🏨​ เจ้าของโรงแรมในจีนยิ้มแห้ง หลังพบ ‘พฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่’

กระทู้สนทนา
เจ้าของโรงแรมในจีนยิ้มแห้ง หลังพบ ‘พฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่’
.
“ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่าการเดินทางข้ามพื้นที่ทั่วประเทศจีนจะทะลุ 1,300 ล้านครั้ง ช่วงหยุดยาววันแรงงานที่ผ่านมา แน่นอนว่าเราได้เหฌนภาพในโซเชียลที่สถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งมีแต่คนเบียดเสียด ตามตรรกะแล้ว คนเยอะก็ควรจะเท่ากับเงินสะพัด ช่วงหยุดยาวยังไงโรงแรมก็ต้องคึกคัก แต่พอถึงช่วงวันหยุดจริงๆ คนทำธุรกิจโรงแรมดูยอดจองในระบบแล้วก็ได้แต่ยิ้มแห้ง ราคาที่ปรับขึ้นไปเตรียมรับทรัพย์ สุดท้ายก็ต้องยอมหั่นลงมาอยู่ดี” นี่คือเนื้อหาที่ผู้ประกอบการโรงแรมชาวจีนรายหนึ่งแบ่งปัน
.
▪️ นักท่องเที่ยว "ฉลาดเลือก" ขึ้น ไม่ยอมจ่ายแพงเกินจริง
.
เขาเล่าว่าตนรู้สึกได้ชัดเจนเลยว่านักท่องเที่ยวยุคนี้ "ฉลาดและคำนวณเก่ง" ขึ้นมาก ไม่ใช่ว่าทุกคนไม่มีเงินจ่าย แต่ทัศนคติและค่านิยมในการจับจ่ายเปลี่ยนไป ไม่ใช่เพราะลูกค้าไม่อยากจ่ายเงินซื้อความพรีเมียม แต่เป็นเพราะเขารู้สึกว่า "มันไม่คุ้ม"
.
เขากล่าวว่าพอนักท่องเที่ยวเปิดมือถือหาราคาที่พักแล้วพบว่าเงินที่เคยจ่ายระดับโรงแรม 5 ดาวในวันปกติ ตอนนี้กลับจองได้แค่โรงแรมราคาประหยัดธรรมดาๆ ความรู้สึกผิดหวังตรงนี้มากพอที่จะเปลี่ยนการตัดสินใจเรื่องการเดินทางของทุกคนได้เลย
.
▪️ ตัวเลือกมีมากขึ้น โรงแรมไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป
.
ที่สำคัญกว่านั้น เขารู้สึกว่าปีนี้คนจำนวนมากเริ่มมีมุมมองตรงกันว่าไปเที่ยวค้างคืน ไม่เห็นจำเป็นต้องนอนโรงแรม หรืออย่างน้อยก็ไม่ต้องจองหลายห้องก็ได้
.
ช่วงวันหยุดนี้เขาได้เห็นปรากฏการณ์ใหม่ที่น่าสนใจ นั่นคือความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้า เริ่มส่งผลโดยตรงต่อรูปแบบการค้างคืนของนักท่องเที่ยว เพราะเปิดแอร์ทั้งคืนกินไฟแค่นิดเดียว พับเบาะหลังลงปูที่นอนก็กลายเป็นเตียงใหญ่ รถหลายรุ่นมีตู้เย็นในตัว ต่อปลั๊กไฟออกมาต้มน้ำทำอาหารง่ายๆ ได้สบาย
.
หลายคนมองว่านอนรถตัวเองยังไงก็สะอาดกว่าโรงแรม ส่วนปัญหาเรื่องการอาบน้ำก็แก้ไม่ยาก หลายคนนำรถไปจอดใกล้ๆ ฟิตเนส แล้วซื้อบัตรแบบรายครั้งเพื่อเข้าไปอาบน้ำ
.
