ด้านหนึ่ง รัฐบาลยุคใหม่ เหมือนจะเป็นผู้ให้ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส ไทยช่วยไทย
ในทางกลับกัน การให้นั้นมาจาก รัฐบาลหาเงินจากคนไทย โดยเน้นที่เก็บภาษีให้ละเอียดขึ้น
สุดท้ายการได้รับนั้น ก็ไม่ต่างจาก อัฐยายซื้อขนมยาย / ซื้อขนมยายจากเงินของยายเอง
เสนอแนะ รัฐบาลควร
1. ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น การทำแอพแยกปลาแบบกรมประมง
ในภาวะเศรษฐกิจเป็นเช่นนี้ ประเทศก็คือบ้าน ที่ต้องลดรายจ่ายสิ่งที่ไม่จำเป็น
และปรับรายจ่ายที่ล้าสมัย เช่น กระทรวงศึกษาธิการ ยังเป็นกระทรวงที่ต้องได้งบประมาณ
มากจริงหรือ ในเมื่อโครงสร้างประชากรเปลี่ยน เด็กไทยมีสัดส่วนน้อยลง
ประเทศไม่ได้รวยขนาดจะต้องลงทุนกับสิ่งที่ยังไม่เห็นกำไรที่ชัดเจน
ก่อนจะทำแอพถ่ายภาพปลาท่องโก๋ และให้คำตอบว่าปลาทอง
กรมประมงค์ ควรจะทำเว็ปไซต์ปลาไทยที่ให้สมบูรณ์ก่อน
ซึ่งต้นทุนค่าใช้จ่ายเว็บไซต์ไม่มากเท่าทำแอพลิเคชั่นที่ไม่สะท้อน
การยกระดับการบริการประชาชนแต่อย่างใด
2. หาช่องทางสร้างรายได้ เช่น ปรับ กม ให้ทันสมัย เพื่อรับการลงทุนจากต่างประเทศ
การย้ายสำนักงานมาตั้งในไทย กระตุ้นเศรษฐกิจ อสังหาขายได้ / ปล่อยเช่าได้
ร้านอาหาร ร้านตัดผม ไปต่อได้
แก้ปัญหา 2 เรื่องให้ จบ แล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้น
คือ ปัญหาสงครามกับกัมพูชา กับปัญหาคอรัปชั่น
ทำให้ประเทศได้รับความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติ
รายละเอียดตามกระทู้นี้
ไม่ต้องกู้ ไม่ต้องขึ้นภาษีคนไทย แค่เพิ่มรายได้ภาษีนิติบุคคลบริษัทต่างชาติ
3. ลงทุนในสิ่งที่สร้างรายได้ในอนาคต เช่น เทศกาลดนตรีระดับโลก
จัดงานอย่างที่เมืองคาน จัดประกวดภาพยนตร์ แล้วทำให้เมืองเล็กๆ
กลายเป็นเมืองที่ผู้มีกำลังซื้อจากทั่วโลกเข้ามาเยือนทุกปี
การยกระดับคุณภาพทางการแพทย์ทั้งสำหรับคนไทยและลูกค้าต่างชาติ
การอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาตินำเงินเกษียณมาฝาก/เก็บในไทย
เน้นการพำนักระยะยาว 1-3 ปี ของกลุ่มคนทำงานออนไลน์ทั่วโลก
ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดที่ค่าครองชีพต่ำ แต่จัดระบบอำนวย
ความสะดวกให้ครบครัน
4. บริหารทรัพย์สิน ที่เป็นของรัฐ โดยปล่อยเช่าและสัมปทาน
อย่างเป็นธรรม รวมถึงเคลียร์คดี ที่ทำให้ประเทศขาดรายได้
หรือวนเวียนกับการที่รัฐต้องจ่ายค่าปรับให้เอกชนมหาศาล
5. เพิ่มขีดความสามารถด้านคมนาคม ทั่วประเทศ
ให้เอกชนเข้าลงทุน รัฐเก็บค่าธรรมเนียม/ค่าเช่า
ทุกเมือง ควรมีมินิบัส ที่ออกตามเวลา ชั่วโมง ละ 1 คัน
เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และเอื้อต่อการพักระยะยาวของนักท่องเที่ยว
รถไฟ เปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาลงทุนเป็นรายขบวน
โดยจ่ายรายได้ส่วนหนึ่งให้แก่รัฐ รัฐแค่บริหารระบบ นั่งเก็บเงิน
เปิดให้ต่างประเทศเข้ามาร่วมทุนกับคนไทย
เพื่อให้งานเสร็จเร็ว และงานแกรนด์ขึ้น
รัฐควรเน้นเรื่องหารายได้เก่ง ไม่ใช่เก็บภาษีเก่ง
การเก็บภาษีที่เก่งขึ้น ไม่ได้บ่งบอก ความเป็นทีม super heroes
เพราะใช้ความสามารถเพียงแค่ ออก กม มาบังคับให้คนไทยจ่ายเงินให้รัฐ
ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
แต่ความสามารถที่แท้จริงของรัฐบาล มาจากหาวิธีใหม่ๆ ในการหารายได้เข้าประเทศ
และผลักดันขีดความสามารถของบริษัทไทยให้หารายได้ในตลาดโลก
