สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน โดยเฉพาะสายประหยัดที่กำลังมองหาวิธีรับมือกับมหาเทพแห่งความสะดวกสบายอย่าง "เซเว่น อีเลฟเว่น" ที่ตอนนี้เรียกได้ว่ามีอยู่ทุกหัวมุมถนนบ้านเราเลยนะครับ ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยตั้งใจแค่จะเดินผ่านเป็นทางลัด หรือแวะเข้าไปดูของจำเป็นแค่ชิ้นเดียว แต่สุดท้ายกลับออกมาพร้อมถุงพะรุงพะรัง แถมงบประมาณก็บานปลายไปโดยไม่รู้ตัวใช่ไหมครับ
วันนี้ในฐานะที่ผมเองก็เป็นหนึ่งในนักรบสายประหยัด และได้ฝึกปรือวิชาการเดินผ่านเซเว่นมาอย่างโชกโชน ผมจะมาแชร์สุดยอดเทคนิคที่รับรองว่าคุณจะสามารถเดินผ่านประตูอัตโนมัติของเซเว่นได้อย่างสง่าผ่าเผย โดยที่เงินในกระเป๋าไม่กระดิกแม้แต่บาทเดียวครับ
เทคนิคที่ 1 เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าสู่สมรภูมิครับ
นี่คือหัวใจสำคัญเลยนะครับ ก่อนที่เราจะก้าวขาเข้าไปในอาณาจักรแห่งความเย้ายวนใจ สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ “อิ่ม” ครับ ใช่ครับ ทานข้าว ทานน้ำ ดื่มกาแฟมาให้เรียบร้อย อย่าปล่อยให้ความหิวหรือความกระหายมาเป็นจุดอ่อนของเรานะครับ เพราะเมื่อท้องร้อง ทุกอย่างในเซเว่นจะดูน่ากินไปหมดทันทีครับ อีกอย่างคือ "ทำลิสต์" ครับ ถ้าจำเป็นต้องซื้ออะไรจริงๆ ให้เขียนใส่กระดาษหรือในมือถือไว้เลยครับ แล้วจำไว้ว่าเราจะซื้อแค่สิ่งนั้นสิ่งเดียวเท่านั้นครับ
เทคนิคที่ 2 ตั้งสติและกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนครับ
ก่อนเดินเข้าประตู ให้หลับตาแล้วบอกตัวเองว่า "ฉันแค่จะเดินผ่าน" หรือ "ฉันจะซื้อแค่น้ำเปล่าขวดเดียว" ครับ การตั้งเป้าหมายที่แข็งแกร่งจะช่วยสร้างเกราะป้องกันจิตใจเราได้อย่างดีเยี่ยมเลยนะครับ เมื่อเดินเข้าไปแล้ว ให้มองตรงไปข้างหน้าครับ อย่าหันซ้ายหันขวาไปมองชั้นวางสินค้าต่างๆ โดยไม่จำเป็นครับ
เทคนิคที่ 3 รู้จุดอ่อนของตัวเอง และหลีกเลี่ยงครับ
ทุกคนมีจุดอ่อนครับ บางคนแพ้โซนของทอด บางคนแพ้เครื่องดื่มเย็นๆ บางคนแพ้ขนมลดราคาครับ คุณต้องรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่จะทำให้คุณใจอ่อนได้ง่ายที่สุด แล้ววางแผนหลีกเลี่ยงโซนนั้นๆ ให้ดีที่สุดครับ เช่น ถ้าแพ้ไส้กรอก ให้พยายามเดินไปอีกทางที่ไม่ต้องผ่านตู้ร้อนๆ หรือถ้าแพ้เครื่องดื่มเย็นๆ ให้หลีกเลี่ยงการเดินผ่านตู้แช่ขนาดใหญ่ที่เรียงรายไปด้วยน้ำหวานมากมายครับ
เทคนิคที่ 4 อย่าหยุดมองครับ เดินให้เร็วและคงที่ครับ
เมื่อเข้าสู่ตัวร้านแล้ว จงรักษาสปีดในการเดินให้คงที่ครับ อย่าเดินช้าเกินไปจนสายตาเราไปปะทะกับสินค้าต่างๆ ได้นานครับ และที่สำคัญที่สุดคือ "อย่าหยุดมอง" ครับ การหยุดมองคือการเปิดโอกาสให้สินค้าเหล่านั้นส่งคลื่นพลังงานแห่งความอยากมาหาเราครับ ให้มองตรงไปที่ทางออก หรือที่สินค้าที่เราตั้งใจจะซื้อเท่านั้นครับ ถ้ามีคนขวางทาง ก็รอจังหวะแล้วเดินเลี่ยงไปอย่างรวดเร็วครับ
เทคนิคที่ 5 เคาน์เตอร์แคชเชียร์คือด่านสุดท้ายที่อันตรายที่สุดครับ
ครับ ด่านนี้คือด่านวัดใจเลยนะครับ เพราะที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์จะเต็มไปด้วยสินค้าล่อตาล่อใจสารพัด ทั้งหมากฝรั่ง ลูกอม ขนมชิ้นเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่แพง แต่รวมๆ กันแล้วก็ทำให้เงินรั่วไหลไปมากโขเลยครับ วิธีรับมือคือ "มองจอแคชเชียร์" หรือ "มองมือถือ" ครับ ทำเป็นยุ่งๆ เข้าไว้ จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการสบตากับสินค้ายั่วใจเหล่านั้นได้ครับ ถ้าจำเป็นต้องจ่ายเงิน ให้ยื่นเงินให้เร็วที่สุด แล้วรีบเดินออกมาเลยครับ
การฝึกฝนจะทำให้เราเชี่ยวชาญครับ อาจจะฟังดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ แต่เชื่อเถอะครับ การที่เราควบคุมตัวเองให้ไม่เสียเงินไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นได้ มันคือชัยชนะเล็กๆ ที่สร้างความภูมิใจให้เราได้มากเลยนะครับ ลองเอาเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ดูนะครับ แล้วคุณจะพบว่าการเดินผ่านเซเว่นโดยไม่เสียเงินซักบาทมันเป็นไปได้จริงครับ
โชคดีกับการต่อสู้กับเซเว่นนะครับ! ผมเอาใจช่วยเสมอครับ
เปิดเผยเคล็ดลับระดับเซียน: เดินผ่านเซเว่นยังไงไม่ให้โดนป้ายยา แถมตังค์ยังอยู่ครบทุกบาทครับ
วันนี้ในฐานะที่ผมเองก็เป็นหนึ่งในนักรบสายประหยัด และได้ฝึกปรือวิชาการเดินผ่านเซเว่นมาอย่างโชกโชน ผมจะมาแชร์สุดยอดเทคนิคที่รับรองว่าคุณจะสามารถเดินผ่านประตูอัตโนมัติของเซเว่นได้อย่างสง่าผ่าเผย โดยที่เงินในกระเป๋าไม่กระดิกแม้แต่บาทเดียวครับ
เทคนิคที่ 1 เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าสู่สมรภูมิครับ
นี่คือหัวใจสำคัญเลยนะครับ ก่อนที่เราจะก้าวขาเข้าไปในอาณาจักรแห่งความเย้ายวนใจ สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ “อิ่ม” ครับ ใช่ครับ ทานข้าว ทานน้ำ ดื่มกาแฟมาให้เรียบร้อย อย่าปล่อยให้ความหิวหรือความกระหายมาเป็นจุดอ่อนของเรานะครับ เพราะเมื่อท้องร้อง ทุกอย่างในเซเว่นจะดูน่ากินไปหมดทันทีครับ อีกอย่างคือ "ทำลิสต์" ครับ ถ้าจำเป็นต้องซื้ออะไรจริงๆ ให้เขียนใส่กระดาษหรือในมือถือไว้เลยครับ แล้วจำไว้ว่าเราจะซื้อแค่สิ่งนั้นสิ่งเดียวเท่านั้นครับ
เทคนิคที่ 2 ตั้งสติและกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนครับ
ก่อนเดินเข้าประตู ให้หลับตาแล้วบอกตัวเองว่า "ฉันแค่จะเดินผ่าน" หรือ "ฉันจะซื้อแค่น้ำเปล่าขวดเดียว" ครับ การตั้งเป้าหมายที่แข็งแกร่งจะช่วยสร้างเกราะป้องกันจิตใจเราได้อย่างดีเยี่ยมเลยนะครับ เมื่อเดินเข้าไปแล้ว ให้มองตรงไปข้างหน้าครับ อย่าหันซ้ายหันขวาไปมองชั้นวางสินค้าต่างๆ โดยไม่จำเป็นครับ
เทคนิคที่ 3 รู้จุดอ่อนของตัวเอง และหลีกเลี่ยงครับ
ทุกคนมีจุดอ่อนครับ บางคนแพ้โซนของทอด บางคนแพ้เครื่องดื่มเย็นๆ บางคนแพ้ขนมลดราคาครับ คุณต้องรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่จะทำให้คุณใจอ่อนได้ง่ายที่สุด แล้ววางแผนหลีกเลี่ยงโซนนั้นๆ ให้ดีที่สุดครับ เช่น ถ้าแพ้ไส้กรอก ให้พยายามเดินไปอีกทางที่ไม่ต้องผ่านตู้ร้อนๆ หรือถ้าแพ้เครื่องดื่มเย็นๆ ให้หลีกเลี่ยงการเดินผ่านตู้แช่ขนาดใหญ่ที่เรียงรายไปด้วยน้ำหวานมากมายครับ
เทคนิคที่ 4 อย่าหยุดมองครับ เดินให้เร็วและคงที่ครับ
เมื่อเข้าสู่ตัวร้านแล้ว จงรักษาสปีดในการเดินให้คงที่ครับ อย่าเดินช้าเกินไปจนสายตาเราไปปะทะกับสินค้าต่างๆ ได้นานครับ และที่สำคัญที่สุดคือ "อย่าหยุดมอง" ครับ การหยุดมองคือการเปิดโอกาสให้สินค้าเหล่านั้นส่งคลื่นพลังงานแห่งความอยากมาหาเราครับ ให้มองตรงไปที่ทางออก หรือที่สินค้าที่เราตั้งใจจะซื้อเท่านั้นครับ ถ้ามีคนขวางทาง ก็รอจังหวะแล้วเดินเลี่ยงไปอย่างรวดเร็วครับ
เทคนิคที่ 5 เคาน์เตอร์แคชเชียร์คือด่านสุดท้ายที่อันตรายที่สุดครับ
ครับ ด่านนี้คือด่านวัดใจเลยนะครับ เพราะที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์จะเต็มไปด้วยสินค้าล่อตาล่อใจสารพัด ทั้งหมากฝรั่ง ลูกอม ขนมชิ้นเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่แพง แต่รวมๆ กันแล้วก็ทำให้เงินรั่วไหลไปมากโขเลยครับ วิธีรับมือคือ "มองจอแคชเชียร์" หรือ "มองมือถือ" ครับ ทำเป็นยุ่งๆ เข้าไว้ จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการสบตากับสินค้ายั่วใจเหล่านั้นได้ครับ ถ้าจำเป็นต้องจ่ายเงิน ให้ยื่นเงินให้เร็วที่สุด แล้วรีบเดินออกมาเลยครับ
การฝึกฝนจะทำให้เราเชี่ยวชาญครับ อาจจะฟังดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ แต่เชื่อเถอะครับ การที่เราควบคุมตัวเองให้ไม่เสียเงินไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นได้ มันคือชัยชนะเล็กๆ ที่สร้างความภูมิใจให้เราได้มากเลยนะครับ ลองเอาเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ดูนะครับ แล้วคุณจะพบว่าการเดินผ่านเซเว่นโดยไม่เสียเงินซักบาทมันเป็นไปได้จริงครับ
โชคดีกับการต่อสู้กับเซเว่นนะครับ! ผมเอาใจช่วยเสมอครับ