พระปกเกล้าโพล ชี้ ปชช.เกินครึ่งไม่เชื่อมั่น หน่วยงานรัฐ จี้แก้คอร์รัปชัน ห่วงปมกัมพูชา-ฟรีวีซ่า
https://www.matichon.co.th/politics/news_5708859
.

.
‘สถาบันพระปกเกล้า’ เผยผลโพลพบประชาชนยัง ‘ไม่ปักใจเชื่อมั่น’ หน่วยงานรัฐกว่า 68% จี้ แก้คอร์รัปชันด่วน ห่วงกัมพูชา-ฟรีวีซ่า กระทบความมั่นคง
.
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “
เสียงประชาชนต่อนโยบายเร่งด่วนด้านการบริหารภาครัฐ ความมั่นคง และความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานต่างๆ” ซึ่งได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 24-27 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้ 1.ความเชื่อมั่นต่อบทบาทและการทำหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ พบว่า 68.7% ระบุว่ายังไม่เชื่อมั่นหน่วยงานใดเป็นพิเศษ โดยในบรรดาหน่วยงานที่ถูกเลือกมากที่สุด คือศาลปกครอง 8.2% และศาลรัฐธรรมนูญ 8.1%
.
ขณะที่ หากแบ่งตามภาค-ทุกภาค ยังไม่เชื่อมั่นหน่วยงานใดเป็นพิเศษ ยกเว้น ภาคเหนือที่เชื่อมั่น ศาลปกครอง สูงสุด 26.7% และคนเกือบ 3 ใน 4 กำลังสะท้อนว่า ยังไม่ปักใจเชื่อมั่นหน่วยงานใดเป็นพิเศษอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน แม้บางพื้นที่จะให้ความไว้วางใจต่อฝ่ายตุลาการในระดับสูงกว่าหน่วยงานอื่นที่ระบุชื่อ แต่สัดส่วนดังกล่าวยังไม่สูงพอที่จะสะท้อนความเชื่อมั่นร่วมกันของสังคมในภาพรวม
.
สำหรับเรื่องคอร์รัปชัน ขึ้นแท่นเรื่องด่วน คนกว่าครึ่งอยากให้เร่งแก้อย่างจริงจัง ก่อนปฏิรูประบบอื่น อยู่ที่ 60.7% รองลงมา 20.3% อยากให้เร่งนโยบาย ปฏิรูประบบราชการให้ทันสมัยและเป็นดิจิทัล ส่วน 12.0% เปิดทางให้ข้าราชการเกษียณก่อนกำหนดได้ และ 7.0% ไม่ทราบ ไม่มีความเห็น
.
นอกจากนี้ ผลโพลยังระบุว่า ประชาชนชี้ 3 เรื่องด่วนด้านความมั่นคง กัมพูชา มาก่อนฟรีวีซ่า และเกณฑ์ทหาร โดย 40.9% อยากให้รัฐเร่งดำเนินนโยบายเรื่องทบทวนข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชา สูงสุด รองลงมา 23.5% อยากให้เร่งนโยบายทบทวนมาตรการฟรีวีซ่าต่างชาติที่มีปัญหา 18.5% อยากให้เร่งนโยบายปฏิรูประบบเกณฑ์ทหาร และ 17.5% ไม่ทราบ ไม่มีความเห็น สะท้อนว่า คนส่วนใหญ่อาจกำลังรู้สึกว่า อธิปไตยของชาติและความปลอดภัยในชีวิตประจำวันกำลังถูกคุกคามจากปัจจัยภายนอกที่อาจแฝงตัวมากับนโยบายเปิดประเทศ เช่น กลุ่มทุนสีเทาและมองความมั่นคงในความหมายที่กว้างขึ้นคือ ไม่ใช่เพียงเรื่องชายแดนหรือกองทัพ แต่รวมถึง การจัดการนโยบายที่มีผลต่อความปลอดภัย ความเป็นระเบียบ และความเป็นธรรมในสังคม จึงให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ
.
