กกต. ลั่น! เลือกตั้ง กทม.-พัทยา โปร่งใส ตรวจสอบได้
.
วันที่ 8 พ.ค. 69 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานในในพิธีเปิดการประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา (กรณีดำรงตำแหน่งครบวาระ) โดยนายแสวง กล่าวตอนหนึ่งว่า การจะทำให้การเลือกตั้งออกมาดีและเรียบร้อย ทุกครั้งการเลือกตั้งจะมีปัญหาและอุปสรรค สำหรับสำนักงาน กกต. เอง ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งเราตั้งเป้าหมายไว้สูง คือความสุจริตและความเรียบร้อย ต้องมีทั้ง 2 อย่าง นั่นคือการเลือกตั้งต้องเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย คือเป็นของประชาชนโดยประชาชน และเพื่อประชาชน หลักการนี้ สำนักงานฯ นำมาแปลงให้อยู่ในกระบวนการเลือกตั้ง การเลือกตั้งเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของ กกต. ซึ่งเป็นเพียงผู้ทำหน้าที่ตามกฎหมาย ทุกการเลือกตั้งเป็นเรื่องที่ประชาชนทำร่วมกัน
.
เนื่องจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนหนึ่งมาเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ซึ่งส่วนนี้ กกต. ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง การเลือกตั้งที่ผ่านมาก็มีอาสาในส่วนนี้ถึง 1.6 ล้านกว่าคน เป็นเรื่องที่ประชาชนทำร่วมกันตามที่กฎหมายออกแบบไว้ โดย กกต. เพิ่มเติมบางส่วนเพื่อความสงบเรียบร้อย
.
นายแสวง กล่าวว่า ทั้ง กกต. ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้ใช้สิทธิจะรู้เห็น และสามารถตรวจสอบได้เท่ากันทุกคน เหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าวต่างๆ ก็เพราะเราออกแบบให้รู้เห็นได้เท่ากัน เนื่องจาก กกต. ไม่สามารถมองได้ทั่วถึงทุกหน่วย เราต้องช่วยกันดูแลการเลือกตั้ง ประชาชนทำอะไรในหน่วยก็เป็นไปตามนั้น ไม่มีอะไรที่จะไปบิดเบือนแม้แต่คะแนนเดียว ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้
.
สำหรับพื้นที่ของความสุจริตที่อยู่นอกหน่วยก็เป็นเรื่องของประชาชนเช่นเดียวกัน โดย กกต. เป็นผู้เฝ้าดูว่าทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ การซื้อเสียงจะทำให้การเลือกตั้งไม่ดี แต่ก็เป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้สมัคร พรรคการเมือง และ กกต. ซึ่งบางกรณีมีอินฟลูเอนเซอร์แจ้งว่าซื้อเสียง กกต. ตรวจสอบทุกกรณี แล้วก็มาพบว่าเป็นเรื่องล้อเล่น หรือแม้แต่ผลวิจัยเรื่องการซื้อเสียง กกต. ก็ไปตรวจสอบเพื่อขอข้อมูลที่เป็นประโยชน์
.
นายแสวง กล่าวว่า ถ้าทุกคนรู้หน้าที่ของพลเมือง การเลือกตั้งออกมาดีแน่นอน กปน. เราก็ไม่สามารถรับรองได้ทุกคน แต่ตามระบบเราสามารถควบคุมให้เขาปฏิบัติตามกฎหมายได้ ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองต้องรู้กฎหมายมากกว่าประชาชนทั่วไปแน่นอน แต่ก็ยังเลือกจะฝ่าฝืนกฎหมาย ประชาชนที่รับเงินซื้อเสียงเองก็ผิด ด้วยองคาพยพแบบนี้ การเลือกตั้งจะออกมาดีหากทุกท่านตระหนักถึงอนาคตที่จะเกิดกับประเทศ
.
นอกจากนี้ เมื่อผลการแข่งขันไม่ได้เป็นอย่างที่ประสงค์ จะมีปัญหากับ กกต. หลังเวลา 18.00 น. ทุกครั้ง เงื่อนไขของการแพ้ชนะมีอยู่ 3 ประการ คือ ประการแรก ศักยภาพของผู้เข้าแข่งขัน ทั้งคนแข็งแรงหรืออ่อนแอลงไปแข่งในสนามเดียวกันหมด จากประสบการณ์ที่จัดการเลือกตั้งมา ผู้ชนะต้องมี 7 อย่าง ซึ่งตนเองจะไม่พูดในที่นี้ บางพรรคก็มีครบหรือไม่ครบ ขึ้นอยู่กับบริบท เป็นสิ่งแรกที่จะทำให้ชนะได้ ประการที่ 2 คือ กติกา บางครั้งก็เอื้อให้กับบางพรรคอยู่เหมือนกัน และประการที่ 3 คือกรรมการ ซึ่งยืนยันว่า ปล่อยแถวเท่ากัน หากจะแข่งขันต้องไปดูว่าศักยภาพท่านมีครบหรือไม่ และกติกาเป็นธรรมหรือไม่
.
