ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ผมพยายามรวบรวมสำนวนไทยที่เกี่ยวข้องกับ “ควาย” ทั้งหมด แต่จนถึงตอนนี้ ผมเองก็ยังไม่มั่นใจว่าผมยังขาดสำนวนใดอีกหรือไม่ ผมจึงอยากมาขอความคิดเห็น จากท่านผู้มีความรู้ทุกท่านด้วยนะครับ
รายการสำนวนที่ผมรวบรวมมาได้มีดังนี้ครับ
(หมายเหตุ: ข้อมูลบางส่วน อาจมีการข้อผิดพลาด หากท่านพบข้อผิดพลาดใด ๆ สมาชิกทุกท่านสามารถชี้แนะหรือติเตียนได้อย่างอิสระครับ)
นิยามของควายในสำนวนไทย: ในอดีตควายเป็นสัตว์ใช้งานหลักในหมู่เกษตรกร โดยเฉพาะชาวนา ด้วยลักษณะการใช้ชีวิตของควายเลี้ยงเน้นการใช้กำลังกาย ทำตามคำสั่งเจ้านาย อีกทั้งยังถูกร้อยเชือกสนตะพายที่จมูก และต้องเดินตามการบังคับลากจูง ทำให้ผู้คนในอดีตบางส่วนเกิดแนวคิดที่ว่าควายเป็นสัตว์ขี้ข้า ใช้แต่กำลัง และไม่มีความคิดเป็นของตนเอง ทำให้ต่อมา คำว่าควาย จึงถูกนำมาใช้เพื่อดูหมิ่นหรือเปรียบเปรยผู้อื่นว่ามีความเขลา ไร้ปัญญา หรือขาดความคิดเป็นของตนเอง
แต่ทั้งนี้ นอกจากความหมายเชิงลบซึ่งเป็นที่รู้จัก ควายยังถูกนำมากล่าวถึงในเชิงบวก และบรรยายถึงวิถีชีวิตชาวไทยในอดีตอีกด้วย เช่น ซื้อควายหน้านา ซื้อผ้าหน้าตรุษ (วิถีชีวิต), ช้างมาวัวควาย (กล่าวว่าควายเป็นสิ่งมีค่า), ทรพี (ตำนานที่มีต้นกำเนิดจากตัวละครวรรณคดีที่เป็นควาย)
ชื่อสำนวน: ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: มีเรื่องเดือดร้อนเกิดขึ้น แต่ยังไม่ทันได้มีโอกาสแก้ไขหรือจัดการให้หายดี ก็เกิดมีปัญหาใหม่เกิดตามขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน
เปรียบเปรย: ในอดีตชาวนาล้วนแต่มีความผูกผันกับวัวและควาย หากวัวเกิดอาการป่วยหรือถูกลักหายไป (ความวัวหาย) ชาวนาย่อมหาทางรักษาหรือออกตามหา แต่ในขณะที่ปัญหายังไม่ถูกแก้ไขดี ควายกลับมาป่วยหรือหายตัวตามไปอีก (ความควายแทรก) ชาวนาผู้เป็นเจ้าของ ย่อมเดือดร้อนหนักขึ้นเป็นทวีคูณ
การใช้งาน: ใช้กล่าวถึงสถานการณ์การณ์เมื่อมีปัญหารุมเร้าเข้ามาพร้อม ๆ กัน เช่น
สำนวนที่มีความหมายใกล้เคียงกัน:
1. เคราะห์ซ้ำกรรมซัด (ประสบเคราะห์ร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่แต่เดิมทีก็ลำบากอยู่แล้ว)
2. ผีซ้ำด้ำพลอย (การถูกซ้ำเติมเมื่อพลาดพลั้งหรือประสบเคราะห์ร้ายอยู่ก่อนแล้ว ส่งผลให้ประสบเคราะห์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม)
สำนวน: ควายล้วน ๆ ไม่มีวัวผสม
ประเภท: สำนวนนอกมาตรฐาน, ภาษาปาก
ความหมาย: ปราศจากความคิดและปัญญาโดยสิ้นเชิง ไม่มีความความคิดอะไรเลย
เปรียบเปรย: เป็นการเปรียบเปรยว่า ผู้ถูกกล่าวถึงเป็นคนเขลาโดยสมบูรณ์ โดยใช้ “ควาย” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีภาพจำหรือตัวแทนของความโง่เขลา และใช้วัวเพื่อขยายความว่า บุคคลนี้เป็นผู้ไร้ปัญญาโดยสมบูรณ์ ไม่มีสิ่งใดเจือปนเลย
ชื่อสำนวน: ฆ่าควายอย่าเสียดายพริก