ผลโพลครั้งนี้ ประชาชนยังให้ความสำคัญสูงกับความน่าเชื่อถือของรัฐ ทั้งในมิติการบริหารภายในและการจัดการประเด็นสาธารณะที่เชื่อมโยงกับผลประโยชน์ของประเทศ โดยด้านการบริหารภาครัฐ ประชาชนยกให้การแก้ปัญหาคอร์รัปชันเป็นเรื่องเร่งด่วนอันดับหนึ่งอย่างชัดเจน ขณะที่ด้านความมั่นคง ประชาชนให้น้ำหนักกับการทบทวนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชาและมาตรการที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยและความเป็นระเบียบของสังคม ส่วนในมิติความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานต่าง ๆ ภาพรวมยังสะท้อนภาวะที่ประชาชนจำนวนมาก ยังไม่ปักใจเชื่อมั่น หน่วยงานใดเป็นพิเศษ สะท้อนว่าโจทย์สำคัญในเวลานี้ ไม่ได้มีเพียงการเร่งขับเคลื่อนนโยบาย แต่รวมถึงการสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมด้วย.
.
.
พริษฐ์ จี้ ครม.มีมติยืนยันร่างแก้รธน. หมวด 15/1 ยัน ‘แก้ปัญหาปากท้อง-รธน.’ ทำคู่ขนานกันได้
https://www.matichon.co.th/politics/news_5708836
.
‘พริษฐ์’ จี้ ครม.มีมติยืนยันร่างแก้ รธน. หมวด 15/1 บอก แก้ปัญหาปากท้อง-รัฐธรรรมนูญทำคู่ขนานกันได้ ซัดกู้ 4 แสนล้าน เอาประชาชนเป็นตัวประกัน หวังสอดไส้โครงการอื่นก็ไม่ใช่แนวทางเอาปากป้องเป็นตัวตั้ง
.
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญเดิมตกไป โดยไม่สัญญาว่าจะยื่นร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้ามา แสดงว่า ครม. ไม่จริงใจในการทำตามคำสั่งของประชาชนจากผลประชามติ หากรัฐบาลเอาปัญหาเศรษฐกิจมาเป็นข้ออ้าง ก็ฟังไม่ค่อยขึ้น เพราะการแก้ปัญหาปากท้องและรัฐธรรรมนูญทำคู่ขนานกันได้ บวกกับการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน ที่เอาเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกันเพื่อหวังสอดไส้การตีเช็คเปล่าเรื่องโครงการอื่น ก็ไม่ใช่แนวทางที่เอาปากท้องประชาชนเป็นตัวตั้งอยู่ดี
.
นาย
พริษฐ์ ระบุต่อว่า เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประชาชนทั่วประเทศได้เดินเข้าคูหาเพื่อออกเสียงประชามติว่าเขาเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ แม้มีประชาชน 11.2 ล้านคน ที่ลงคะแนนไม่เห็นชอบ ซึ่งเป็นความเห็นที่เราต้องคำนึงถึงและทำความเข้าใจ แต่การที่มีประชาชนสูงถึง 21.6 ล้านคน ที่ลงคะแนนเห็นชอบ สะท้อนให้เห็นชัดว่าสังคมมีฉันทามติร่วมกันในระดับหนึ่ง และในระดับที่กว้างกว่าแค่ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งว่ารัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่มีปัญหารุนแรงถึงขั้นที่การแก้ไขรายมาตราอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
.
นาย
พริษฐ์ ระบุอีกว่า ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาหลังจากประชามติ ตนเชื่อว่าสังคมเรามีแต่เห็นถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560 ชัดขึ้นกว่าเดิม เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ทำงานอย่างเต็มไปด้วยข้อพิรุธ เช่น การรายงานผลที่ล่าช้า การนับคะแนนที่ผิดพลาด การออกแบบบัตรที่มีบาร์โค้ด แต่กลับไม่มีช่องทางให้ประชาชนยื่นถอดถอน กกต. ได้ หรือ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ยังไม่มีผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองหรือรับโทษใดๆ 1 ปี หลังเหตุการณ์ตึกถล่ม โดยมีแต่เพียงการปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลงใหม่
.
นาย
พริษฐ์ ระบุด้วยว่า คะแนนความโปร่งใสของประเทศที่ตกต่ำสุดในรอบ 10+ ปี จนทำให้นายกฯ อับอาย และตอกย้ำชัดว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันปราบโกงไม่ได้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ยกคำร้องและออกแถลงการณ์ฟอกขาวให้กับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แม้ข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่ามีการซุกหุ้นและการขัดกันแห่งผลประโยชน์ สว. 130 กว่าคนที่ถูกกล่าวหากรณีการฮั้ว สว. แต่อาจจะกำลังจะถูกฟอกขาวหรือเป่าคดีในเร็วๆ นี้ โดย กกต. ที่ สว. เหล่านี้ เป็นคนรับรองให้เข้ามาเอง หรือกรณีที่นาย
วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาฯ ที่ใช้อำนาจและดุลพินิจของตนเอง 1 วันก่อนยุบสภา เพื่อปัดตกการเข้าชื่อร้องเรียน ป.ป.ช. ของ สส.ฝ่ายค้าน กรณีคลิปหลุดร่วมกันระหว่างกรรมการ ป.ป.ช. กับนาย
วันมูหะมัดนอร์เอง
.
นาย
พริษฐ์ ระบุอีกว่า ในเมื่อผลประชามติออกมาชัดเจนว่าประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเป็นผลที่ต้องผูกมัดทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเชิงกระบวนการ ขั้นตอนถัดไปที่ต้องดำเนินการ คือการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เกี่ยวกับกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ผ่านความเห็นชอบ 3 วาระของรัฐสภา
.
นาย
พริษฐ์ ระบุด้วยว่า วันนี้ ครม. จึงมี 2 ทางเลือก เพื่อเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยทางเลือกที่ 1 คือการมีมติก่อนวันที่ 14 พฤษภาคมเพื่อยืนยันให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ คือฉบับของพรรคภูมิใจไทยและฉบับของพรรคประชาชน ที่เคยผ่านวาระ 1 ของรัฐสภามาแล้ว ได้ไปต่อ หากเป็นเช่นนั้นทั้ง 2 ร่างก็จะต้องถูกพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการก่อนถูกเสนอกลับมาที่รัฐสภาในวาระ 2 และ 3
.
นาย
พริษฐ์ ระบุอีกว่า ขณะที่ทางเลือกที่ 2 คือการที่ ครม. ไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งหมายความว่ากระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะไปต่อได้ก็ต่อเมื่อมีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เข้ามาใหม่อีกรอบหนึ่ง โดย ครม. สมาชิกรัฐสภา หรือภาคประชาชนเพื่อเริ่มพิจารณาในวาระที่ 1 แต่ล่าสุด ดูเหมือนรัฐบาลจะไม่เลือกแม้แต่ทางเลือกเดียว ฉะนั้น หาก ครม.ปล่อยให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ที่ค้างจากรัฐสภาชุดที่แล้ว ตกไป โดยไม่มีคำสัญญาว่า ครม.จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 เข้ามาใหม่หรือไม่เมื่อใด สะท้อนชัดว่ารัฐบาลขาดความจริงใจในเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามคำสั่งของประชาชนจากผลประชามติ
.
“ข้ออ้างของรัฐบาลว่า ครม.ไม่สามารถมีมติยืนยันร่างรัฐธรรมนูญเดิมหรือให้คำสัญญาเรื่องการยื่นร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ เพราะต้องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก่อน เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น นอกจากการแก้ปัญหาปากท้องและปัญหารัฐธรรมนูญสามารถทำควบคู่กันได้ โดยแท้จริงแล้วเป็นปัญหามีความเชื่อมโยงกัน แต่การที่รัฐบาลตัดสินใจออก พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ที่เอาเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกัน เพื่อหวังสอดไส้การตีเช็คเปล่าเรื่องโครงการด้านการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน ก็สะท้อนชัดว่ารัฐบาลทุกวันนี้ ก็ไม่ได้ดำเนินนโยบายโดยยึดการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นตัวตั้งอยู่ดี” นายพริษฐ์ ระบุ
.
