JJNY : มังคุดสุดอัดอั้น│ชัยชนะก้าวแรก กรงปินัง ปักหลักสู้ 3 วัน│“มาครง”ร้องเลิกปิดล้อมฮอร์มุซ│เปิดชื่อ 47 จว.เตือนฝนถล่ม

ชาวสวนมังคุดสุดอัดอั้น วอนรัฐมนตรีช่วยไลฟ์ขายราชินีผลไม้ หลังราคาดิ่ง-ต้นทุนพุ่ง
https://ch3plus.com/news/social/morning/462452
.

.
ชาวสวนมังคุดสุดอัดอั้น วอนรัฐมนตรีช่วยไลฟ์ขายราชินีผลไม้ หลังราคาดิ่ง-ต้นทุนพุ่ง ไม่คุ้มทุน เผยปีนี้ผลผลิตแคระแกร็นเพราะสู้ราคาปุ๋ยไม่ไหว
.
วันที่ 6 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนมังคุดในพื้นที่หมู่ 7 ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง โดยนางสาวบุญชื่น เกษตรกรในพื้นที่ ได้ออกมาสะท้อนภาพความยากลำบากของชาวสวนมังคุดที่กำลังเผชิญวิกฤต ทั้งในเรื่องของสภาพอากาศ ต้นทุน และราคาตลาดที่ดูเหมือนจะถูกลืม
.
นางสาวบุญชื่น เปิดเผยพร้อมชูผลมังคุดในมือให้ดูว่า ปีนี้ผลผลิตมังคุดถือว่า “แย่กว่าปีที่ผ่านมา” เนื่องจากมีปัญหาลูกไม่ดกและขนาดผลเล็กกว่ามาตรฐาน สาเหตุหลักมาจากราคาปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตรที่ขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวสวนจำเป็นต้องลดปริมาณการบำรุงต้นลงตามสภาพรายได้ ส่งผลให้มังคุดออกมาไม่ได้คุณภาพเท่าที่ควร
.
นอกจากปัญหาการผลิตแล้ว เรื่อง “ราคา” ยังเป็นสิ่งที่บั่นทอนกำลังใจอย่างมาก โดยราคาปัจจุบันมังคุดลูกดำทั่วไปตกอยู่ที่กิโลกรัมละ 20-30 บาท ส่วนเกรดส่งออกหรือผิวมันสวยอยู่ที่ประมาณ 50 บาทเศษ ซึ่งไม่คุ้มทุนเมื่อเทียบกับหยาดเหงื่อที่เสียไป
.
ตอนนี้ใครๆ ก็พูดถึงแต่ทุเรียน กลัวทุเรียนล้นตลาด จนหลงลืมมังคุดที่เป็นราชินีผลไม้เหมือนกัน” นางสาวบุญชื่นกล่าวด้วยความน้อยใจ พร้อมฝากความหวังไปยังท่านรัฐมนตรีว่า หากเป็นไปได้ อยากให้ลงมาช่วยโปรโมท หรือจัดกิจกรรมไลฟ์ขายมังคุดเหมือนกับที่เคยทำกับทุเรียน เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายและยกระดับราคาให้ยืนพื้นอยู่ที่กิโลกรัมละ 90 บาท ก็จะช่วยให้ชาวสวนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและมีกำลังใจในการทำสวนต่อไป
.
ชาวสวนหวังเพียงว่าเสียงสะท้อนเล็กๆ จากอำเภอแกลงนี้ จะส่งไปถึงหูผู้บริหารบ้านเมือง ให้หันมาเหลียวมอง "มังคุด" ก่อนที่ราชินีผลไม้ไทยจะถูกทิ้งให้ร่วงหล่นไปพร้อมกับคราบน้ำตาของเกษตรกร
.

