แชร์ประสบการณ์ติดยาเสพติด 7 ปี จนถูกจับเข้าโรงพยาบาลจิตเวช
ผมอายุ 34 ปี ติดยาไอซ์ ผมจะมาแชร์ถึงอาการตอนเสพ มีอาการหูแว่ว ภาพหลอน อาละวาดครบเลยครับ และกระบวนการรักษา จริงๆ ผมพึ่งเลิกได้ไม่นานหรอกครับราว 120 วันครับ คงเลิกเด็ดขาดแล้วครับ เพราะถึงขั้นจะเป็นบ้า อาละวาดในซอยจนถูกรวบ มีคนมารวบผมเป็น 10 จับใส่กุญแจมือไปส่งโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา นั้นแหละครับผมมองว่ามันที่สุดของชีวิตแล้วครับ เคยเลิกได้ช่วงสั้น ๆ เพราะแฟนขอ พอเลิกกันผมก็กลับไปเสพอีก แต่รอบนนี้มันขยาด เห็นโลงศพมาแล้ว เพราะเกือบกลายเป็นคนบ้าที่พูดไม่รู้เรื่องเดินตามข้างถนน อีกนิดเดียว ผมขอบคุณพี่ๆเค้าที่เข้ามารวบผมใส่กุญแจมือในวันนั้นแล้วพาไปส่งโรงบาล ขอบคุณครอบครัวที่เข้ามาช่วย ทำให้ชีวิตรอบด้านมันง่ายขึ้นเยอะ ทำให้ผมมีสติ หายหลอนยา แล้วกลับมาอยู่แบบเข้าใจตัวเองได้ใหม่อีกครั้ง แล้วกระบวนการรักษาก็ทรมานมากเหมือนกันครับ ไม่ได้รู้สึกง่ายๆเลยครับ ผมจะมาแชร์ให้ฟังครับ หลอนอาการเป็นยังไง หู่แว่วอะไร อาละวาดแบบไหน ผมมองย้อนไปอยากจะไปขอโทษเพื่อนบ้านเลยครับ
ติดยา ผมเข้าวงการเพราะแอฟนัดยิ้มของเกย์โชคดีที่ว่าผมไม่ชอบสุงสิงกับใครตอนดีด เอาเวลามาลงกับงานที่เป็นะุรกิจส่วนตัว หลังจากนั้นก็เละเลยครับ 7 ปีจนช่วง 2 ปี หลังเริ่มมีอาการทางจิต พวกหูเเว่ว ภาพหลอด หูแว่วแบบมีเสียงในหัวเยอะมาก มีคนคอยพูดในหัวเห็นใครเดินผ่านตามถนน เหมือนสามารถคุยทางจิตกับคนที่เดินผ่านได้ คิดเอาละกัน และคิดว่าคุยทางจิตกับคนในครอบครัวได้ไปอีก มีอาการเหมือนแบบมีคนเฝ้ามองตัวเองผ่านกล้อง แอบเข้ามาอยู่บนฝ้าในบ้าน คิดว่าคนสามารถมาสิงที่สิ่งของในบ้านได้ เห็นวัตถุเคลื่อนย้ายเองได้ไปนั้น แล้วก็มีเรื่องอีกมากมายที่คนปกติเค้าไม่ทำกัน ซึ่งตอนนั้นผมเชื่อว่าทั้งหมดคือโลกจริงเลย คิดว่า AI สร้างหุ่นยนต์ เข้ามาไลล่าผมในบ้าน ผีก็ด้วยมาวิ่งไล่ล่าผมในบ้าน ผมโดดจากชั้นลอยบ้านเพื่อหนีผีมาแล้ว น่ากลัวมาก ช่วงหลอนๆมาอยู่ปีท้ายๆที่เป็นหนักๆ ด้วยความที่ผมทำธุรกิจส่วนตัวขายของออนไลน์อะไรทำนองนั้น ไม่ได้ขอเงินใครใช้ อยู่ได้ด้วยตัวเองไม่ได้พึ่งครอบครัว กว่าจะโดนจับเข้าโรงบาลเลยนาน สาเหตุที่โดนจับไปรักษาเพราะผมอาละวาด ขว้างครกหินเข้าข้างบ้าน โยนขยะ แบบเหมือนหลอนไปเองว่าเค้าแอบเข้ามาในบ้านผม ตอนนั้นในบ้านมีผมกับแฟน แล้วก็หลานๆมาช่วยทำงานแบบไปๆกลับๆ ไม่มีใครเอาผมอยู่จนสุดท้ายเลิกกับแฟน หลานๆก็ไม่กลับมาช่วยงาน โดยความที่ตอนนั้นถึงที่สุดแล้ว จนไม่กล้านอนในบ้านเลยครับ กลัวไปหมด เห็นเงาอะไรก็เป็นสิ่งเหนือธรรมชาติไปหมด คือถ้าปล่อยผมไว้อีกนิดเดียวไม่พาไปโรงบาลเป็นบ้าแน่ๆ
จนมาถึงวันที่โดนรวบ เป็นวันปีใหม่ 5 มกรา วิ่งมารวบผมจากหน้าบ้าน ขึ้นรถมูลนิธิเลยครับ มีพ่อแม่ผมนั่งรถอีกคันไปส่งโรงบาล ตอนนั้นทุกอย่างแย่ไปหมดครับ พอถึงโรงพยาบาลบาลเค้าก็จับผมมัดแขนนั่งกับเก้าอี้แน่นๆมาก ผมนั่งอยู่เป็นชั่วโมง โดยที่พ่อแม่ผมเข้าไปคุยกับหมอในห้อง พอพ่อแม่ออกมา ก็เปลี่ยนมานั่งรถเข็น ไปยังโซนรักษาแบบห้องรวม คืนแรกผมโดนมัดแขน มัดขาติดกับเตียงครับ ทรมานสุดๆ แต่เหมือนหมอก็ให้กินยาร่วมด้วยมันเลยเพลียหลับแบบที่โดนมัดอยู่อย่างงั้น ซึ่งโรงพยาบาลที่ผมเข้าคือโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา สามสี่วันผมต้องอยู่รวมกับคนอื่น ซึ่งป่วยจิตเวชหลากหลายมาก แต่หลักๆชั้นที่ผมอยู่น่าจะเป็นโซนพวกอาละวาด ก้าวร้าว ซึ่งทุกอย่างแย่มาก ห้องน้ำ แบบไม่มีอะไรกั้น รวมถึงส้วมด้วย ต้องใช้รวมกัน แก้ผ้าอาบน้ำ เพราะชุดใส่อยู่โรงบาลไม่มีกางเกงใน ไม่มีโซนซักหรือตาก เอาง่ายๆเหมือนคุกเลย ข้าวก็กินแบบเป็นถาดๆ ทุกคนจะโดนอยู่ในพื้นที่แค่1ชั้น ไม่มีมือถือ มีแต่กินกับนอน ผมแถบไม่คุยกับใครเลย ชีวิตมันหม่นหมองไปหมดเลยครับ หมอก็จะมาตรวจแบบสองสามวันคุยที ตอนคุยครั้งแรกกับหมอ มันจะมีอารมณ์โกรธอยู่ที่โดนจับมา หมอก็ซักประวัติ ให้เล่าให้ฟังว่าเป็นมายังไงมาที่นี้ ผมก็เล่า จนมาครั้งที่สองอารมณ์ผมเปลี่ยน ตอนคุยกับหมอแล้วร้องไห้ ก็ได้เปลี่ยนไปอยู่โซนห้องพิเศษของโรงพยาบาล ขึ้นมาโซนนี้ค่อยดีขึ้นมาหน่อย มีห้องน้ำ มีประตู แต่ก็มีกล้องอยู่ทุกที่ อาหารดีขึ้นมากๆ พยาบาล feel good ขึ้นมาก นอนห้องละ สูงสุด 3 คน ชั้นนี้ค่อยเบาขึ้นมาหน่อย ผมเริ่มคุยกับคนอื่น เพื่อนๆก็มีคนมาด้วยหลายอาการ ส่วนใหญ่ที่ผมคิดว่าน่าจะ 2 แบบ แบบไม่ปลอดภัยกับสังคม เช่น ติดยา ซึ่งทั้งชั้น มีผมคนเดียวที่เป็นเคสจิตเวชจากยาเสพติด ส่วนแบบที่สองไม่ปลอดภัยกับตัวเอง เช่น ทำร้ายตัวเอง ผมอยู่โซนนี้ 20 วัน บวกกับ โซนอาละวาดอีก 4 วัน รวม 24 วัน กิน นอน คุยกับหมอ วนอยู่อย่างงั้น ตื่น 6โมง นอน 2 ทุ่ม วนไป ซึ่งอาการหูแว่ว ภาพหลอน ผมมันหายเลยนะตั้งแต่ วันแรกเลย นอนตื่นมาไม่มีเสียงในหัว ไม่เห็นอะไรแปลกๆพิสดารเลย มีแต่อาการแบบเสียใจ รู้สึกแย่ เหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้า พอได้กินยามันก็ดีขึ้นนะครับ ผมก็ว่าผมก็เป็นเหมือนคนปกติทั่วไป จนได้ออกจากโรงพยาบาล ส่วนค่ารักษาพยาบาลก็หมดไปหลายหมื่นอยู่นะครับ คืนละ พันกว่าบาท