.
ปชน.อึ้ง 4 ปีกทม.ปรับเอกชน ปมโรงขยะอ่อนนุช 4 วัน แย้งปัญหากลิ่น คนเหนื่อยร้องเรียน ชงเลิกสัญญา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5708813
.
ปชน.อึ้ง 4 ปี กทม.ปรับ ‘เอกชน’ ปมโรงขยะอ่อนนุชแค่ 4 วัน รวม 4.8 หมื่นบาท ขัดแย้ง ‘รองผู้ว่าฯ’ ยันเอง ไม่ค่อยทำตามมาตรฐาน กทม. แย้งสถิติ Traffy Fondue ชี้ปัญหา ‘กลิ่น’ ไม่ได้ดีขึ้น-คนเหนื่อยร้องเรียน ชงยกเลิกสัญญา ลดความเดือดร้อน ปชช.
.
จากกรณีนาย
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม แจ้งความคืบหน้าการแก้ไขปัญหามลภาวะทางกลิ่นและควันในพื้นที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เขตประเวศ โดยสรุปคือ กรุงเทพมหานครเร่งรัดให้ผู้รับจ้างทุกโครงการดำเนินมาตรการปรับปรุงระบบจัดการมูลฝอยและควบคุมผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบอย่างเข้มงวด ทั้งการปรับปรุงโรงงานให้เป็นระบบปิด ติดตั้งระบบควบคุมกลิ่น และเพิ่มการตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดกลิ่น E-NOSE จำนวน 5 จุด ครอบคลุมทั้งภายในโรงงานและพื้นที่ชุมชน ตลอด 4 ปี ปลูกไม้ยืนต้นในพื้นที่โรงขยะอ่อนนุชมากกว่า 50,000 ต้น เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นกำแพงกรองกลิ่นก่อน
.
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 16-18 และวันที่ 20 มิถุนายน 2565 กรุงเทพฯมีการปรับบริษัทคู่สัญญารับผิดชอบ โรงงานกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ ขนาด 600 ตันต่อวัน วันละ 12,000 บาท รวม 4 วัน เนื่องจากพบมีขยะกากมูลฝอยตกค้างในโรงงาน ซึ่งผิดสัญญาว่าด้วย ข้อ (17.5) การกำจัดมูลฝอยและกากมูลฝอยไม่หมดวันต่อวัน ซึ่งมีค่าปรับที่ราคา 12,000 บาทต่อวัน
.
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นาย
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาชน กล่าวถึงการแถลงข่าวของนาย
ชัชชาติว่า
.
ผมได้ฟัง อ.ชัชชาติ แถลงข่าวเรื่องโรงขยะอ่อนนุชแล้วครับ
.
ต้องบอกก่อนว่า ผมคิดว่าการที่ผู้ว่าชัชชาติออกมาแถลงด้วยตนเองเป็นเรื่องดี เพราะเป็นการยืนยันว่าปัญหานี้ต้องได้รับความสำคัญมากขึ้น
.
แต่ผมฟังแล้วยังกังวลอยู่ แม้ส่วนใหญ่เป็นประเด็นที่ทราบกันมาตลอดอยู่แล้วจากการติดตามเรื่องมาก่อนหน้านี้
.
ผมขอพูดถึงแค่โรง 600 ตัน และ 1,000 ตัน ที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่ามีปัญหาแล้วกันครับ
.