นอกจากนี้ เวลาไปเที่ยวกันทั้งครอบครัวแบบ 3 เจเนอเรชัน สมัยก่อนมักจะจองโรงแรม 2-3 ห้อง แต่เดี๋ยวนี้จองแค่ห้องเดียวให้ปู่ย่าตายายและเด็กๆ นอน ส่วนพ่อแม่วัยรุ่นก็ไปนอนในรถ ขอแค่มีห้องเดียวให้ทุกคนได้เข้าไปอาบน้ำก็พอ เงินที่ประหยัดจากค่าห้องสามารถเอาไปใช้กับค่ากินเที่ยวและค่าชาร์จไฟได้ตลอดทั้งทริป
.
“ผมก็ไม่รู้ว่าแบบนี้เรียกการลดระดับการบริโภคหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นตัวผมเองเวลาไปเที่ยว ผมก็จะทำแบบนี้เหมือนกัน เพราะรับไม่ได้จริงๆ กับราคาที่แพงเวอร์เกินไป” เขากล่าว
.
▪️ สัญญาณเตือนอุตสาหกรรมโรงแรม
.
ผู้เขียนบทความมองว่าเรื่องนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่สำหรับวงการโรงแรม เพราะจริงๆ แล้วการปรับขึ้นราคาช่วงเทศกาลตามความเหมาะสม ลูกค้าส่วนใหญ่เข้าใจและรับได้ แต่ที่ผ่านมามีบางโรงแรมกล้าโก่งราคาแบบไม่เกรงใจ เพราะคิดว่ายังไงมันก็คือ "ของจำเป็น" ตัวเลือกที่พักรอบๆ มีน้อย ลูกค้าไม่มีทางเลือก จึงต้องยอมจ่าย ทำให้ภาพลักษณ์ของทั้งวงการแย่ลง แต่ตอนนี้เกมเปลี่ยนแล้ว นอกจากโรงแรม ยังมีวิธีค้างคืนรูปแบบใหม่ๆ ให้เลือกอีกเพียบ
.
ด้วยเทคโนโลยีใหม่และบริการที่หลากหลาย โรงแรมไม่ใช่คำตอบเดียวของการค้างคืน และอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดด้วยซ้ำ
.
เขากล่าวว่ามูลค่าที่โรงแรมบางแห่งมอบให้ในช่วงวันหยุดยาว เทียบไม่ได้เลยกับราคาที่พุ่งกระฉูด ห้องก็ห้องเดิม ขนาดเท่าเดิม อาหารเช้าไม่ได้ดีขึ้น เผลอๆ คุณภาพแย่ลงเพราะคนเยอะ แม้แต่น้ำเปล่าฟรีบางทียังต้องเดินไปขอที่เคาน์เตอร์ เมื่อก่อนไม่มีทางเลือกทุกคนเลยต้องทน แต่เดี๋ยวนี้มีทางเลือกอื่นมากมาย ผู้บริโภคก็พร้อมที่จะไปหาตัวเลือกอื่นทันที
.
ท้ายที่สุดแล้ว นักท่องเที่ยวไม่ได้ไม่อยากใช้เงิน แต่พวกเขารู้จักใช้เงินไปกับสิ่งที่สร้างความสุขและมีคุณค่าทางใจจริงๆ ถ้าฟังก์ชันมันเป็นแค่การ "นอนหลับ 1 คืน" แต่ราคาแพงเกินไปมาก นักท่องเที่ยวก็พร้อมจะใช้เหตุผลในการมองหาทางเลือกอื่น ยอมลำบากขึ้นนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร
.
เขาทิ้งท้ายว่า หากโรงแรมยังคงยึดติดกับกรอบเดิมๆ มองว่าวันหยุดยาวคือช่วงเวลากอบโกยฟันกำไรโดยไม่พัฒนาการบริการ ธุรกิจโรงแรมในอนาคตก็จะยิ่งอยู่ยากขึ้นเรื่อยๆ
.
#ผู้บริโภคจีน #โรงแรมจีน #ธุรกิจโรงแรม
https://www.facebook.com/share/p/1G6bAFYbt4/
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่