พอออกจากโรงพยาบาลนี้แหละครับของจริงเลย ตอนแรกก็รู้สึกดีได้ออกมา ร่าเริง แต่พอเริ่มปรับตัวกับข้างนอกได้ทรมานมาก ซึ่งผมก็รู้ตัวจากข้างในนะครับว่า เหมือนตัวผมเองสมองมันผิดปกติ ไปจากเดิม focus อะไรไม่ได้เลย ในหัวมันโล่ง โหว่งไปหมด ไม่ความสุขอะไรเลย จนถึงตอนนี้ อาการก็ยังเป็นอยู่ เหมือนแต่ก่อนยาเสพติดมันทำให้สมองเต็มอยู่ตลอด แรงขับมาจากยาเสพติด พอดึงมันออก มันก็กลายเป็นที่ว่าง ผมไม่อินกับอะไรเลย ช่วงแรกๆซื้อตั๋วเข้าโรงหนัง เข้าไปได้แค่ 5 นาทีก็ต้องออกมาแล้ว มันเบื่อไปหมด ทรมานมาก เวลาก็ไหลช้ามาก แต่พอเวลาผ่านไปเข้าสู่ เดือนที่สอง ที่สาม มันก็ดีขึ้นนะครับ เริ่ม focus ได้ ทำงานได้บ้าง อยู่แบบฆ่าเวลาได้ดีขึ้น ตัวช่วยที่ทำให้ผมดีขึ้น น่าจะมาจากยิมด้วย ผมไปเล่นแบบแถบทุกวัน ทำให้ชีวิตดูมีอะไร ยาก็กินตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด ตอนนี้ผมประเมินตัวเองจาก 100% เหมือนกลับมาได้แล้ว 80-85% เองครับ มันยังรู้สึกจากข้างในว่ายังไม่ปกติ เวลามันเบื่อมันทรมานมากแบบในหัวมันว่างเปล่า สมองมันเลยตีความเป็นเบื่อ เพราะไม่รู้จะคิดอะไร ตอนแรกผมคิดว่าสมองผมน่าจะเน่าไปแล้ว แต่พอเห็นอาการมันดีขึ้น แบบเริ่มมีความสุขกับชีวิตธรรมดาได้ ผมว่ามันกลับมาปกติ 100% ได้แน่ แค่รักษาตัวเองให้ดี ผมยังไปหาหมอตามนัดทุกเดือนอยู่ มีการปรับลดยาที่กินลงด้วย ยาก็มีส่วนช่วย แล้วก็ผลข้างเคียงด้วย มันเลยทรมาน
สุดท้ายแล้วผมโชคดีที่ผ่านจุดที่ยากที่สุดในชีวิตมาได้แล้ว ตอนนี้ต้องมาเรียนรู้การใช้ชีวิตใหม่เลยครับ ยาเสพติดมันล้างบางความเคยชินเดิมๆ การมีความสุขกับอะไรง่ายๆแบบคนทั่วไป พังสิ่งที่ผมสร้างมาเกือบแย่ เกือบพังทั้งการเงิน งาน ครอบครัว ผมกลับมาได้รอบนี้ผมคงไม่เอาอีกแล้วครับ เอาใหม่ สร้างชีวิตใหม่ให้ตัวเอง อดทนกับระบบความคิดในหัวที่ไม่เหมือนเดิม
ปล ถ้าผมเล่างง พิมพ์ผิดต้องขอโทษด้วยครับ จริงการมาเขียนแชร์แบบนี้ได้ก็เอาเรื่องอยู่ครับ สมองมันยังแบบไม่เหมือนเดิม ใครมีอะไรจะถาม ถามได้เลยครับผมจะตอบทุก comments เลยครับ