ชื่อเรียกอื่น: ฆ่าควายอย่าเสียดายเกลือ
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: เมื่อหมายจะทำการใหญ่ ไม่ควรคิดตระหนี่
เปรียบเปรย: เปรียบได้กับการล้มควายทั้งตัวเพื่อนำมาประกอบอาหาร ถ้ามัวเสียดายพริกเสียดายเกลือ เนื้อที่ทำออกมาย่อมไร้รสชาติหรือเน่าเสีย
สำนวนที่มีความหมายใกล้เคียงกัน:
1. เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย (เมื่อจำเป็นต้องเสียเพียงเล็กน้อย แต่กลับไม่ยอมเสีย ทำให้ต้องเสียมากในภายหลัง)
ชื่อสำนวน: ช้างม้าวัวควาย
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: สัตว์สี่เท้า สัตว์ใช้งาน หรือสิ่งมีค่า
เปรียบเปรย: ในอดีต ช้าง ม้า วัว และควาย ต่างเป็นหัวใจหลักทางเศรษฐกิจและสังคม โดยช้างถูกใช้ในการสงคราม และเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ม้าถูกในในการสงคราม การสื่อสาร และการขนส่ง ส่วนวัวและควาย เป็นแรงงานหลักที่ถูกใช้ในงานเกษตรกรรม และการคมนาคม ดังนั้นสัตว์ทั้งสี่ชนิดนี้ จึงถูกยกย่องว่าเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ และเป็นสิ่งมีค่า
การใช้งาน: สามารถใช้อย่างตรงตัวเพื่อสื่อถึงกลุ่มของสัตว์สี่ขา และสัตว์ที่มนุษย์เลี้ยงไว้ใช้งาน หรืออาจใช้เพื่อเปรียบเปรยถึงทรัพย์สิน สิ่งของล้ำค่าก็ได้
ตัวอย่างการใช้งาน:
– เขาผู้นั้นมีทรัพย์สินเงินทองมากมาย ทั้งข้าบริวารและช้างม้าวัวควาย
**สำนวนที่มีความเกี่ยวข้อง**
– (ความหมายตรงกันข้าม) หมูหมากาไก่ (สิ่งธรรมดาทั่วไป ไม่ล้ำค่า เปรียบเสมือน หมู หมา กา และไก่ ซึ่งเป็นสัตว์ธรรมดา พบได้ทั่วไป)
ชื่อสำนวน: ซื้อควายหน้านา ซื้อผ้าหน้าตรุษ
ชื่อเรียกอื่น: ซื้องัวหน้านา ซื้อผ้าหน้าหนาว
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: การซื้อของจับจ่ายโดยไม่คำนึงถึงเวลา ย่อมได้ของราคาแพง
เปรียบเปรย: เปรียบได้กับการซื้อควายในฤดูกาลทำนา และการซื้อเสื้อผ้าในช่วงหน้าตรุษ (เทศกาลวันหยุดในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างปี) ควายย่อมเป็นที่ต้องการของชาวนาในฤดูข้าว และผ้าย่อมเป็นที่ต้องการของผู้คนจำนวนมากในช่วงเทศกาล ดังนั้นการซื้อควายในหน้านา และการซึ่งเสื้อผ้าในหน้าตรุษ ทั้งสองย่อมต้องมีราคากว่าปกติเป็นธรรมดา
ชื่อสำนวน: โตเป็นวัวเป็นควาย
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ไม่มีความคิด
เปรียบเปรย: เปรียบเปรยว่า ผู้ถูกกล่าวถึงมีร่างกายที่เติบโตดั่งวัวควาย แต่กลับขาดปัญญา หรือไม่มีความคิดเป็นของตนเอง เช่นเดียวกับวัวและควาย
ชื่อสำนวน: มากขี้ควาย หลายขี้ช้าง
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: มากมายเสียเปล่า ใช้ประโยชน์ไม่ได้
เปรียบเปรย: เปรียบได้กับขี้ควายหรือขี้ช้าง ที่ถึงจะมีจำนวนมาก แต่ก็ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้
ชื่อสำนวน: ไม้หลักปักขี้ควาย
ชื่อเรียกอื่น: ไม้หลักปักเลน/ไม้หลักปักขี้วัว