ชัชชาติเร่งแก้กลิ่นโชย ‘โรงขยะอ่อนนุช’ ติดตั้ง E-NOSE – ฝากความหวัง ‘ผู้บริหารชุดใหม่’ สานต่อ
ในส่วนนี้ มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ การปรับเอกชนที่ไม่ทำตามสัญญา ผู้ว่าฯชัชชาติระบุว่าผู้บริหารชุดนี้มีการปรับไปแล้วจริง ไม่ใช่ว่าไม่เคยปรับเลย
JJNY : ชี้เกินครึ่งไม่เชื่อมั่นหน่วยงานรัฐ│พริษฐ์จี้ยืนยันร่างแก้รธน.│ปชน.อึ้ง 4 ปีกทม.ปรับเอกชน│ปชน.เปิดอีก ปลากระป๋อง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5708859
.
.
‘สถาบันพระปกเกล้า’ เผยผลโพลพบประชาชนยัง ‘ไม่ปักใจเชื่อมั่น’ หน่วยงานรัฐกว่า 68% จี้ แก้คอร์รัปชันด่วน ห่วงกัมพูชา-ฟรีวีซ่า กระทบความมั่นคง
.
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เสียงประชาชนต่อนโยบายเร่งด่วนด้านการบริหารภาครัฐ ความมั่นคง และความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานต่างๆ” ซึ่งได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 24-27 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้ 1.ความเชื่อมั่นต่อบทบาทและการทำหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ พบว่า 68.7% ระบุว่ายังไม่เชื่อมั่นหน่วยงานใดเป็นพิเศษ โดยในบรรดาหน่วยงานที่ถูกเลือกมากที่สุด คือศาลปกครอง 8.2% และศาลรัฐธรรมนูญ 8.1%
.
ขณะที่ หากแบ่งตามภาค-ทุกภาค ยังไม่เชื่อมั่นหน่วยงานใดเป็นพิเศษ ยกเว้น ภาคเหนือที่เชื่อมั่น ศาลปกครอง สูงสุด 26.7% และคนเกือบ 3 ใน 4 กำลังสะท้อนว่า ยังไม่ปักใจเชื่อมั่นหน่วยงานใดเป็นพิเศษอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน แม้บางพื้นที่จะให้ความไว้วางใจต่อฝ่ายตุลาการในระดับสูงกว่าหน่วยงานอื่นที่ระบุชื่อ แต่สัดส่วนดังกล่าวยังไม่สูงพอที่จะสะท้อนความเชื่อมั่นร่วมกันของสังคมในภาพรวม
.
สำหรับเรื่องคอร์รัปชัน ขึ้นแท่นเรื่องด่วน คนกว่าครึ่งอยากให้เร่งแก้อย่างจริงจัง ก่อนปฏิรูประบบอื่น อยู่ที่ 60.7% รองลงมา 20.3% อยากให้เร่งนโยบาย ปฏิรูประบบราชการให้ทันสมัยและเป็นดิจิทัล ส่วน 12.0% เปิดทางให้ข้าราชการเกษียณก่อนกำหนดได้ และ 7.0% ไม่ทราบ ไม่มีความเห็น
.
นอกจากนี้ ผลโพลยังระบุว่า ประชาชนชี้ 3 เรื่องด่วนด้านความมั่นคง กัมพูชา มาก่อนฟรีวีซ่า และเกณฑ์ทหาร โดย 40.9% อยากให้รัฐเร่งดำเนินนโยบายเรื่องทบทวนข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชา สูงสุด รองลงมา 23.5% อยากให้เร่งนโยบายทบทวนมาตรการฟรีวีซ่าต่างชาติที่มีปัญหา 18.5% อยากให้เร่งนโยบายปฏิรูประบบเกณฑ์ทหาร และ 17.5% ไม่ทราบ ไม่มีความเห็น สะท้อนว่า คนส่วนใหญ่อาจกำลังรู้สึกว่า อธิปไตยของชาติและความปลอดภัยในชีวิตประจำวันกำลังถูกคุกคามจากปัจจัยภายนอกที่อาจแฝงตัวมากับนโยบายเปิดประเทศ เช่น กลุ่มทุนสีเทาและมองความมั่นคงในความหมายที่กว้างขึ้นคือ ไม่ใช่เพียงเรื่องชายแดนหรือกองทัพ แต่รวมถึง การจัดการนโยบายที่มีผลต่อความปลอดภัย ความเป็นระเบียบ และความเป็นธรรมในสังคม จึงให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ
.
