อากาศร้อนจัดแบบเมืองไทย ทำให้หลายคนพอขึ้นรถปุ๊บก็รีบเปิดแอร์แรงสุดทันที แต่รู้หรือไม่ว่า พฤติกรรมนี้อาจทำให้ระบบแอร์ทำงานหนักเกินจำเป็น แถมยังกินพลังงานมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะรถไฟฟ้า (EV) ที่ยิ่งเปิดแอร์หนัก ก็ยิ่งกระทบระยะทางวิ่งโดยตรง
ลองปรับวิธีใช้แอร์ใหม่ด้วย 5 เทคนิคง่าย ๆ ต่อไปนี้ ช่วยให้ห้องโดยสารเย็นเร็วขึ้น พร้อมลดการใช้พลังงานได้จริง
1. ระบายความร้อนก่อนเปิดแอร์
ก่อนสตาร์ตรถหรือเปิดแอร์ ควรเปิดประตูหรือกระจกทิ้งไว้สัก 1-2 นาที เพื่อไล่ความร้อนที่สะสมภายในรถออกก่อน วิธีนี้ช่วยลดภาระของระบบแอร์ ทำให้เย็นเร็วขึ้นทันทีที่เปิดใช้งาน
2. ตั้งอุณหภูมิให้พอดี ไม่ต้องสุด
หลายคนเข้าใจผิดว่าปรับแอร์ต่ำสุดจะเย็นเร็วขึ้น แต่จริง ๆ แล้วคอมเพรสเซอร์จะทำงานหนักขึ้นโดยไม่จำเป็น แนะนำตั้งไว้ราว 24-25 องศา พร้อมใช้โหมด Auto จะช่วยให้ระบบปรับการทำงานอย่างเหมาะสมและประหยัดกว่า
3. เปิดโหมดหมุนเวียนอากาศในรถ (Recirculation)
การใช้โหมดนี้จะช่วยไม่ให้ลมร้อนจากภายนอกเข้ามาในห้องโดยสาร ทำให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป และช่วยให้เย็นเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
4. ลดความร้อนตั้งแต่ตอนจอด
ถ้าจอดรถกลางแดดเป็นเวลานาน อุณหภูมิภายในจะสูงมาก ควรเลือกจอดในที่ร่ม หรือใช้ที่บังแดดที่กระจกหน้า จะช่วยลดความร้อนสะสม ทำให้แอร์ทำงานเบาลงและเย็นไวขึ้น
5. เปลี่ยนกรองแอร์สม่ำเสมอ
กรองแอร์ที่สกปรกทำให้อากาศไหลผ่านได้ไม่ดี ส่งผลให้ลมเบา แอร์เย็นช้า และกินพลังงานมากขึ้น ควรเปลี่ยนทุก 10,000-20,000 กิโลเมตร เพื่อให้ระบบทำงานเต็มประสิทธิภาพ
แล้วรถไฟฟ้า (EV) ล่ะ ใช้ยังไงให้คุ้ม?
สำหรับรถ EV การใช้แอร์มีผลต่อแบตเตอรี่โดยตรง แนะนำให้ใช้ฟีเจอร์ เปิดแอร์ล่วงหน้า ผ่านแอปก่อนขึ้นรถ วิธีนี้ช่วยลดภาระตอนเริ่มขับ ทำให้ประหยัดพลังงานและวิ่งได้ไกลขึ้น
สรุปง่าย ๆ แค่ปรับพฤติกรรมเล็กน้อย ก็ช่วยให้แอร์เย็นเร็วขึ้น ประหยัดทั้งน้ำมันและไฟฟ้า แถมยังยืดอายุระบบแอร์ ลดค่าใช้จ่ายระยะยาวได้อีกด้วย
5 เทคนิคเปิดแอร์ให้เย็นไว ช่วยเซฟน้ำมันและไฟฟ้า