แชร์ประสบการณ์ติดยาเสพติด 7 ปี จนถูกจับเข้าโรงพยาบาลจิตเวช
ผมอายุ 34 ปี ติดยาไอซ์ ผมจะมาแชร์ถึงอาการตอนเสพ มีอาการหูแว่ว ภาพหลอน อาละวาดครบเลยครับ และกระบวนการรักษา จริงๆ ผมพึ่งเลิกได้ไม่นานหรอกครับราว 120 วันครับ คงเลิกเด็ดขาดแล้วครับ เพราะถึงขั้นจะเป็นบ้า อาละวาดในซอยจนถูกรวบ มีคนมารวบผมเป็น 10 จับใส่กุญแจมือไปส่งโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา นั้นแหละครับผมมองว่ามันที่สุดของชีวิตแล้วครับ เคยเลิกได้ช่วงสั้น ๆ เพราะแฟนขอ พอเลิกกันผมก็กลับไปเสพอีก แต่รอบนนี้มันขยาด เห็นโลงศพมาแล้ว เพราะเกือบกลายเป็นคนบ้าที่พูดไม่รู้เรื่องเดินตามข้างถนน อีกนิดเดียว ผมขอบคุณพี่ๆเค้าที่เข้ามารวบผมใส่กุญแจมือในวันนั้นแล้วพาไปส่งโรงบาล ขอบคุณครอบครัวที่เข้ามาช่วย ทำให้ชีวิตรอบด้านมันง่ายขึ้นเยอะ ทำให้ผมมีสติ หายหลอนยา แล้วกลับมาอยู่แบบเข้าใจตัวเองได้ใหม่อีกครั้ง แล้วกระบวนการรักษาก็ทรมานมากเหมือนกันครับ ไม่ได้รู้สึกง่ายๆเลยครับ ผมจะมาแชร์ให้ฟังครับ หลอนอาการเป็นยังไง หู่แว่วอะไร อาละวาดแบบไหน ผมมองย้อนไปอยากจะไปขอโทษเพื่อนบ้านเลยครับ
ติดยา ผมเข้าวงการเพราะแอฟนัดยิ้มของเกย์โชคดีที่ว่าผมไม่ชอบสุงสิงกับใครตอนดีด เอาเวลามาลงกับงานที่เป็นะุรกิจส่วนตัว หลังจากนั้นก็เละเลยครับ 7 ปีจนช่วง 2 ปี หลังเริ่มมีอาการทางจิต พวกหูเเว่ว ภาพหลอด หูแว่วแบบมีเสียงในหัวเยอะมาก มีคนคอยพูดในหัวเห็นใครเดินผ่านตามถนน เหมือนสามารถคุยทางจิตกับคนที่เดินผ่านได้ คิดเอาละกัน และคิดว่าคุยทางจิตกับคนในครอบครัวได้ไปอีก มีอาการเหมือนแบบมีคนเฝ้ามองตัวเองผ่านกล้อง แอบเข้ามาอยู่บนฝ้าในบ้าน คิดว่าคนสามารถมาสิงที่สิ่งของในบ้านได้ เห็นวัตถุเคลื่อนย้ายเองได้ไปนั้น แล้วก็มีเรื่องอีกมากมายที่คนปกติเค้าไม่ทำกัน ซึ่งตอนนั้นผมเชื่อว่าทั้งหมดคือโลกจริงเลย คิดว่า AI สร้างหุ่นยนต์ เข้ามาไลล่าผมในบ้าน ผีก็ด้วยมาวิ่งไล่ล่าผมในบ้าน ผมโดดจากชั้นลอยบ้านเพื่อหนีผีมาแล้ว น่ากลัวมาก ช่วงหลอนๆมาอยู่ปีท้ายๆที่เป็นหนักๆ ด้วยความที่ผมทำธุรกิจส่วนตัวขายของออนไลน์อะไรทำนองนั้น ไม่ได้ขอเงินใครใช้ อยู่ได้ด้วยตัวเองไม่ได้พึ่งครอบครัว กว่าจะโดนจับเข้าโรงบาลเลยนาน สาเหตุที่โดนจับไปรักษาเพราะผมอาละวาด ขว้างครกหินเข้าข้างบ้าน โยนขยะ แบบเหมือนหลอนไปเองว่าเค้าแอบเข้ามาในบ้านผม ตอนนั้นในบ้านมีผมกับแฟน แล้วก็หลานๆมาช่วยทำงานแบบไปๆกลับๆ ไม่มีใครเอาผมอยู่จนสุดท้ายเลิกกับแฟน หลานๆก็ไม่กลับมาช่วยงาน โดยความที่ตอนนั้นถึงที่สุดแล้ว จนไม่กล้านอนในบ้านเลยครับ กลัวไปหมด เห็นเงาอะไรก็เป็นสิ่งเหนือธรรมชาติไปหมด คือถ้าปล่อยผมไว้อีกนิดเดียวไม่พาไปโรงบาลเป็นบ้าแน่ๆ