ผลโพลครั้งนี้ ประชาชนยังให้ความสำคัญสูงกับความน่าเชื่อถือของรัฐ ทั้งในมิติการบริหารภายในและการจัดการประเด็นสาธารณะที่เชื่อมโยงกับผลประโยชน์ของประเทศ โดยด้านการบริหารภาครัฐ ประชาชนยกให้การแก้ปัญหาคอร์รัปชันเป็นเรื่องเร่งด่วนอันดับหนึ่งอย่างชัดเจน ขณะที่ด้านความมั่นคง ประชาชนให้น้ำหนักกับการทบทวนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชาและมาตรการที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยและความเป็นระเบียบของสังคม ส่วนในมิติความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานต่าง ๆ ภาพรวมยังสะท้อนภาวะที่ประชาชนจำนวนมาก ยังไม่ปักใจเชื่อมั่น หน่วยงานใดเป็นพิเศษ สะท้อนว่าโจทย์สำคัญในเวลานี้ ไม่ได้มีเพียงการเร่งขับเคลื่อนนโยบาย แต่รวมถึงการสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมด้วย.
.
.
พริษฐ์ จี้ ครม.มีมติยืนยันร่างแก้รธน. หมวด 15/1 ยัน ‘แก้ปัญหาปากท้อง-รธน.’ ทำคู่ขนานกันได้
https://www.matichon.co.th/politics/news_5708836
.
‘พริษฐ์’ จี้ ครม.มีมติยืนยันร่างแก้ รธน. หมวด 15/1 บอก แก้ปัญหาปากท้อง-รัฐธรรรมนูญทำคู่ขนานกันได้ ซัดกู้ 4 แสนล้าน เอาประชาชนเป็นตัวประกัน หวังสอดไส้โครงการอื่นก็ไม่ใช่แนวทางเอาปากป้องเป็นตัวตั้ง
.
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญเดิมตกไป โดยไม่สัญญาว่าจะยื่นร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้ามา แสดงว่า ครม. ไม่จริงใจในการทำตามคำสั่งของประชาชนจากผลประชามติ หากรัฐบาลเอาปัญหาเศรษฐกิจมาเป็นข้ออ้าง ก็ฟังไม่ค่อยขึ้น เพราะการแก้ปัญหาปากท้องและรัฐธรรรมนูญทำคู่ขนานกันได้ บวกกับการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน ที่เอาเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกันเพื่อหวังสอดไส้การตีเช็คเปล่าเรื่องโครงการอื่น ก็ไม่ใช่แนวทางที่เอาปากท้องประชาชนเป็นตัวตั้งอยู่ดี
.
นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประชาชนทั่วประเทศได้เดินเข้าคูหาเพื่อออกเสียงประชามติว่าเขาเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ แม้มีประชาชน 11.2 ล้านคน ที่ลงคะแนนไม่เห็นชอบ ซึ่งเป็นความเห็นที่เราต้องคำนึงถึงและทำความเข้าใจ แต่การที่มีประชาชนสูงถึง 21.6 ล้านคน ที่ลงคะแนนเห็นชอบ สะท้อนให้เห็นชัดว่าสังคมมีฉันทามติร่วมกันในระดับหนึ่ง และในระดับที่กว้างกว่าแค่ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งว่ารัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่มีปัญหารุนแรงถึงขั้นที่การแก้ไขรายมาตราอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
.
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาหลังจากประชามติ ตนเชื่อว่าสังคมเรามีแต่เห็นถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560 ชัดขึ้นกว่าเดิม เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ทำงานอย่างเต็มไปด้วยข้อพิรุธ เช่น การรายงานผลที่ล่าช้า การนับคะแนนที่ผิดพลาด การออกแบบบัตรที่มีบาร์โค้ด แต่กลับไม่มีช่องทางให้ประชาชนยื่นถอดถอน กกต. ได้ หรือ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ยังไม่มีผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองหรือรับโทษใดๆ 1 ปี หลังเหตุการณ์ตึกถล่ม โดยมีแต่เพียงการปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลงใหม่
.
นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า คะแนนความโปร่งใสของประเทศที่ตกต่ำสุดในรอบ 10+ ปี จนทำให้นายกฯ อับอาย และตอกย้ำชัดว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันปราบโกงไม่ได้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ยกคำร้องและออกแถลงการณ์ฟอกขาวให้กับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แม้ข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่ามีการซุกหุ้นและการขัดกันแห่งผลประโยชน์ สว. 130 กว่าคนที่ถูกกล่าวหากรณีการฮั้ว สว. แต่อาจจะกำลังจะถูกฟอกขาวหรือเป่าคดีในเร็วๆ นี้ โดย กกต. ที่ สว. เหล่านี้ เป็นคนรับรองให้เข้ามาเอง หรือกรณีที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาฯ ที่ใช้อำนาจและดุลพินิจของตนเอง 1 วันก่อนยุบสภา เพื่อปัดตกการเข้าชื่อร้องเรียน ป.ป.ช. ของ สส.ฝ่ายค้าน กรณีคลิปหลุดร่วมกันระหว่างกรรมการ ป.ป.ช. กับนายวันมูหะมัดนอร์เอง
.
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า ในเมื่อผลประชามติออกมาชัดเจนว่าประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเป็นผลที่ต้องผูกมัดทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเชิงกระบวนการ ขั้นตอนถัดไปที่ต้องดำเนินการ คือการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เกี่ยวกับกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ผ่านความเห็นชอบ 3 วาระของรัฐสภา
.
นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า วันนี้ ครม. จึงมี 2 ทางเลือก เพื่อเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยทางเลือกที่ 1 คือการมีมติก่อนวันที่ 14 พฤษภาคมเพื่อยืนยันให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ คือฉบับของพรรคภูมิใจไทยและฉบับของพรรคประชาชน ที่เคยผ่านวาระ 1 ของรัฐสภามาแล้ว ได้ไปต่อ หากเป็นเช่นนั้นทั้ง 2 ร่างก็จะต้องถูกพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการก่อนถูกเสนอกลับมาที่รัฐสภาในวาระ 2 และ 3
.
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า ขณะที่ทางเลือกที่ 2 คือการที่ ครม. ไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งหมายความว่ากระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะไปต่อได้ก็ต่อเมื่อมีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เข้ามาใหม่อีกรอบหนึ่ง โดย ครม. สมาชิกรัฐสภา หรือภาคประชาชนเพื่อเริ่มพิจารณาในวาระที่ 1 แต่ล่าสุด ดูเหมือนรัฐบาลจะไม่เลือกแม้แต่ทางเลือกเดียว ฉะนั้น หาก ครม.ปล่อยให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ที่ค้างจากรัฐสภาชุดที่แล้ว ตกไป โดยไม่มีคำสัญญาว่า ครม.จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 เข้ามาใหม่หรือไม่เมื่อใด สะท้อนชัดว่ารัฐบาลขาดความจริงใจในเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามคำสั่งของประชาชนจากผลประชามติ
.
“ข้ออ้างของรัฐบาลว่า ครม.ไม่สามารถมีมติยืนยันร่างรัฐธรรมนูญเดิมหรือให้คำสัญญาเรื่องการยื่นร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ เพราะต้องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก่อน เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น นอกจากการแก้ปัญหาปากท้องและปัญหารัฐธรรมนูญสามารถทำควบคู่กันได้ โดยแท้จริงแล้วเป็นปัญหามีความเชื่อมโยงกัน แต่การที่รัฐบาลตัดสินใจออก พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ที่เอาเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกัน เพื่อหวังสอดไส้การตีเช็คเปล่าเรื่องโครงการด้านการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน ก็สะท้อนชัดว่ารัฐบาลทุกวันนี้ ก็ไม่ได้ดำเนินนโยบายโดยยึดการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นตัวตั้งอยู่ดี” นายพริษฐ์ ระบุ
.
