สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวพันทิปทุกคน โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเรานะครับ ผมเชื่อว่าทุกคนที่ทำงานหนัก ก็อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น อยากมีเงินเก็บเยอะๆ อยากรวยขึ้นใช่ไหมครับ? แต่เคยสังเกตไหมครับว่า ทำไมเราถึงรู้สึกว่าเงินเดือนออกปุ๊บ แป๊บเดียวก็หมดแล้ว ทั้งๆ ที่ก็คิดว่าตัวเองไม่ได้ใช้จ่ายอะไรฟุ่มเฟือยมากมายเลย
วันนี้ผมอยากชวนคุยเรื่อง "กับดักความจน" ที่หลายคนมองข้ามครับ มันคือสิ่งของฟุ่มเฟือยที่เรามักจะยอมจ่ายไปในชีวิตประจำวัน จนมันกลายเป็น "ค่าใช้จ่ายแฝง" ที่กัดกินเงินเก็บของเราไปทีละน้อยๆ ครับ พอรวมๆ กันเข้า มันก็กลายเป็นก้อนใหญ่ ที่ทำให้เราไม่รวยสักที ลองมาดูกันนะครับว่ามีอะไรบ้างที่กำลังขัดขวางความมั่งคั่งของเราอยู่
1. กาแฟแพงๆ หรือเครื่องดื่มชงพิเศษประจำวัน
ยอมรับมาเลยครับว่าใครติดกาแฟแก้วละร้อยสองร้อยบ้าง? หรือชานมไข่มุกแบรนด์ดังที่ต้องกินทุกวัน วันละแก้ว สองแก้ว? บางคนบอกว่ามันคือรางวัลให้ตัวเอง เป็นพลังงานในการทำงาน แต่มันคือสิ่งที่เรา อยากได้ ไม่ใช่ จำเป็นต้องมี ครับ ลองคำนวณดูเล่นๆ ว่าถ้าวันละ 100 บาท เดือนนึงก็ 3,000 บาท ปีนึง 36,000 บาทเลยนะครับ ลองเอาเงินก้อนนี้ไปลงทุน หรือเก็บไว้ดีกว่าไหมครับ?
2. อาหารนอกบ้านบ่อยเกินไป
มนุษย์เงินเดือนชีวิตเร่งรีบ การกินข้าวนอกบ้านอาจเป็นเรื่องปกติครับ แต่ถ้าเรากินทุกมื้อ ทุกวัน ร้านดีๆ ราคาแพงๆ นี่แหละคือกับดักเลยครับ การสั่งอาหารเดลิเวอรี่บ่อยๆ ก็เช่นกันครับ ค่าส่ง ค่าอาหารที่บวกเพิ่ม มันไม่ใช่แค่ราคาอาหารนะครับ แต่เป็นความสะดวกสบายที่ต้องแลกมาด้วยเงินจำนวนมาก ลองหันมาทำอาหารง่ายๆ กินเองบ้าง หรือห่อข้าวจากบ้านดูบ้าง อาจจะช่วยประหยัดได้เยอะเลยครับ
3. Gadget รุ่นใหม่ล่าสุด หรือของแบรนด์เนมที่ตามเทรนด์ไม่หยุด
อันนี้คือสิ่งที่หลายคนแพ้ทางเลยครับ โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่มา ต้องรีบเปลี่ยน นาฬิกาอัจฉริยะ อุปกรณ์ IT ต่างๆ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ที่ออกคอลเลคชั่นใหม่ๆ มาไม่หยุด ของพวกนี้มีแต่ "ลดมูลค่า" ลงไปเรื่อยๆ ครับ ยิ่งเราไล่ตามเทรนด์มากเท่าไหร่ เงินในกระเป๋าเราก็ยิ่งลดลงเร็วเท่านั้น ผมไม่ได้บอกว่าห้ามซื้อนะครับ แต่อยากให้พิจารณาถึงความจำเป็นจริงๆ และ "มูลค่า" ที่เราจะได้จากมัน ว่าคุ้มค่ากับเงินที่เราต้องจ่ายไปหรือไม่ครับ
4. ค่าเดินทางที่เกินความจำเป็น