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: โลเล ไม่แน่นอน
เปรียบเปรย: เปรียบได้กับไม้หลัก เมื่อนำมาปักลงบนขี้ควาย ย่อมเกิดการโอนเอน ไม่มีความมั่นคง เสมือนกับการตัดสินใจ หรือการกระทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่มีความชัดเจน
ชื่อสำนวน: วัวตายควายล้ม
ประเภท: สำนวนพื้นบ้าน, ภาษาปาก
ควายหมาย: มากเกินไป อย่างถึงที่สุด
เปรียบเปรย: กล่าวถึงบางสิ่งที่มากเกินไป โดยเปรียบเทียบว่ามากเสียจนวัวตายควายล้ม เช่น ร้อนจนวัวตายควายล้ม (ขยายระดับความร้อน) หรือ สวยจนวัวตายควายล้ม (ขยายความสวยงาม และความตื่นตา)
ชื่อสำนวน: สีซอให้ควายฟัง
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: การแนะนำสั่งสอนคนโง่ปัญญาทึบ มักเสียเวลาเปล่า ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์
เปรียบเปรย: เทียบได้กับการเล่นดนตรี สีซอให้ควายฟัง ไม่ว่าจะมีดนตรีออกมาได้อย่างไพเราะ หรือลึกซึ้งแค่ไหน แต่ควายก็ไม่สามารถเข้าใจได้ เช่นเดียวกับการพยายามให้ความรู้หรือชี้แนะคนเขลา ไม่ว่าจะชี้แนะได้ดีเช่นไร หากเขาผู้นั้นปฏิเสธที่จะรับรู้ ความพยายามนั้นก็เปล่าประโยชน์
ชื่อสำนวน: เสี้ยมเขาควายให้ชนกัน
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: การยุยงผู้อื่นให้เกิดความบาดหมางต่อกัน
เปรียบเปรย: เปรียบได้กับการเสี้ยม (ทำให้แหลมคม) เขาควายให้แหลมคม แล้วจึงเสี้ยม (ยุยง) ให้ควายเข้าชนกัน
หมายเหตุ: คำว่าเสี้ยม มี 3 ความหมาย ได้แก่ (กริยา) การทำให้แหลม เช่น เสี้ยมไม้; (กริยา) การยุแหย่ ยุยง ให้ผู้คนทะเลาะวิวาท สร้างความบาดหมาง; (วิเศษณ์) ลักษณะแหลมยาว เช่น หน้าเสี้ยม คางเสี้ยม
ชื่อสำนวน: อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: เมื่อต้องอยู่อาศัยในที่ของผู้อื่น ไม่ควรอยู่อย่างเสียเปล่า แต่ควรทำงานหรือทำประโยชน์แม้เพียงเล็กน้อย เพื่อเป็นน้ำใจให้กับเจ้าบ้านด้วย
เปรียบเปรย: เปรียบได้กับการเข้าอยู่อาศัยในที่พำนักของผู้อื่น เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจ การกระทำเล็กน้อย เช่น การปั้นตุ๊กตาให้ลูกหลานของเจ้าบ้านเล่น ย่อมถือเป็นการตอบแทนน้ำใจที่พอควรแล้ว
•|หมวด 02: สำนวนที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่มีคำว่า “ควาย” โดยตรง
ชื่อสำนวน: สวมเขา
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: การที่ภรรยาสร้างความอัปยศให้กับสามี ด้วยการคบชู้โดยไม่ให้สามีล่วงรู้
เปรียบเปรย: เปรียบเทียบการแอบคบชู้ของภรรยาเสมือนว่าเป็นการ “สวมเขา” สร้างความอัปยศให้กับสามี โดยเปรียบได้กับการดูหมิ่นสามีว่าเป็นคนโง่ ที่ถูกหลอกลับหลังและไม่อาจล่วงรู้ถึงความจริงได้
ชื่อสำนวน: จูงจมูก
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: การถูกชักนำ ควบคุม หรือจูงใจให้ทำตามความประสงค์ของผู้อื่น โดยที่ไม่ใช้ความคิด ขัดขืน หรือถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ไม่สามารถแสดงออกได้อย่างอิสระ