.
ปชน.อึ้ง 4 ปีกทม.ปรับเอกชน ปมโรงขยะอ่อนนุช 4 วัน แย้งปัญหากลิ่น คนเหนื่อยร้องเรียน ชงเลิกสัญญา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5708813
.
ปชน.อึ้ง 4 ปี กทม.ปรับ ‘เอกชน’ ปมโรงขยะอ่อนนุชแค่ 4 วัน รวม 4.8 หมื่นบาท ขัดแย้ง ‘รองผู้ว่าฯ’ ยันเอง ไม่ค่อยทำตามมาตรฐาน กทม. แย้งสถิติ Traffy Fondue ชี้ปัญหา ‘กลิ่น’ ไม่ได้ดีขึ้น-คนเหนื่อยร้องเรียน ชงยกเลิกสัญญา ลดความเดือดร้อน ปชช.
.
จากกรณีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม แจ้งความคืบหน้าการแก้ไขปัญหามลภาวะทางกลิ่นและควันในพื้นที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เขตประเวศ โดยสรุปคือ กรุงเทพมหานครเร่งรัดให้ผู้รับจ้างทุกโครงการดำเนินมาตรการปรับปรุงระบบจัดการมูลฝอยและควบคุมผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบอย่างเข้มงวด ทั้งการปรับปรุงโรงงานให้เป็นระบบปิด ติดตั้งระบบควบคุมกลิ่น และเพิ่มการตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดกลิ่น E-NOSE จำนวน 5 จุด ครอบคลุมทั้งภายในโรงงานและพื้นที่ชุมชน ตลอด 4 ปี ปลูกไม้ยืนต้นในพื้นที่โรงขยะอ่อนนุชมากกว่า 50,000 ต้น เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นกำแพงกรองกลิ่นก่อน
.
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 16-18 และวันที่ 20 มิถุนายน 2565 กรุงเทพฯมีการปรับบริษัทคู่สัญญารับผิดชอบ โรงงานกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ ขนาด 600 ตันต่อวัน วันละ 12,000 บาท รวม 4 วัน เนื่องจากพบมีขยะกากมูลฝอยตกค้างในโรงงาน ซึ่งผิดสัญญาว่าด้วย ข้อ (17.5) การกำจัดมูลฝอยและกากมูลฝอยไม่หมดวันต่อวัน ซึ่งมีค่าปรับที่ราคา 12,000 บาทต่อวัน
.
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาชน กล่าวถึงการแถลงข่าวของนายชัชชาติว่า
.
ผมได้ฟัง อ.ชัชชาติ แถลงข่าวเรื่องโรงขยะอ่อนนุชแล้วครับ
.
ต้องบอกก่อนว่า ผมคิดว่าการที่ผู้ว่าชัชชาติออกมาแถลงด้วยตนเองเป็นเรื่องดี เพราะเป็นการยืนยันว่าปัญหานี้ต้องได้รับความสำคัญมากขึ้น
.
แต่ผมฟังแล้วยังกังวลอยู่ แม้ส่วนใหญ่เป็นประเด็นที่ทราบกันมาตลอดอยู่แล้วจากการติดตามเรื่องมาก่อนหน้านี้
.
ผมขอพูดถึงแค่โรง 600 ตัน และ 1,000 ตัน ที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่ามีปัญหาแล้วกันครับ
.
ชัชชาติเร่งแก้กลิ่นโชย ‘โรงขยะอ่อนนุช’ ติดตั้ง E-NOSE – ฝากความหวัง ‘ผู้บริหารชุดใหม่’ สานต่อ
ในส่วนนี้ มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ การปรับเอกชนที่ไม่ทำตามสัญญา ผู้ว่าฯชัชชาติระบุว่าผู้บริหารชุดนี้มีการปรับไปแล้วจริง ไม่ใช่ว่าไม่เคยปรับเลย