บางคนเลือกผ่อนรถหรู ราคาแพงเกินกำลัง ทั้งๆ ที่อาจจะเดินทางไม่ไกล หรือใช้ขนส่งสาธารณะได้สะดวก หรือบางคนมีรถแล้ว แต่ก็ยังนั่งแท็กซี่ หรือเรียกแกร็บบ่อยๆ ด้วยเหตุผลของความสบายครับ ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา ประกันภัย ค่าจอดรถ ทั้งหมดนี้คือค่าใช้จ่ายก้อนโตที่หลายคนมองข้ามไปครับ
5. ไลฟ์สไตล์และความบันเทิงที่แพงเกินตัว
การท่องเที่ยวพักผ่อน เป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นครับ แต่ถ้าเราเลือกที่จะไปพักโรงแรมหรูหรา กินอาหารแพงๆ ตลอดการเดินทางทุกครั้งที่ไป นั่นอาจจะกลายเป็นภาระที่หนักเกินไปได้ครับ รวมถึงการเข้าสังคมที่ต้องตามเพื่อนไปร้านหรูๆ หรือดูคอนเสิร์ตที่ตั๋วแพงๆ บ่อยๆ ก็เป็นอีกหนึ่งกับดักที่ทำให้เงินเราไม่เหลือเก็บครับ
เพื่อนๆ ครับ ลองกลับไปสำรวจตัวเองดูนะครับว่ามีพฤติกรรมไหนที่กำลังเข้าข่ายบ้างไหมครับ การจะหลุดพ้นจากกับดักเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องอดอยาก หรือไม่ใช้ชีวิตเลยนะครับ แต่เป็นการเปลี่ยนมุมมองใหม่ คือแยกให้ออกว่าอะไรคือ "ความต้องการ" (Want) และอะไรคือ "ความจำเป็น" (Need) ครับ
การตัดสินใจใช้จ่ายอย่างมีสติ การเริ่มเก็บออมและลงทุนตั้งแต่วันนี้ แม้จะเริ่มจากจำนวนเงินที่ไม่มากนัก แต่ด้วยพลังของดอกเบี้ยทบต้น มันจะสามารถสร้างความมั่งคั่งให้เราได้อย่างแน่นอนครับ
จำไว้เสมอว่า "เงินที่ใช้จ่ายไปกับความสุขชั่วคราว อาจเป็นเงินก้อนเดียวกับที่จะพาเราไปสู่ความมั่นคงในระยะยาวได้" ครับ ลองคิดดูใหม่นะครับว่า "ความสุข" แบบไหนที่ยั่งยืนกว่ากันครับ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์และจุดประกายให้เพื่อนๆ หันมาใส่ใจการเงินส่วนบุคคลกันมากขึ้นนะครับ เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ!
เตือน! ของฟุ่มเฟือยเหล่านี้ คือ 'กับดักความจน' ของมนุษย์เงินเดือน... คุณอาจไม่รวยสักทีเพราะมันครับ
วันนี้ผมอยากชวนคุยเรื่อง "กับดักความจน" ที่หลายคนมองข้ามครับ มันคือสิ่งของฟุ่มเฟือยที่เรามักจะยอมจ่ายไปในชีวิตประจำวัน จนมันกลายเป็น "ค่าใช้จ่ายแฝง" ที่กัดกินเงินเก็บของเราไปทีละน้อยๆ ครับ พอรวมๆ กันเข้า มันก็กลายเป็นก้อนใหญ่ ที่ทำให้เราไม่รวยสักที ลองมาดูกันนะครับว่ามีอะไรบ้างที่กำลังขัดขวางความมั่งคั่งของเราอยู่
1. กาแฟแพงๆ หรือเครื่องดื่มชงพิเศษประจำวัน
ยอมรับมาเลยครับว่าใครติดกาแฟแก้วละร้อยสองร้อยบ้าง? หรือชานมไข่มุกแบรนด์ดังที่ต้องกินทุกวัน วันละแก้ว สองแก้ว? บางคนบอกว่ามันคือรางวัลให้ตัวเอง เป็นพลังงานในการทำงาน แต่มันคือสิ่งที่เรา อยากได้ ไม่ใช่ จำเป็นต้องมี ครับ ลองคำนวณดูเล่นๆ ว่าถ้าวันละ 100 บาท เดือนนึงก็ 3,000 บาท ปีนึง 36,000 บาทเลยนะครับ ลองเอาเงินก้อนนี้ไปลงทุน หรือเก็บไว้ดีกว่าไหมครับ?