หากมากดดันกรรมการ กรรมการก็ทำเหมือนเดิม เพราะกฎหมายกำหนดไว้เช่นนั้น กรรมการพยายามทำให้การแข่งขันเป็นธรรม แต่เราก็สามารถทำได้แค่ตามกฎหมายกำหนดไว้ กติกาสามารถช่วยกันกำหนดได้ เมื่อแข่งขันจบขอให้ท่านดูว่าท่านชนะหรือแพ้เพราะอะไร อย่ามาลงที่กรรมการ เพราะเราออกแบบให้อยู่ในสายตาประชาชนอยู่แล้ว
.
นายแสวง กล่าวว่า ส่วน กปน. เอง ถือเป็นผู้มีจิตใจสาธารณะที่อาสามาทำงานโดยไม่ได้ประโยชน์อะไร เลือกตั้งแต่ละครั้งต้องทำงานวันละ 18-19 ชั่วโมง ต้องถือเป็นผู้เสียสละ และต้องทำงานให้ประชาชนเห็นแล้วเชื่อใจว่าถูกต้อง เพื่อลดข้อสงสัยต่างๆ ความสงสัยจะทำให้คนไม่มั่นใจ ท่านอยูในสายตาประชาชน และสามารถทักท้วงได้ ท่านต้องสามารถอธิบายที่มาที่ไปได้
.
สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนตัวไม่รู้สึกหนักใจ ทั้งในกรุงเทพฯ และพัทยา เป็นสังคมเมือง ทั้งบุคลากรและวัสดุอุปกรณ์ น่าจะมีความพร้อมเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ รอเพียงเวลาเท่านั้น เรารู้ศักยภาพว่าท่านทำงานได้อย่างดีที่สุดแน่นอน เพียงแต่อาจมีการแข่งขันที่เข้มข้นทั้ง 2 แห่ง และเชื่อว่าคงจะเรียบร้อยทั้งหมด
https://www.facebook.com/share/p/17e1aP5eSV/
.
#ThePolitics #เลือกตั้งผู้ว่ากทม #นายกเมืองพัทยา #กกต #การเมืองไทย
กกต. ลั่น! เลือกตั้ง กทม.-พัทยา โปร่งใส ตรวจสอบได้
.
วันที่ 8 พ.ค. 69 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานในในพิธีเปิดการประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา (กรณีดำรงตำแหน่งครบวาระ) โดยนายแสวง กล่าวตอนหนึ่งว่า การจะทำให้การเลือกตั้งออกมาดีและเรียบร้อย ทุกครั้งการเลือกตั้งจะมีปัญหาและอุปสรรค สำหรับสำนักงาน กกต. เอง ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งเราตั้งเป้าหมายไว้สูง คือความสุจริตและความเรียบร้อย ต้องมีทั้ง 2 อย่าง นั่นคือการเลือกตั้งต้องเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย คือเป็นของประชาชนโดยประชาชน และเพื่อประชาชน หลักการนี้ สำนักงานฯ นำมาแปลงให้อยู่ในกระบวนการเลือกตั้ง การเลือกตั้งเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของ กกต. ซึ่งเป็นเพียงผู้ทำหน้าที่ตามกฎหมาย ทุกการเลือกตั้งเป็นเรื่องที่ประชาชนทำร่วมกัน
.
เนื่องจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนหนึ่งมาเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ซึ่งส่วนนี้ กกต. ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง การเลือกตั้งที่ผ่านมาก็มีอาสาในส่วนนี้ถึง 1.6 ล้านกว่าคน เป็นเรื่องที่ประชาชนทำร่วมกันตามที่กฎหมายออกแบบไว้ โดย กกต. เพิ่มเติมบางส่วนเพื่อความสงบเรียบร้อย
.
นายแสวง กล่าวว่า ทั้ง กกต. ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้ใช้สิทธิจะรู้เห็น และสามารถตรวจสอบได้เท่ากันทุกคน เหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าวต่างๆ ก็เพราะเราออกแบบให้รู้เห็นได้เท่ากัน เนื่องจาก กกต. ไม่สามารถมองได้ทั่วถึงทุกหน่วย เราต้องช่วยกันดูแลการเลือกตั้ง ประชาชนทำอะไรในหน่วยก็เป็นไปตามนั้น ไม่มีอะไรที่จะไปบิดเบือนแม้แต่คะแนนเดียว ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้
.
สำหรับพื้นที่ของความสุจริตที่อยู่นอกหน่วยก็เป็นเรื่องของประชาชนเช่นเดียวกัน โดย กกต. เป็นผู้เฝ้าดูว่าทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ การซื้อเสียงจะทำให้การเลือกตั้งไม่ดี แต่ก็เป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้สมัคร พรรคการเมือง และ กกต. ซึ่งบางกรณีมีอินฟลูเอนเซอร์แจ้งว่าซื้อเสียง กกต. ตรวจสอบทุกกรณี แล้วก็มาพบว่าเป็นเรื่องล้อเล่น หรือแม้แต่ผลวิจัยเรื่องการซื้อเสียง กกต. ก็ไปตรวจสอบเพื่อขอข้อมูลที่เป็นประโยชน์
.
นายแสวง กล่าวว่า ถ้าทุกคนรู้หน้าที่ของพลเมือง การเลือกตั้งออกมาดีแน่นอน กปน. เราก็ไม่สามารถรับรองได้ทุกคน แต่ตามระบบเราสามารถควบคุมให้เขาปฏิบัติตามกฎหมายได้ ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองต้องรู้กฎหมายมากกว่าประชาชนทั่วไปแน่นอน แต่ก็ยังเลือกจะฝ่าฝืนกฎหมาย ประชาชนที่รับเงินซื้อเสียงเองก็ผิด ด้วยองคาพยพแบบนี้ การเลือกตั้งจะออกมาดีหากทุกท่านตระหนักถึงอนาคตที่จะเกิดกับประเทศ
.
นอกจากนี้ เมื่อผลการแข่งขันไม่ได้เป็นอย่างที่ประสงค์ จะมีปัญหากับ กกต. หลังเวลา 18.00 น. ทุกครั้ง เงื่อนไขของการแพ้ชนะมีอยู่ 3 ประการ คือ ประการแรก ศักยภาพของผู้เข้าแข่งขัน ทั้งคนแข็งแรงหรืออ่อนแอลงไปแข่งในสนามเดียวกันหมด จากประสบการณ์ที่จัดการเลือกตั้งมา ผู้ชนะต้องมี 7 อย่าง ซึ่งตนเองจะไม่พูดในที่นี้ บางพรรคก็มีครบหรือไม่ครบ ขึ้นอยู่กับบริบท เป็นสิ่งแรกที่จะทำให้ชนะได้ ประการที่ 2 คือ กติกา บางครั้งก็เอื้อให้กับบางพรรคอยู่เหมือนกัน และประการที่ 3 คือกรรมการ ซึ่งยืนยันว่า ปล่อยแถวเท่ากัน หากจะแข่งขันต้องไปดูว่าศักยภาพท่านมีครบหรือไม่ และกติกาเป็นธรรมหรือไม่
.
หากมากดดันกรรมการ กรรมการก็ทำเหมือนเดิม เพราะกฎหมายกำหนดไว้เช่นนั้น กรรมการพยายามทำให้การแข่งขันเป็นธรรม แต่เราก็สามารถทำได้แค่ตามกฎหมายกำหนดไว้ กติกาสามารถช่วยกันกำหนดได้ เมื่อแข่งขันจบขอให้ท่านดูว่าท่านชนะหรือแพ้เพราะอะไร อย่ามาลงที่กรรมการ เพราะเราออกแบบให้อยู่ในสายตาประชาชนอยู่แล้ว
.
นายแสวง กล่าวว่า ส่วน กปน. เอง ถือเป็นผู้มีจิตใจสาธารณะที่อาสามาทำงานโดยไม่ได้ประโยชน์อะไร เลือกตั้งแต่ละครั้งต้องทำงานวันละ 18-19 ชั่วโมง ต้องถือเป็นผู้เสียสละ และต้องทำงานให้ประชาชนเห็นแล้วเชื่อใจว่าถูกต้อง เพื่อลดข้อสงสัยต่างๆ ความสงสัยจะทำให้คนไม่มั่นใจ ท่านอยูในสายตาประชาชน และสามารถทักท้วงได้ ท่านต้องสามารถอธิบายที่มาที่ไปได้
.
สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนตัวไม่รู้สึกหนักใจ ทั้งในกรุงเทพฯ และพัทยา เป็นสังคมเมือง ทั้งบุคลากรและวัสดุอุปกรณ์ น่าจะมีความพร้อมเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ รอเพียงเวลาเท่านั้น เรารู้ศักยภาพว่าท่านทำงานได้อย่างดีที่สุดแน่นอน เพียงแต่อาจมีการแข่งขันที่เข้มข้นทั้ง 2 แห่ง และเชื่อว่าคงจะเรียบร้อยทั้งหมด
https://www.facebook.com/share/p/17e1aP5eSV/
.
#ThePolitics #เลือกตั้งผู้ว่ากทม #นายกเมืองพัทยา #กกต #การเมืองไทย