เปรียบเปรย: เปรียบเสมือนกับการจูงจมูกวัวควายที่ถูกสนตะพาย ทำให้ยอมเดินตามเมื่อถูกชักจูง
ชื่อสำนวน: กินหญ้าแทนข้าว
ประเภท: สำนวนนอกมาตรฐาน
ความหมาย: โง่เขลา ไร้สติปัญญาไม่สมกับเป็นมนุษย์
เปรียบเปรย: โดยทั่วไปแล้ว คนไทยมีมุมมองว่า มนุษย์กินข้าวเป็นอาหาร และควายกินหญ้าเป็นอาหาร ดังนั้นการเปรียบเปรยว่ามนุษย์เลือกที่จะกินหญ้าแทนข้าว ก็เปรียบเสมือนว่ามนุษย์ดังกล่าวขาดสติปัญญา ไม่ต่างจากควาย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ของความโง่เขลา
•|หมวดที่ 3: อื่น ๆ
ชื่อสำนวน: ทรพี
ชื่ออื่น: ลูกทรพี
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: ผู้อกตัญญู เนรคุณต่อผู้มีพระคุณ หรือผู้ให้กำเนิด
ที่มา: มีต้นกำเนิดจากเรื่องราวของทรพี ตัวละครจากวรรณคดีไทย เรื่อง “รามเกียรติ” โดยกล่าวถึงยักษ์เฝ้าประตูสวรรค์นามว่า “นนกาล” ผู้หลงรักและพยายามฝืนใจนางฟ้านามว่า “มาลี” ทำให้ถูกพระอิศวรสาปให้เกิดใหม่เป็นควายเผือก นามว่า “ทรพา” และต้องถูกสังหารโดยลูกชายของตน ทำให้เมื่อยักษ์นนกาล ทำให้เมื่อทรพาเกิดเป็นจ่าฝูงควาย เมื่อควายตัวเมียตัวใดตกลูกเป็นตัวผู้ ทรพาจะขวิดให้ตายทุกครั้งไป ทว่ามีครั้งหนึ่ง มีควายตัวเมียตัวหนึ่งที่ตั้งครรภ์และได้หลบหนีไปในถ้ำแห่งหนึ่ง และได้ให้กำเนิดลูกควายตัวผู้นามว่า “ทรพี” พร้อมกล่าวขอให้เทวดาผู้ดูแลถ้ำช่วงเลี้ยงดูทรพีแทนตนด้วย นับจากนั้นเทวดาจึงได้เลี้ยงดูทรพี พร้อมทั้งยังมอบพลังวิเศษ ทำให้ทรพีเป็นควายที่มีกำลังวังชาเหนือจากควายทั่วไป และเมื่อทรพีรับรู้ความจริงเกี่ยวกับ “ทรพา” พ่อของตน จึงเกิดความเคียดแค้น และเริ่มเทียบรอยเท้าของตนกับทรพาจนกระทั่งมีขนาดเท่ากัน แล้วจึงเข้ากล่าวท้าทายทรพา ให้มาต่อสู้กับตน ในการต่อสู้ครั้งนั้นทรพาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และถูกสังหารโดยทรพี ทรพีได้เป็นจ่าฝูงตัวใหม่ และได้เกิดความโอหังในพลังของตนเอง ทำให้ทรพีเริ่มออกเดินทางท้าประลองกับเทวดาจากที่ต่าง ๆ จนกระทั่งได้พบกับพระอิศวร พระอิศวรที่รู้ความอยู่ก่อนแล้วว่าทรพีเป็นใคร จึงออกอุบายให้ทรพีเข้าสู้กับพาลี เจ้าเมืองขีดขิน ทรพีสามารถต่อสู้กับพาลีได้อย่างสูสีต่อเนื่องได้เป็นเวลา 7 วัน จนกระทั่งในระหว่างการต่อสู้ พาลีได้เอ่ยปากถามว่าเพราะเหตุใดทรพีจึงมีพลังเช่นนี้ และแท้จริงแล้วมีเทวดาคอยคุ้มครองหรือไม่ แต่ด้วยความทะนงตน ทรพีจึงตอบออกไปว่า ทรพีแข็งแกร่งได้ด้วยตนเอง ทำให้เทวดาที่คอยคุ้มครองทรพีพากันออกจากขาและเขาของทรพี ทำให้ทรพีกลายเป็นควายธรรมดา และถูกพาลีสังหารไปในที่สุด
เปรียบเปรย: ดังนั้นสำนวนที่กล่าวว่า “ทรพี” จึงเป็นการกล่าวถึงผู้ที่อยู่ภายใต้การอุปการะเลี้ยงดู หรือผู้ให้กำเนิด ที่เนรคุณหรือทรยศผู้ให้กำเนิดหรือผู้มีอุประคุณ เช่นเดียวกับที่ทรพีที่สังหารทรพาผู้เป็นพ่อ และหมิ่นเกียรติเทวดา ผู้ซึ่งคอยเลี้ยงดูและดูแลทรพีมาแต่เล็ก
ตามหาสำนวนไทยเกี่ยวกับ “ควาย”
รายการสำนวนที่ผมรวบรวมมาได้มีดังนี้ครับ
(หมายเหตุ: ข้อมูลบางส่วน อาจมีการข้อผิดพลาด หากท่านพบข้อผิดพลาดใด ๆ สมาชิกทุกท่านสามารถชี้แนะหรือติเตียนได้อย่างอิสระครับ)
นิยามของควายในสำนวนไทย: ในอดีตควายเป็นสัตว์ใช้งานหลักในหมู่เกษตรกร โดยเฉพาะชาวนา ด้วยลักษณะการใช้ชีวิตของควายเลี้ยงเน้นการใช้กำลังกาย ทำตามคำสั่งเจ้านาย อีกทั้งยังถูกร้อยเชือกสนตะพายที่จมูก และต้องเดินตามการบังคับลากจูง ทำให้ผู้คนในอดีตบางส่วนเกิดแนวคิดที่ว่าควายเป็นสัตว์ขี้ข้า ใช้แต่กำลัง และไม่มีความคิดเป็นของตนเอง ทำให้ต่อมา คำว่าควาย จึงถูกนำมาใช้เพื่อดูหมิ่นหรือเปรียบเปรยผู้อื่นว่ามีความเขลา ไร้ปัญญา หรือขาดความคิดเป็นของตนเอง
แต่ทั้งนี้ นอกจากความหมายเชิงลบซึ่งเป็นที่รู้จัก ควายยังถูกนำมากล่าวถึงในเชิงบวก และบรรยายถึงวิถีชีวิตชาวไทยในอดีตอีกด้วย เช่น ซื้อควายหน้านา ซื้อผ้าหน้าตรุษ (วิถีชีวิต), ช้างมาวัวควาย (กล่าวว่าควายเป็นสิ่งมีค่า), ทรพี (ตำนานที่มีต้นกำเนิดจากตัวละครวรรณคดีที่เป็นควาย)
ชื่อสำนวน: ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: มีเรื่องเดือดร้อนเกิดขึ้น แต่ยังไม่ทันได้มีโอกาสแก้ไขหรือจัดการให้หายดี ก็เกิดมีปัญหาใหม่เกิดตามขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน
เปรียบเปรย: ในอดีตชาวนาล้วนแต่มีความผูกผันกับวัวและควาย หากวัวเกิดอาการป่วยหรือถูกลักหายไป (ความวัวหาย) ชาวนาย่อมหาทางรักษาหรือออกตามหา แต่ในขณะที่ปัญหายังไม่ถูกแก้ไขดี ควายกลับมาป่วยหรือหายตัวตามไปอีก (ความควายแทรก) ชาวนาผู้เป็นเจ้าของ ย่อมเดือดร้อนหนักขึ้นเป็นทวีคูณ
การใช้งาน: ใช้กล่าวถึงสถานการณ์การณ์เมื่อมีปัญหารุมเร้าเข้ามาพร้อม ๆ กัน เช่น
สำนวนที่มีความหมายใกล้เคียงกัน:
1. เคราะห์ซ้ำกรรมซัด (ประสบเคราะห์ร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่แต่เดิมทีก็ลำบากอยู่แล้ว)
2. ผีซ้ำด้ำพลอย (การถูกซ้ำเติมเมื่อพลาดพลั้งหรือประสบเคราะห์ร้ายอยู่ก่อนแล้ว ส่งผลให้ประสบเคราะห์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม)
สำนวน: ควายล้วน ๆ ไม่มีวัวผสม
ประเภท: สำนวนนอกมาตรฐาน, ภาษาปาก
ความหมาย: ปราศจากความคิดและปัญญาโดยสิ้นเชิง ไม่มีความความคิดอะไรเลย
เปรียบเปรย: เป็นการเปรียบเปรยว่า ผู้ถูกกล่าวถึงเป็นคนเขลาโดยสมบูรณ์ โดยใช้ “ควาย” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีภาพจำหรือตัวแทนของความโง่เขลา และใช้วัวเพื่อขยายความว่า บุคคลนี้เป็นผู้ไร้ปัญญาโดยสมบูรณ์ ไม่มีสิ่งใดเจือปนเลย
ชื่อสำนวน: ฆ่าควายอย่าเสียดายพริก
ชื่อเรียกอื่น: ฆ่าควายอย่าเสียดายเกลือ
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: เมื่อหมายจะทำการใหญ่ ไม่ควรคิดตระหนี่
เปรียบเปรย: เปรียบได้กับการล้มควายทั้งตัวเพื่อนำมาประกอบอาหาร ถ้ามัวเสียดายพริกเสียดายเกลือ เนื้อที่ทำออกมาย่อมไร้รสชาติหรือเน่าเสีย
สำนวนที่มีความหมายใกล้เคียงกัน:
1. เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย (เมื่อจำเป็นต้องเสียเพียงเล็กน้อย แต่กลับไม่ยอมเสีย ทำให้ต้องเสียมากในภายหลัง)
ชื่อสำนวน: ช้างม้าวัวควาย
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: สัตว์สี่เท้า สัตว์ใช้งาน หรือสิ่งมีค่า
เปรียบเปรย: ในอดีต ช้าง ม้า วัว และควาย ต่างเป็นหัวใจหลักทางเศรษฐกิจและสังคม โดยช้างถูกใช้ในการสงคราม และเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ม้าถูกในในการสงคราม การสื่อสาร และการขนส่ง ส่วนวัวและควาย เป็นแรงงานหลักที่ถูกใช้ในงานเกษตรกรรม และการคมนาคม ดังนั้นสัตว์ทั้งสี่ชนิดนี้ จึงถูกยกย่องว่าเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ และเป็นสิ่งมีค่า
การใช้งาน: สามารถใช้อย่างตรงตัวเพื่อสื่อถึงกลุ่มของสัตว์สี่ขา และสัตว์ที่มนุษย์เลี้ยงไว้ใช้งาน หรืออาจใช้เพื่อเปรียบเปรยถึงทรัพย์สิน สิ่งของล้ำค่าก็ได้
ตัวอย่างการใช้งาน:
– เขาผู้นั้นมีทรัพย์สินเงินทองมากมาย ทั้งข้าบริวารและช้างม้าวัวควาย
**สำนวนที่มีความเกี่ยวข้อง**
– (ความหมายตรงกันข้าม) หมูหมากาไก่ (สิ่งธรรมดาทั่วไป ไม่ล้ำค่า เปรียบเสมือน หมู หมา กา และไก่ ซึ่งเป็นสัตว์ธรรมดา พบได้ทั่วไป)
ชื่อสำนวน: ซื้อควายหน้านา ซื้อผ้าหน้าตรุษ
ชื่อเรียกอื่น: ซื้องัวหน้านา ซื้อผ้าหน้าหนาว
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: การซื้อของจับจ่ายโดยไม่คำนึงถึงเวลา ย่อมได้ของราคาแพง
เปรียบเปรย: เปรียบได้กับการซื้อควายในฤดูกาลทำนา และการซื้อเสื้อผ้าในช่วงหน้าตรุษ (เทศกาลวันหยุดในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างปี) ควายย่อมเป็นที่ต้องการของชาวนาในฤดูข้าว และผ้าย่อมเป็นที่ต้องการของผู้คนจำนวนมากในช่วงเทศกาล ดังนั้นการซื้อควายในหน้านา และการซึ่งเสื้อผ้าในหน้าตรุษ ทั้งสองย่อมต้องมีราคากว่าปกติเป็นธรรมดา
ชื่อสำนวน: โตเป็นวัวเป็นควาย
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ไม่มีความคิด
เปรียบเปรย: เปรียบเปรยว่า ผู้ถูกกล่าวถึงมีร่างกายที่เติบโตดั่งวัวควาย แต่กลับขาดปัญญา หรือไม่มีความคิดเป็นของตนเอง เช่นเดียวกับวัวและควาย
ชื่อสำนวน: มากขี้ควาย หลายขี้ช้าง
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: มากมายเสียเปล่า ใช้ประโยชน์ไม่ได้
เปรียบเปรย: เปรียบได้กับขี้ควายหรือขี้ช้าง ที่ถึงจะมีจำนวนมาก แต่ก็ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้
ชื่อสำนวน: ไม้หลักปักขี้ควาย
ชื่อเรียกอื่น: ไม้หลักปักเลน/ไม้หลักปักขี้วัว
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: โลเล ไม่แน่นอน
เปรียบเปรย: เปรียบได้กับไม้หลัก เมื่อนำมาปักลงบนขี้ควาย ย่อมเกิดการโอนเอน ไม่มีความมั่นคง เสมือนกับการตัดสินใจ หรือการกระทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่มีความชัดเจน
ชื่อสำนวน: วัวตายควายล้ม
ประเภท: สำนวนพื้นบ้าน, ภาษาปาก
ควายหมาย: มากเกินไป อย่างถึงที่สุด
เปรียบเปรย: กล่าวถึงบางสิ่งที่มากเกินไป โดยเปรียบเทียบว่ามากเสียจนวัวตายควายล้ม เช่น ร้อนจนวัวตายควายล้ม (ขยายระดับความร้อน) หรือ สวยจนวัวตายควายล้ม (ขยายความสวยงาม และความตื่นตา)
ชื่อสำนวน: สีซอให้ควายฟัง
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: การแนะนำสั่งสอนคนโง่ปัญญาทึบ มักเสียเวลาเปล่า ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์
เปรียบเปรย: เทียบได้กับการเล่นดนตรี สีซอให้ควายฟัง ไม่ว่าจะมีดนตรีออกมาได้อย่างไพเราะ หรือลึกซึ้งแค่ไหน แต่ควายก็ไม่สามารถเข้าใจได้ เช่นเดียวกับการพยายามให้ความรู้หรือชี้แนะคนเขลา ไม่ว่าจะชี้แนะได้ดีเช่นไร หากเขาผู้นั้นปฏิเสธที่จะรับรู้ ความพยายามนั้นก็เปล่าประโยชน์
ชื่อสำนวน: เสี้ยมเขาควายให้ชนกัน
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: การยุยงผู้อื่นให้เกิดความบาดหมางต่อกัน
เปรียบเปรย: เปรียบได้กับการเสี้ยม (ทำให้แหลมคม) เขาควายให้แหลมคม แล้วจึงเสี้ยม (ยุยง) ให้ควายเข้าชนกัน
หมายเหตุ: คำว่าเสี้ยม มี 3 ความหมาย ได้แก่ (กริยา) การทำให้แหลม เช่น เสี้ยมไม้; (กริยา) การยุแหย่ ยุยง ให้ผู้คนทะเลาะวิวาท สร้างความบาดหมาง; (วิเศษณ์) ลักษณะแหลมยาว เช่น หน้าเสี้ยม คางเสี้ยม
ชื่อสำนวน: อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: เมื่อต้องอยู่อาศัยในที่ของผู้อื่น ไม่ควรอยู่อย่างเสียเปล่า แต่ควรทำงานหรือทำประโยชน์แม้เพียงเล็กน้อย เพื่อเป็นน้ำใจให้กับเจ้าบ้านด้วย
เปรียบเปรย: เปรียบได้กับการเข้าอยู่อาศัยในที่พำนักของผู้อื่น เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจ การกระทำเล็กน้อย เช่น การปั้นตุ๊กตาให้ลูกหลานของเจ้าบ้านเล่น ย่อมถือเป็นการตอบแทนน้ำใจที่พอควรแล้ว
•|หมวด 02: สำนวนที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่มีคำว่า “ควาย” โดยตรง
ชื่อสำนวน: สวมเขา
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: การที่ภรรยาสร้างความอัปยศให้กับสามี ด้วยการคบชู้โดยไม่ให้สามีล่วงรู้
เปรียบเปรย: เปรียบเทียบการแอบคบชู้ของภรรยาเสมือนว่าเป็นการ “สวมเขา” สร้างความอัปยศให้กับสามี โดยเปรียบได้กับการดูหมิ่นสามีว่าเป็นคนโง่ ที่ถูกหลอกลับหลังและไม่อาจล่วงรู้ถึงความจริงได้
ชื่อสำนวน: จูงจมูก
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: การถูกชักนำ ควบคุม หรือจูงใจให้ทำตามความประสงค์ของผู้อื่น โดยที่ไม่ใช้ความคิด ขัดขืน หรือถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ไม่สามารถแสดงออกได้อย่างอิสระ