2. อาหารนอกบ้านบ่อยเกินไป
มนุษย์เงินเดือนชีวิตเร่งรีบ การกินข้าวนอกบ้านอาจเป็นเรื่องปกติครับ แต่ถ้าเรากินทุกมื้อ ทุกวัน ร้านดีๆ ราคาแพงๆ นี่แหละคือกับดักเลยครับ การสั่งอาหารเดลิเวอรี่บ่อยๆ ก็เช่นกันครับ ค่าส่ง ค่าอาหารที่บวกเพิ่ม มันไม่ใช่แค่ราคาอาหารนะครับ แต่เป็นความสะดวกสบายที่ต้องแลกมาด้วยเงินจำนวนมาก ลองหันมาทำอาหารง่ายๆ กินเองบ้าง หรือห่อข้าวจากบ้านดูบ้าง อาจจะช่วยประหยัดได้เยอะเลยครับ
3. Gadget รุ่นใหม่ล่าสุด หรือของแบรนด์เนมที่ตามเทรนด์ไม่หยุด
อันนี้คือสิ่งที่หลายคนแพ้ทางเลยครับ โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่มา ต้องรีบเปลี่ยน นาฬิกาอัจฉริยะ อุปกรณ์ IT ต่างๆ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ที่ออกคอลเลคชั่นใหม่ๆ มาไม่หยุด ของพวกนี้มีแต่ "ลดมูลค่า" ลงไปเรื่อยๆ ครับ ยิ่งเราไล่ตามเทรนด์มากเท่าไหร่ เงินในกระเป๋าเราก็ยิ่งลดลงเร็วเท่านั้น ผมไม่ได้บอกว่าห้ามซื้อนะครับ แต่อยากให้พิจารณาถึงความจำเป็นจริงๆ และ "มูลค่า" ที่เราจะได้จากมัน ว่าคุ้มค่ากับเงินที่เราต้องจ่ายไปหรือไม่ครับ
4. ค่าเดินทางที่เกินความจำเป็น
บางคนเลือกผ่อนรถหรู ราคาแพงเกินกำลัง ทั้งๆ ที่อาจจะเดินทางไม่ไกล หรือใช้ขนส่งสาธารณะได้สะดวก หรือบางคนมีรถแล้ว แต่ก็ยังนั่งแท็กซี่ หรือเรียกแกร็บบ่อยๆ ด้วยเหตุผลของความสบายครับ ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา ประกันภัย ค่าจอดรถ ทั้งหมดนี้คือค่าใช้จ่ายก้อนโตที่หลายคนมองข้ามไปครับ
5. ไลฟ์สไตล์และความบันเทิงที่แพงเกินตัว
การท่องเที่ยวพักผ่อน เป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นครับ แต่ถ้าเราเลือกที่จะไปพักโรงแรมหรูหรา กินอาหารแพงๆ ตลอดการเดินทางทุกครั้งที่ไป นั่นอาจจะกลายเป็นภาระที่หนักเกินไปได้ครับ รวมถึงการเข้าสังคมที่ต้องตามเพื่อนไปร้านหรูๆ หรือดูคอนเสิร์ตที่ตั๋วแพงๆ บ่อยๆ ก็เป็นอีกหนึ่งกับดักที่ทำให้เงินเราไม่เหลือเก็บครับ
เพื่อนๆ ครับ ลองกลับไปสำรวจตัวเองดูนะครับว่ามีพฤติกรรมไหนที่กำลังเข้าข่ายบ้างไหมครับ การจะหลุดพ้นจากกับดักเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องอดอยาก หรือไม่ใช้ชีวิตเลยนะครับ แต่เป็นการเปลี่ยนมุมมองใหม่ คือแยกให้ออกว่าอะไรคือ "ความต้องการ" (Want) และอะไรคือ "ความจำเป็น" (Need) ครับ
การตัดสินใจใช้จ่ายอย่างมีสติ การเริ่มเก็บออมและลงทุนตั้งแต่วันนี้ แม้จะเริ่มจากจำนวนเงินที่ไม่มากนัก แต่ด้วยพลังของดอกเบี้ยทบต้น มันจะสามารถสร้างความมั่งคั่งให้เราได้อย่างแน่นอนครับ
จำไว้เสมอว่า "เงินที่ใช้จ่ายไปกับความสุขชั่วคราว อาจเป็นเงินก้อนเดียวกับที่จะพาเราไปสู่ความมั่นคงในระยะยาวได้" ครับ ลองคิดดูใหม่นะครับว่า "ความสุข" แบบไหนที่ยั่งยืนกว่ากันครับ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์และจุดประกายให้เพื่อนๆ หันมาใส่ใจการเงินส่วนบุคคลกันมากขึ้นนะครับ เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ!