สวัสดีค่ะวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องงานหมั้นที่ผ่านมาแล้วของเรา และงานแต่งที่คิดว่าจะจัดขึ้นในปลายปีนี้ อย่างแรกงานหมั้นที่ดูจะง่ายๆมีแขกผู้ใหญ่มาคุยสู่ขอ แต่อาจจะไม่ง่ายแบบนั้น ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่า ฝ่ายชายมีวัฒนธรรมที่เราเรียกกันว่า เขมร ส่วนเรา ก็มีนะ แต่เน้นไปทางลาวมากกว่า (การเปรียบเทียบคำเหล่านี้พูดในถิ่น ไม่ใช่การบูลี่นะคะ (เราคนอีสานค่ะ เขมร ลาว ส่วย คืออยู่ในจังหวัดเราเอง) มาพูดถึงเรื่องที่ง่ายแต่ยากกันค่ะ ในวันหมั้น ส่วนตัวเราฝั่งผู้หญิงอยากเซฟค่าใช้จ่าย ซึ่งก็ได้มีทางคุยกับคุณแม่(ฝ่ายชาย)แล้ว แต่ด้วยวัฒนธรรม พอถึงวันหมั้น แขกผู้ใหญ่มา 40 คนได้ และกับทางผู้ชายซึ่งเราเองก็คุยแล้ว แต่เค้าก็ต้องบอกที่ทำงานว่าจะหมั้น ทำให้มีแขกเพิ่มอีก 20 คน รวมแล้ววันหมั้นเรารับแขกไป60คนได้ สำหรับเรามันเยอะมากๆ หลังจากหมั้นเสร็จกินข้าวเรียบร้อย ผู้ใหญ่แยกย้าย ที่ทำงานก็ชวนไปพักผ่อนนั่งแพ ฝ่ายชายก็ได้รับโทรศัพท์จากญาติผู้ใหญ่อีก ว่าทำไมหมั้นไม่บอก ซึ่งเรารู้สึกว่าแค่หมั้นกันทำไมต้องใครหมด มันไม่ได้จำเป็นขนาดนั้นในมุมมองของเรา มันไร้สาระมาก (อาจจะมองในมุมแคบเกินไปรึป่าวไม่แน่ใจ)
มาต่อกันที่งานแต่ง เราอยากจัดหอประชุมเพราะเราไม่อยากที่ต้องไปหาโต๊ะ ถ้วยจาน เอามาล้างรอรับแขก หรือ ถ้าจัดที่บ้าน เราตั้งใจไว้ว่า จะเป็นโต๊ะจีนทั้งหมด ไม่ให้มีการทำอาหารเลย เรื่องงานแต่งเราก็ต้องมานั่งคุยกันอีก ถ้าเราหอประชุมมันจะจบทุกอย่าง สู่ขวัญตามธรรมเนียม แต่แม่บอกว่ามันไม่ได้ ต้องทำที่บ้านเท่านั้น เราเบื่อมาก แต่แก้ไม่ได้ #งานแต่ง #งานหมั้น #เชื้อสายเขมร
เมื่องานหมั้นและงานแต่งไม่ได้มีการตัดสินใจแค่คนที่จะแต่ง
มาต่อกันที่งานแต่ง เราอยากจัดหอประชุมเพราะเราไม่อยากที่ต้องไปหาโต๊ะ ถ้วยจาน เอามาล้างรอรับแขก หรือ ถ้าจัดที่บ้าน เราตั้งใจไว้ว่า จะเป็นโต๊ะจีนทั้งหมด ไม่ให้มีการทำอาหารเลย เรื่องงานแต่งเราก็ต้องมานั่งคุยกันอีก ถ้าเราหอประชุมมันจะจบทุกอย่าง สู่ขวัญตามธรรมเนียม แต่แม่บอกว่ามันไม่ได้ ต้องทำที่บ้านเท่านั้น เราเบื่อมาก แต่แก้ไม่ได้ #งานแต่ง #งานหมั้น #เชื้อสายเขมร