.
ชัยชนะก้าวแรก นักปกป้องสิทธิฯกรงปินัง ปักหลักสู้ 3 วัน ดัน ศอ.บต. ร่อนหนังสือด่วนสั่งชะลอ-ยุติเขื่อนกรงปินังสำเร็จ https://www.matichon.co.th/politics/news_5707080
.
ชัยชนะก้าวแรก ‘นักปกป้องสิทธิฯกรงปินัง ปักหลักสู้ 3 วัน ดัน ศอ.บต. ร่อนหนังสือด่วนสั่งชะลอ-ยุติเขื่อนกรงปินังสำเร็จ พร้อมเตรียมตั้งคณะกรรมการร่วมศึกษาโมเดลการจัดการน้ำแบบสายน้ำสีเขียว ‘Green River’ จ่อรื้อแผนจัดการน้ำปี 2510 เข้าสภาที่ปรึกษาฯ 14 พ.ค. นี้
.
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 มีรายงานความคืบหน้าการชุมนุมของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานีและประชาชนกรงปินัง บริเวณหน้าศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จังหวัดยะลา ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 3 เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำกรงปินัง (เขื่อนกรงปินัง) ล่าสุดสถานการณ์ขยับสู่หมุดหมายสำคัญ เมื่อนักปกป้องสิทธิฯเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี และประชาชนชาวกรงปินังสามารถผลักดันข้อเสนอให้กลายเป็นหนังสือคำสั่งเชิงนโยบายได้สำเร็จ
.
เจรจามาราธอน-รัฐยอมรับความล้มเหลว
.
บรรยากาศในช่วงเช้า ตัวแทนเครือข่ายฯ ได้เข้าหารือร่วมกับ นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. โดยใช้เวลานานหลายชั่วโมง จนกระทั่งช่วงบ่าย นายนันทพงศ์ได้ออกมาเปิดเผยผลการหารือในบริเวณพื้นที่ชุมนุมร่วมกับตัวแทนเครือข่ายฯว่า ศอ.บต. ได้เปิดกลไกรับข้อเรียกร้องของประชาชนเข้าสู่กระบวนการของรัฐแล้ว โดยมีการลงนามหนังสือด่วน2ฉบับถึงสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และอธิบดีกรมชลประทาน เพื่อขอให้พิจารณาชะลอหรือยุติโครงการเขื่อนกรงปินังและแผนพัฒนาลุ่มน้ำ พ.ศ. 2510 ไว้ก่อนรักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ที่ผ่านมาเกิดปัญหาในกระบวนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารข้อมูล ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น พร้อมยืนยันว่าโครงการยังไม่เข้าสู่ขั้นตอนอนุมัติงบประมาณ จึงเป็นจังหวะเหมาะสมที่จะใช้กลไกใหม่ในการทบทว
.
ชัยชนะ ที่สะสมจากพลังประชาชน
.
ขณะที่ซอฮาบูดิน เลาะยะพา นักปกป้องสิทธิฯเครือข่ายพิทักษ์์สายน้ำปัตตานี กล่าวเปิดใจต่อมวลชนด้วยความตื้นตันว่า “มารอบนี้เราต้องมีของ และเราก็ได้มาแล้ว คือหนังสือ 2 ฉบับที่เป็นหลักฐานพยานว่าโครงการนี้จะต้องยุติหรือชะลอก่อน และกรมชลฯ จะไม่สามารถนำ EIA ที่มีปัญหาไปดำเนินการต่อได้ นี่คือชัยชนะเล็กๆ ที่เราสะสมมาตั้งแต่วันเริ่มเดินเท้ามากว่า 19 กิโลเมตร มันพิสูจน์ว่าพลังประชาชนสามารถกำหนดอนาคตทรัพยากรของตนเองได้”
.
อย่างไรก็ตามซอฮาบูดินยังแสดงความกังวลว่าคำมั่นสัญญาในกระดาษอาจถูกฉีกทิ้งได้เสมอ จึงประกาศว่าเครือข่ายจะติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด หากมีการละเมิดข้อตกลง พี่น้องพิทักษ์สายน้ำพร้อมกลับมาทวงสัญญาที่หน้า ศอ.บต. ทันที
.
กางแผน 14 พ.ค. ดัน ‘จัดการน้ำสีเขียว’ เข้าสภาที่ปรึกษาฯ
.
สำหรับก้าวต่อไป ศอ.บต.ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) จะดำเนินการร่วมกับสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประสานงานเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี ให้มีคณะกรรมการเพื่อศึกษาหาแนวทางเกี่ยวกับการจัดทำแผนการพัฒนาการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำปัตตานีตามข้อเสนอของเครือข่ายฯ คือการยกเลิกโครงการเขื่อนกรงปินัง การยกเลิก EIA

ยกเลิกแผนพัฒนาลุ่มน้ำปัตตานี พ.ศ.2510 รวมทั้ง ใช้แนวคิด Green River เป็นหลักในการบริหารออกแบบบริหารจัดการลำน้ำ โดยจะนำเรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุมสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้
.
เสียงสะท้อนความลำบาก-สิทธิมนุษยชนในพื้นที่
.
ในระหว่างการเจรจา ตัวแทนชุมชนโดยเฉพาะกลุ่มสตรีได้สะท้อนความยากลำบากว่า การออกมานอนข้างทางเป็นเรื่องลำบากอย่างยิ่งทั้งในแง่การใช้ชีวิตและการปฏิบัติศาสนกิจ แต่ที่ต้องทำเพราะรัฐไม่มีช่องทางอื่นให้เสียงของประชาชนไปถึง พร้อมเรียกร้องมาตรการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิฯ จากการคุกคามในพื้นที่ ซึ่งทาง ศอ.บต. รับปากจะประสานฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคงเพื่อสร้างกลไกป้องกันปัญหาการข่มขู่คุกคาม
.
ปรานม สมวงศ์ ผู้แทน Protection International ประเทศไทย ขอชื่นชมความเข้มแข็งของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เครือข่ายประชาชน ผู้หญิง เยาวชน และนักศึกษาที่ร่วมกันยืนหยัดปกป้องแม่น้ำปัตตานี การเดินเท้าและปักหลักต่อสู้ตลอด 3 วันพิสูจน์ว่า พลังประชาชนสามารถผลักดันให้รัฐต้องรับฟังและทบทวนโครงการที่ละเมิดสิทธิได้รัฐมีหน้าที่คุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และต้องทำให้คำมั่นสัญญาเรื่องการชะลอหรือยุติโครงการเกิดขึ้นจริง เพราะแม่น้ำไม่ใช่เพียงแหล่งน้ำ แต่คือชีวิต วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ที่ผู้คน โดยเฉพาะผู้หญิง ได้ดูแล หล่อเลี้ยง และปกป้องมาตลอด การจัดการน้ำที่เป็นธรรมจึงต้องเคารพทั้งสายน้ำ ระบบนิเวศ และอำนาจของชุมชนในการกำหนดอนาคตของตนเอง
.
แถลงการณ์ปลดปล่อยแม่น้ำปัตตานี
.
ก่อนสลายตัว เครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานีได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ยืนยันเจตนารมณ์สำคัญคือการปลดปล่อยแม่น้ำปัตตานีจากโครงสร้างแข็งที่ทำลายศักยภาพของลำน้ำ โดยย้ำข้อเสนอ 3 ประการ: ยกเลิกเขื่อนกรงปินัง, ยกเลิกรายงาน EIA และยกเลิกแผนพัฒนาปี 2510 พร้อมทิ้งท้ายว่า “แม่น้ำปัตตานีต้องไหลอย่างอิสระ” และชัยชนะที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อสายน้ำแห่งนี้ได้รับความคุ้มครองอย่างถาวร
.

.
“มาครง” เรียกร้องสหรัฐ-อิหร่าน เลิกปิดล้อมฮอร์มุซ เพื่อเสรีภาพในการเดินเรือ
https://www.dailynews.co.th/news/5840831/
.
ผู้นำฝรั่งเศสกล่าวกับประธานาธิบดีอิหร่านว่า "คู่กรณีทุกฝ่าย" ต้องยุติการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการเจรจาและสันติภาพ
.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ว่าทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสออกแถลงการณ์ ว่าประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า “ทุกฝ่ายต้องยกเลิกการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ โดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข” และเส้นทางเดินเรือสายนี้ต้องกลับไปสู่ระบอบเสรีภาพในการเดินเรืออย่างเต็มที่ และยั่งยืนเหมือนเช่นที่เป็นมาก่อนเกิดสงคราม
.
ขณะเดียวกัน ผู้นำฝรั่งเศสเสริมว่า การที่ช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ความสงบและความเป็นปกติ จะช่วยผลักดันการเจรจาในประเด็นนิวเคลียร์ ประเด็นขีปนาวุธ และสถานการณ์ในภูมิภาคให้มีความคืบหน้า
.
นอกจากนี้ มาครงยังสนับสนุนให้นานาประเทศพิจารณาเข้าร่วมภารกิจพหุภาคี ที่เสนอโดยฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
.
อย่างไรก็ตาม สื่อทางการของอิหร่านรายงานว่า ในระหว่างการพูดคุยทางโทรศัพท์กับมาครง ผู้นำอิหร่านเน้นย้ำ “ความไม่ไว้วางใจอย่างลึกซึ้ง ที่อิหร่านยังคงมีต่อสหรัฐ
.
https://twitter.com/PressTV/status/2052073624249495868
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่