ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่กระแสแฟชั่นชั่วข้ามคืน แต่คือการเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรมและธุรกิจที่น่าจับตามอง

🔴 คำถามคือทำไม "นาฬิกาไซส์จิ๋ว" ถึงครองใจคนรุ่นใหม่

เหตุผลหลักคือคนยุคนี้ไม่ได้มองนาฬิกาเป็นแค่อุปกรณ์ดูเวลา แต่มันคือเครื่องประดับชิ้นเก่งที่ให้ความรู้สึกเรียบหรู ใส่เข้าชุดง่าย และที่สำคัญคือเอามาใส่ซ้อนกับสร้อยข้อมือเส้นโปรดได้พอดีเป๊ะ

ยิ่งไปกว่านั้น ค่านิยมเรื่องแฟชั่นเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้จำกัดเรื่องเพศอีกต่อไป นาฬิกาเรือนเล็กที่สมัยก่อนมักถูกมองว่าเป็นของสุภาพสตรี ตอนนี้กลายเป็นไอเทมสุดคูลที่ใครๆ ก็หยิบมาใส่ได้

ดังนั้น เราเลยได้เห็นคนดังระดับโลกอย่าง Timothée Chalamet (นักแสดงเรื่อง Dune) สวม Cartier Panthère เรือนบางเฉียบ Bad Bunny กับ Patek Philippe Ellipse ไซส์มินิ

หรือฝั่งผู้หญิงอย่าง Serena Williams และ Hailey Bieber ที่เลือก Audemars Piguet เรือนจิ๋วใส่ออกงานกันเป็นเรื่องปกติ

🔴 Cartier ผู้คว้าชัยจนถูกเรียกว่า "Rolex ของ Gen Z"

จากกระแสดังกล่าว แบรนด์ที่รับอานิสงส์ไปเต็มๆ จนเกิดเป็นภาพจำใหม่ก็คือ Cartier ข้อมูลจากรายงานแฟชั่นประจำปีของแพลตฟอร์มสินค้าแบรนด์เนมมือสองระดับโลกอย่าง The RealReal ระบุว่า

ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนยอดซื้อ Cartier ในกลุ่ม Gen Z เติบโตขึ้นกว่า 4 เท่าตัว จนหลายคนยกให้แบรนด์นี้เป็นเหมือน Rolex ของคนยุคใหม่

ความสำเร็จนี้มาจากงานดีไซน์ที่ดูโดดเด่นทันทีบนหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Tank หรือ Panthère แค่ไถฟีดผ่านตาบน TikTok ก็สัมผัสได้ถึงความคลาสสิก

บวกกับสตอรี่ของแบรนด์ที่เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึก ทำให้ Cartier ไม่ต้องเน้นโชว์โลโก้ใหญ่ๆ แต่ก็แทรกซึมเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของ Gen Z ได้แบบเนียนๆ

🔴 การขยับตัวของ Rolex และบิ๊กเนมในอุตสาหกรรม

พอเห็นวัยรุ่นเริ่มอินกับนาฬิกาไซส์นี้ แบรนด์ระดับตำนานเจ้าอื่นๆ ก็อยู่นิ่งไม่ได้ ล่าสุด Rolex เองก็ลงมาลุยตลาดนี้ด้วยการเปิดตัว Oyster Perpetual รุ่นใหม่ในขนาด 28 มม. และ 34 มม.

โดยเฉพาะรุ่นทองคำ 18 กะรัต หน้าปัดหินสีเขียว ขนาด 28 มม. ที่เรียกเสียงฮือฮาไปพอสมควร เป็นการตอกย้ำว่าแม้แต่เจ้าตลาดก็ยังต้องปรับตัวตามความต้องการที่เปลี่ยนไป

ขณะเดียวกัน แบรนด์อย่าง Piaget, Dior หรือ Jaeger-LeCoultre ก็เริ่มนำดีไซน์วินเทจมาปัดฝุ่นใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้น

ซึ่งเทรนด์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ของแพง แต่ยังลามไปถึงนาฬิกาหลักพันอย่าง Citizen ไปจนถึงระดับไฮเอนด์

🔴 ขุมทรัพย์ตลาดมือสอง (Pre-Owned Market)

นอกจากการปรับตัวของแบรนด์ใหญ่แล้ว อีกหนึ่งแรงส่งที่ทำให้เทรนด์นาฬิกาไซส์เล็กบูมจัดๆ คือความคึกคักของตลาดมือสอง

คนรุ่นใหม่สนุกกับการเดินตามหานาฬิกาวินเทจ หรือแม้แต่ไปรื้อกล่องเครื่องประดับเก่าของคุณยายเพื่อหาไอเทมเก๋ๆ เอามาแมตช์กับเสื้อยืดกางเกงยีนส์แนวสตรีทได้อย่างมีสไตล์

โดย Eugene Tutunikov ซีอีโอของร้าน SwissWatchExpo เล่าว่า ตอนนี้ความต้องการนาฬิกาขนาดเล็กกว่า 30 มม. พุ่งสูงมาก

เพราะคนโหยหาความคลาสสิกสไตล์ยุค 80s-90s จนมีการคาดการณ์กันว่าตลาดนาฬิกามือสองระดับโลกอาจมีมูลค่าทะลุถึง 6.3 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2034

🔴 มากกว่าแฟชั่น แต่นี่คือจุดเปลี่ยนของวงการลักชูรี

ซึ่งจากเรื่องราวทั้งหมดจะเห็นได้ว่า ปรากฏการณ์ "นาฬิกาคุณยาย" ไม่ใช่แค่การเอาของวินเทจมาปัดฝุ่นใหม่ แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงวิธีคิดและสภาพเศรษฐกิจของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

เพราะในยุคที่ความหรูหราถูกตีความใหม่ผ่านไลฟ์สไตล์ สิ่งที่เคยถูกมองข้ามหรือดูเชยไปในอดีต ก็อาจจะกลับมาเป็นของฮิตที่ทำเงินมหาศาลได้ทุกเมื่อ

ที่มา : Marketeer Online
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่