รัฐบาลที่เก่ง ไม่ขูดรีดภาษี แต่ต้องมีวิสัยทัศน์หารายได้เข้ารัฐโดยวิธีอื่น
ในทางกลับกัน การให้นั้นมาจาก รัฐบาลหาเงินจากคนไทย โดยเน้นที่เก็บภาษีให้ละเอียดขึ้น
สุดท้ายการได้รับนั้น ก็ไม่ต่างจาก อัฐยายซื้อขนมยาย / ซื้อขนมยายจากเงินของยายเอง
เสนอแนะ รัฐบาลควร
1. ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น การทำแอพแยกปลาแบบกรมประมง
ในภาวะเศรษฐกิจเป็นเช่นนี้ ประเทศก็คือบ้าน ที่ต้องลดรายจ่ายสิ่งที่ไม่จำเป็น
และปรับรายจ่ายที่ล้าสมัย เช่น กระทรวงศึกษาธิการ ยังเป็นกระทรวงที่ต้องได้งบประมาณ
มากจริงหรือ ในเมื่อโครงสร้างประชากรเปลี่ยน เด็กไทยมีสัดส่วนน้อยลง
ประเทศไม่ได้รวยขนาดจะต้องลงทุนกับสิ่งที่ยังไม่เห็นกำไรที่ชัดเจน
ก่อนจะทำแอพถ่ายภาพปลาท่องโก๋ และให้คำตอบว่าปลาทอง
กรมประมงค์ ควรจะทำเว็ปไซต์ปลาไทยที่ให้สมบูรณ์ก่อน
ซึ่งต้นทุนค่าใช้จ่ายเว็บไซต์ไม่มากเท่าทำแอพลิเคชั่นที่ไม่สะท้อน
การยกระดับการบริการประชาชนแต่อย่างใด
2. หาช่องทางสร้างรายได้ เช่น ปรับ กม ให้ทันสมัย เพื่อรับการลงทุนจากต่างประเทศ
การย้ายสำนักงานมาตั้งในไทย กระตุ้นเศรษฐกิจ อสังหาขายได้ / ปล่อยเช่าได้
ร้านอาหาร ร้านตัดผม ไปต่อได้
แก้ปัญหา 2 เรื่องให้ จบ แล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้น
คือ ปัญหาสงครามกับกัมพูชา กับปัญหาคอรัปชั่น
ทำให้ประเทศได้รับความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติ
รายละเอียดตามกระทู้นี้
ไม่ต้องกู้ ไม่ต้องขึ้นภาษีคนไทย แค่เพิ่มรายได้ภาษีนิติบุคคลบริษัทต่างชาติ
3. ลงทุนในสิ่งที่สร้างรายได้ในอนาคต เช่น เทศกาลดนตรีระดับโลก
จัดงานอย่างที่เมืองคาน จัดประกวดภาพยนตร์ แล้วทำให้เมืองเล็กๆ
กลายเป็นเมืองที่ผู้มีกำลังซื้อจากทั่วโลกเข้ามาเยือนทุกปี
การยกระดับคุณภาพทางการแพทย์ทั้งสำหรับคนไทยและลูกค้าต่างชาติ
การอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาตินำเงินเกษียณมาฝาก/เก็บในไทย
เน้นการพำนักระยะยาว 1-3 ปี ของกลุ่มคนทำงานออนไลน์ทั่วโลก
ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดที่ค่าครองชีพต่ำ แต่จัดระบบอำนวย
ความสะดวกให้ครบครัน
4. บริหารทรัพย์สิน ที่เป็นของรัฐ โดยปล่อยเช่าและสัมปทาน
อย่างเป็นธรรม รวมถึงเคลียร์คดี ที่ทำให้ประเทศขาดรายได้
หรือวนเวียนกับการที่รัฐต้องจ่ายค่าปรับให้เอกชนมหาศาล
5. เพิ่มขีดความสามารถด้านคมนาคม ทั่วประเทศ
ให้เอกชนเข้าลงทุน รัฐเก็บค่าธรรมเนียม/ค่าเช่า
ทุกเมือง ควรมีมินิบัส ที่ออกตามเวลา ชั่วโมง ละ 1 คัน
เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และเอื้อต่อการพักระยะยาวของนักท่องเที่ยว
รถไฟ เปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาลงทุนเป็นรายขบวน
โดยจ่ายรายได้ส่วนหนึ่งให้แก่รัฐ รัฐแค่บริหารระบบ นั่งเก็บเงิน
เปิดให้ต่างประเทศเข้ามาร่วมทุนกับคนไทย
เพื่อให้งานเสร็จเร็ว และงานแกรนด์ขึ้น
รัฐควรเน้นเรื่องหารายได้เก่ง ไม่ใช่เก็บภาษีเก่ง
การเก็บภาษีที่เก่งขึ้น ไม่ได้บ่งบอก ความเป็นทีม super heroes
เพราะใช้ความสามารถเพียงแค่ ออก กม มาบังคับให้คนไทยจ่ายเงินให้รัฐ
ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
แต่ความสามารถที่แท้จริงของรัฐบาล มาจากหาวิธีใหม่ๆ ในการหารายได้เข้าประเทศ
และผลักดันขีดความสามารถของบริษัทไทยให้หารายได้ในตลาดโลก