เปรียบเปรย: เปรียบเสมือนกับการจูงจมูกวัวควายที่ถูกสนตะพาย ทำให้ยอมเดินตามเมื่อถูกชักจูง
ชื่อสำนวน: กินหญ้าแทนข้าว
ประเภท: สำนวนนอกมาตรฐาน
ความหมาย: โง่เขลา ไร้สติปัญญาไม่สมกับเป็นมนุษย์
เปรียบเปรย: โดยทั่วไปแล้ว คนไทยมีมุมมองว่า มนุษย์กินข้าวเป็นอาหาร และควายกินหญ้าเป็นอาหาร ดังนั้นการเปรียบเปรยว่ามนุษย์เลือกที่จะกินหญ้าแทนข้าว ก็เปรียบเสมือนว่ามนุษย์ดังกล่าวขาดสติปัญญา ไม่ต่างจากควาย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ของความโง่เขลา
•|หมวดที่ 3: อื่น ๆ
ชื่อสำนวน: ทรพี
ชื่ออื่น: ลูกทรพี
ประเภท: สำนวนมาตรฐาน
ความหมาย: ผู้อกตัญญู เนรคุณต่อผู้มีพระคุณ หรือผู้ให้กำเนิด
ที่มา: มีต้นกำเนิดจากเรื่องราวของทรพี ตัวละครจากวรรณคดีไทย เรื่อง “รามเกียรติ” โดยกล่าวถึงยักษ์เฝ้าประตูสวรรค์นามว่า “นนกาล” ผู้หลงรักและพยายามฝืนใจนางฟ้านามว่า “มาลี” ทำให้ถูกพระอิศวรสาปให้เกิดใหม่เป็นควายเผือก นามว่า “ทรพา” และต้องถูกสังหารโดยลูกชายของตน ทำให้เมื่อยักษ์นนกาล ทำให้เมื่อทรพาเกิดเป็นจ่าฝูงควาย เมื่อควายตัวเมียตัวใดตกลูกเป็นตัวผู้ ทรพาจะขวิดให้ตายทุกครั้งไป ทว่ามีครั้งหนึ่ง มีควายตัวเมียตัวหนึ่งที่ตั้งครรภ์และได้หลบหนีไปในถ้ำแห่งหนึ่ง และได้ให้กำเนิดลูกควายตัวผู้นามว่า “ทรพี” พร้อมกล่าวขอให้เทวดาผู้ดูแลถ้ำช่วงเลี้ยงดูทรพีแทนตนด้วย นับจากนั้นเทวดาจึงได้เลี้ยงดูทรพี พร้อมทั้งยังมอบพลังวิเศษ ทำให้ทรพีเป็นควายที่มีกำลังวังชาเหนือจากควายทั่วไป และเมื่อทรพีรับรู้ความจริงเกี่ยวกับ “ทรพา” พ่อของตน จึงเกิดความเคียดแค้น และเริ่มเทียบรอยเท้าของตนกับทรพาจนกระทั่งมีขนาดเท่ากัน แล้วจึงเข้ากล่าวท้าทายทรพา ให้มาต่อสู้กับตน ในการต่อสู้ครั้งนั้นทรพาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และถูกสังหารโดยทรพี ทรพีได้เป็นจ่าฝูงตัวใหม่ และได้เกิดความโอหังในพลังของตนเอง ทำให้ทรพีเริ่มออกเดินทางท้าประลองกับเทวดาจากที่ต่าง ๆ จนกระทั่งได้พบกับพระอิศวร พระอิศวรที่รู้ความอยู่ก่อนแล้วว่าทรพีเป็นใคร จึงออกอุบายให้ทรพีเข้าสู้กับพาลี เจ้าเมืองขีดขิน ทรพีสามารถต่อสู้กับพาลีได้อย่างสูสีต่อเนื่องได้เป็นเวลา 7 วัน จนกระทั่งในระหว่างการต่อสู้ พาลีได้เอ่ยปากถามว่าเพราะเหตุใดทรพีจึงมีพลังเช่นนี้ และแท้จริงแล้วมีเทวดาคอยคุ้มครองหรือไม่ แต่ด้วยความทะนงตน ทรพีจึงตอบออกไปว่า ทรพีแข็งแกร่งได้ด้วยตนเอง ทำให้เทวดาที่คอยคุ้มครองทรพีพากันออกจากขาและเขาของทรพี ทำให้ทรพีกลายเป็นควายธรรมดา และถูกพาลีสังหารไปในที่สุด
เปรียบเปรย: ดังนั้นสำนวนที่กล่าวว่า “ทรพี” จึงเป็นการกล่าวถึงผู้ที่อยู่ภายใต้การอุปการะเลี้ยงดู หรือผู้ให้กำเนิด ที่เนรคุณหรือทรยศผู้ให้กำเนิดหรือผู้มีอุประคุณ เช่นเดียวกับที่ทรพีที่สังหารทรพาผู้เป็นพ่อ และหมิ่นเกียรติเทวดา ผู้ซึ่งคอยเลี้ยงดูและดูแลทรพีมาแต่เล็ก