จนมาถึงวันที่โดนรวบ เป็นวันปีใหม่ 5 มกรา วิ่งมารวบผมจากหน้าบ้าน ขึ้นรถมูลนิธิเลยครับ มีพ่อแม่ผมนั่งรถอีกคันไปส่งโรงบาล ตอนนั้นทุกอย่างแย่ไปหมดครับ พอถึงโรงพยาบาลบาลเค้าก็จับผมมัดแขนนั่งกับเก้าอี้แน่นๆมาก ผมนั่งอยู่เป็นชั่วโมง โดยที่พ่อแม่ผมเข้าไปคุยกับหมอในห้อง พอพ่อแม่ออกมา ก็เปลี่ยนมานั่งรถเข็น ไปยังโซนรักษาแบบห้องรวม คืนแรกผมโดนมัดแขน มัดขาติดกับเตียงครับ ทรมานสุดๆ แต่เหมือนหมอก็ให้กินยาร่วมด้วยมันเลยเพลียหลับแบบที่โดนมัดอยู่อย่างงั้น ซึ่งโรงพยาบาลที่ผมเข้าคือโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา สามสี่วันผมต้องอยู่รวมกับคนอื่น ซึ่งป่วยจิตเวชหลากหลายมาก แต่หลักๆชั้นที่ผมอยู่น่าจะเป็นโซนพวกอาละวาด ก้าวร้าว ซึ่งทุกอย่างแย่มาก ห้องน้ำ แบบไม่มีอะไรกั้น รวมถึงส้วมด้วย ต้องใช้รวมกัน แก้ผ้าอาบน้ำ เพราะชุดใส่อยู่โรงบาลไม่มีกางเกงใน ไม่มีโซนซักหรือตาก เอาง่ายๆเหมือนคุกเลย ข้าวก็กินแบบเป็นถาดๆ ทุกคนจะโดนอยู่ในพื้นที่แค่1ชั้น ไม่มีมือถือ มีแต่กินกับนอน ผมแถบไม่คุยกับใครเลย ชีวิตมันหม่นหมองไปหมดเลยครับ หมอก็จะมาตรวจแบบสองสามวันคุยที ตอนคุยครั้งแรกกับหมอ มันจะมีอารมณ์โกรธอยู่ที่โดนจับมา หมอก็ซักประวัติ ให้เล่าให้ฟังว่าเป็นมายังไงมาที่นี้ ผมก็เล่า จนมาครั้งที่สองอารมณ์ผมเปลี่ยน ตอนคุยกับหมอแล้วร้องไห้ ก็ได้เปลี่ยนไปอยู่โซนห้องพิเศษของโรงพยาบาล ขึ้นมาโซนนี้ค่อยดีขึ้นมาหน่อย มีห้องน้ำ มีประตู แต่ก็มีกล้องอยู่ทุกที่ อาหารดีขึ้นมากๆ พยาบาล feel good ขึ้นมาก นอนห้องละ สูงสุด 3 คน ชั้นนี้ค่อยเบาขึ้นมาหน่อย ผมเริ่มคุยกับคนอื่น เพื่อนๆก็มีคนมาด้วยหลายอาการ ส่วนใหญ่ที่ผมคิดว่าน่าจะ 2 แบบ แบบไม่ปลอดภัยกับสังคม เช่น ติดยา ซึ่งทั้งชั้น มีผมคนเดียวที่เป็นเคสจิตเวชจากยาเสพติด ส่วนแบบที่สองไม่ปลอดภัยกับตัวเอง เช่น ทำร้ายตัวเอง ผมอยู่โซนนี้ 20 วัน บวกกับ โซนอาละวาดอีก 4 วัน รวม 24 วัน กิน นอน คุยกับหมอ วนอยู่อย่างงั้น ตื่น 6โมง นอน 2 ทุ่ม วนไป ซึ่งอาการหูแว่ว ภาพหลอน ผมมันหายเลยนะตั้งแต่ วันแรกเลย นอนตื่นมาไม่มีเสียงในหัว ไม่เห็นอะไรแปลกๆพิสดารเลย มีแต่อาการแบบเสียใจ รู้สึกแย่ เหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้า พอได้กินยามันก็ดีขึ้นนะครับ ผมก็ว่าผมก็เป็นเหมือนคนปกติทั่วไป จนได้ออกจากโรงพยาบาล ส่วนค่ารักษาพยาบาลก็หมดไปหลายหมื่นอยู่นะครับ คืนละ พันกว่าบาท
พอออกจากโรงพยาบาลนี้แหละครับของจริงเลย ตอนแรกก็รู้สึกดีได้ออกมา ร่าเริง แต่พอเริ่มปรับตัวกับข้างนอกได้ทรมานมาก ซึ่งผมก็รู้ตัวจากข้างในนะครับว่า เหมือนตัวผมเองสมองมันผิดปกติ ไปจากเดิม focus อะไรไม่ได้เลย ในหัวมันโล่ง โหว่งไปหมด ไม่ความสุขอะไรเลย จนถึงตอนนี้ อาการก็ยังเป็นอยู่ เหมือนแต่ก่อนยาเสพติดมันทำให้สมองเต็มอยู่ตลอด แรงขับมาจากยาเสพติด พอดึงมันออก มันก็กลายเป็นที่ว่าง ผมไม่อินกับอะไรเลย ช่วงแรกๆซื้อตั๋วเข้าโรงหนัง เข้าไปได้แค่ 5 นาทีก็ต้องออกมาแล้ว มันเบื่อไปหมด ทรมานมาก เวลาก็ไหลช้ามาก แต่พอเวลาผ่านไปเข้าสู่ เดือนที่สอง ที่สาม มันก็ดีขึ้นนะครับ เริ่ม focus ได้ ทำงานได้บ้าง อยู่แบบฆ่าเวลาได้ดีขึ้น ตัวช่วยที่ทำให้ผมดีขึ้น น่าจะมาจากยิมด้วย ผมไปเล่นแบบแถบทุกวัน ทำให้ชีวิตดูมีอะไร ยาก็กินตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด ตอนนี้ผมประเมินตัวเองจาก 100% เหมือนกลับมาได้แล้ว 80-85% เองครับ มันยังรู้สึกจากข้างในว่ายังไม่ปกติ เวลามันเบื่อมันทรมานมากแบบในหัวมันว่างเปล่า สมองมันเลยตีความเป็นเบื่อ เพราะไม่รู้จะคิดอะไร ตอนแรกผมคิดว่าสมองผมน่าจะเน่าไปแล้ว แต่พอเห็นอาการมันดีขึ้น แบบเริ่มมีความสุขกับชีวิตธรรมดาได้ ผมว่ามันกลับมาปกติ 100% ได้แน่ แค่รักษาตัวเองให้ดี ผมยังไปหาหมอตามนัดทุกเดือนอยู่ มีการปรับลดยาที่กินลงด้วย ยาก็มีส่วนช่วย แล้วก็ผลข้างเคียงด้วย มันเลยทรมาน
สุดท้ายแล้วผมโชคดีที่ผ่านจุดที่ยากที่สุดในชีวิตมาได้แล้ว ตอนนี้ต้องมาเรียนรู้การใช้ชีวิตใหม่เลยครับ ยาเสพติดมันล้างบางความเคยชินเดิมๆ การมีความสุขกับอะไรง่ายๆแบบคนทั่วไป พังสิ่งที่ผมสร้างมาเกือบแย่ เกือบพังทั้งการเงิน งาน ครอบครัว ผมกลับมาได้รอบนี้ผมคงไม่เอาอีกแล้วครับ เอาใหม่ สร้างชีวิตใหม่ให้ตัวเอง อดทนกับระบบความคิดในหัวที่ไม่เหมือนเดิม
ปล ถ้าผมเล่างง พิมพ์ผิดต้องขอโทษด้วยครับ จริงการมาเขียนแชร์แบบนี้ได้ก็เอาเรื่องอยู่ครับ สมองมันยังแบบไม่เหมือนเดิม ใครมีอะไรจะถาม ถามได้เลยครับผมจะตอบทุก comments เลยครับ