ให้ลูกชายใช้ Brio Amaz ปี 2013 ตัวท๊อป ที่รับต่อจากแม่เพื่อใช้ตอนเรียน
วันเกิดเหตุ 08.57 ลูกชายขับออกจากบ้าน ยังอยู่ในซอย
ความเร็วในช่วง 35-40 กม./ชม.
กำลังข้ามทางสี่แยกแรก ก็มีรถคู่กรณี ป๊ะ มาชนเข้ามุมไฟหน้า-ล้อหน้าด้วยกัน ที่เวลา 09.00 น.
รู้เวลาเพราะ น้องเคลมมาเปิดแอปไทยวิวัฒน์ ดูให้ ใช้ประกัน เปิด-ปิด
ผมถามลูกว่าก่อนถึงสี่แยกได้เบรกไหม เค้าบอกแค่ชะลอไหลๆ
ในส่วนคู่กรณี ก็เข้าใจว่ามาแบบเดียวกับลูกผม คือ ไหลๆ มา
เพราะดูที่ถนน ไม่มีรอยเบรกทั้งคู่ ชนแล้ว ไหลแปะไปจอดข้างทาง

รูปนี้เป็นฝั่งที่ลูกผมจะขับตรงข้ามแยกไป

รูปนี้ เป็นมุมจากฝั่งคู่กรณีที่ขับตรงข้ามแยกไป ซึ่งเป็นถนนลาดยางใหม่ ไม่มีเส้นถนน ไม่มีเส้นแจ้งผ่านทางร่วมทางแยก
สังเกตฝาปิดท่อระบายน้ำ อยู่กลางแยกพอดี
ดูจากมุมชน แทบจะเป็นมุมเดียวกันทั้งสองคัน
รถของผม หม้อน้ำไม่แตก เครื่องติดได้ ประตูหน้าขวาเปิดได้ครึ่งบาน
กันชนหน้าเปิด
แต่ที่ตกใจมาก ตอนแรกที่ลูกส่งรูปมาให้ดูคือ
ถุงลมแตก 2 ใบ
ผมรีบถามเลยว่าเป็นอะไรมากไหม ก็ตอบว่าไม่ ปกติดี เดินลงมายืนรออยู่ปกติ
หน้าอก ใบหน้า มือ แขน ไม่มีร่องรอยบาดแผล รอยไหม้ใดๆ เลย
เพราะตามที่เข้าใจมาตลอดคือ
ถ้าถุงลมจะทำงาน มันต้องเป็นกรณีการชนที่หนัก หรือสุ่มเสี่ยงรุนแรงอาจถึงแก่ชีวิต
ก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง
ดูมุมของรถคู่กรณีครับ
ฝั่งคู่กรณี ก็เหมือนจะหนักอยู่ กระทบมาถึงประตูหน้าขวาเปิดไม่ได้
ในส่วนของคดี หลังจากร้อยเวรมาดูที่เกิดเหตุ สอบถามทั้ง 2 ฝ่าย ขอดูกล้องวงจรปิดหน้าบ้านตึกแถวที่รถไปจอดหยุดอยู่พอดี
ก็ลงความเห็นว่า ประมาทร่วม ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายไปซ่อมรถเอง และทั้ง 2 ฝ่ายก็เห็นตรงกัน จบคดีไปครับ
ผมถือว่าเร็วมาก ไปถึงโรงพัก 10.30 น. ออกจากโรงพัก 11.20 น.
หลังจากนั้น ประกันก็ยกรถไปอู่ที่ผมเลือกไว้ ซื่ออยู่คนละซอยแถวบ้านเลย ออกใบเคลมมือมาให้
อู่ส่งเรื่องเข้าระบบประกัน รออนุมัติซ่อม+จัดสั่งอะไหล่ ซ่อมต่อไป
จบกระบวนการครับ
สิ่งที่จะฝากไว้ นอกจากไม่ประมาท
มีใบขับขี่
มีประกัน ของผมเป็น 3 +พลัส ค่าเบี้ยไม่ถึง 4 พัน/ปี สบายใจ ไม่ปวดหัว ปวดตับแน่ๆ

ซ่อมเสร็จ ถ้าขับได้ปกติ คงเก็บไว้ใช้ต่อ
เพราะมันก็ อึด ทึก ทน อยู่นะ
แถมประหยัดด้วย สงกรานต์ที่ผ่านมา เพิ่งเอาไป ตจว. วิ่งเรื่อยๆ ก็ประหยัดเอาเรื่องอยู่
วิ่ง 35-40 ชน...! ถุงลมก็ทำงานนะ ถ้าเข้าเงื่อนไข
ให้ลูกชายใช้ Brio Amaz ปี 2013 ตัวท๊อป ที่รับต่อจากแม่เพื่อใช้ตอนเรียน
วันเกิดเหตุ 08.57 ลูกชายขับออกจากบ้าน ยังอยู่ในซอย
ความเร็วในช่วง 35-40 กม./ชม.
กำลังข้ามทางสี่แยกแรก ก็มีรถคู่กรณี ป๊ะ มาชนเข้ามุมไฟหน้า-ล้อหน้าด้วยกัน ที่เวลา 09.00 น.
รู้เวลาเพราะ น้องเคลมมาเปิดแอปไทยวิวัฒน์ ดูให้ ใช้ประกัน เปิด-ปิด
ผมถามลูกว่าก่อนถึงสี่แยกได้เบรกไหม เค้าบอกแค่ชะลอไหลๆ
ในส่วนคู่กรณี ก็เข้าใจว่ามาแบบเดียวกับลูกผม คือ ไหลๆ มา
เพราะดูที่ถนน ไม่มีรอยเบรกทั้งคู่ ชนแล้ว ไหลแปะไปจอดข้างทาง
รูปนี้เป็นฝั่งที่ลูกผมจะขับตรงข้ามแยกไป
รูปนี้ เป็นมุมจากฝั่งคู่กรณีที่ขับตรงข้ามแยกไป ซึ่งเป็นถนนลาดยางใหม่ ไม่มีเส้นถนน ไม่มีเส้นแจ้งผ่านทางร่วมทางแยก
สังเกตฝาปิดท่อระบายน้ำ อยู่กลางแยกพอดี
ดูจากมุมชน แทบจะเป็นมุมเดียวกันทั้งสองคัน
รถของผม หม้อน้ำไม่แตก เครื่องติดได้ ประตูหน้าขวาเปิดได้ครึ่งบาน
กันชนหน้าเปิด
แต่ที่ตกใจมาก ตอนแรกที่ลูกส่งรูปมาให้ดูคือ
ถุงลมแตก 2 ใบ
ผมรีบถามเลยว่าเป็นอะไรมากไหม ก็ตอบว่าไม่ ปกติดี เดินลงมายืนรออยู่ปกติ
หน้าอก ใบหน้า มือ แขน ไม่มีร่องรอยบาดแผล รอยไหม้ใดๆ เลย
เพราะตามที่เข้าใจมาตลอดคือ
ถ้าถุงลมจะทำงาน มันต้องเป็นกรณีการชนที่หนัก หรือสุ่มเสี่ยงรุนแรงอาจถึงแก่ชีวิต
ก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง
ดูมุมของรถคู่กรณีครับ
ฝั่งคู่กรณี ก็เหมือนจะหนักอยู่ กระทบมาถึงประตูหน้าขวาเปิดไม่ได้
ในส่วนของคดี หลังจากร้อยเวรมาดูที่เกิดเหตุ สอบถามทั้ง 2 ฝ่าย ขอดูกล้องวงจรปิดหน้าบ้านตึกแถวที่รถไปจอดหยุดอยู่พอดี
ก็ลงความเห็นว่า ประมาทร่วม ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายไปซ่อมรถเอง และทั้ง 2 ฝ่ายก็เห็นตรงกัน จบคดีไปครับ
ผมถือว่าเร็วมาก ไปถึงโรงพัก 10.30 น. ออกจากโรงพัก 11.20 น.
หลังจากนั้น ประกันก็ยกรถไปอู่ที่ผมเลือกไว้ ซื่ออยู่คนละซอยแถวบ้านเลย ออกใบเคลมมือมาให้
อู่ส่งเรื่องเข้าระบบประกัน รออนุมัติซ่อม+จัดสั่งอะไหล่ ซ่อมต่อไป
จบกระบวนการครับ
สิ่งที่จะฝากไว้ นอกจากไม่ประมาท
มีใบขับขี่
มีประกัน ของผมเป็น 3 +พลัส ค่าเบี้ยไม่ถึง 4 พัน/ปี สบายใจ ไม่ปวดหัว ปวดตับแน่ๆ
ซ่อมเสร็จ ถ้าขับได้ปกติ คงเก็บไว้ใช้ต่อ
เพราะมันก็ อึด ทึก ทน อยู่นะ
แถมประหยัดด้วย สงกรานต์ที่ผ่านมา เพิ่งเอาไป ตจว. วิ่งเรื่อยๆ ก็ประหยัดเอาเรื่องอยู่