เราจะยอมรับความจริงได้ไหม หากความเชื่อหรือพิธีกรรรมที่เราทำไป ไม่ถูกต้อง

กระทู้สนทนา
ถ้าคนๆ หนึ่งไปทำงานในหน่วยงานหนึ่ง
แล้วทำตามรุ่นพี่มาตลอด คิดว่าทำแบบนี้ถูกต้องแล้ว
แต่พอมาวันหนึ่ง มีความรู้มากขึ้น รู้ว่าที่รุ่นพี่ทำอยู่ มันไม่ถูกต้อง ผิดระเบียบ
เราจะยอมรับและเปลี่ยนให้ถูกต้องได้ไหม หรือจะยังทำแบบนั้นต่อไป

หลักความเชื่อและพิธีกรรมบางอย่าง ที่ไม่ตรงตามอัลกุรอานและหะดีษ
พระองค์ไม่ได้สั่งใช้ ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะอลัยฮิวะสัลลัม ก็ไม่ได้สอนให้ทำ
เราจะเลิกเพื่ออัลลอฮฺได้ไหม
เช่น
1. เมาลิดนบี
นบีไม่เคยสั่งให้มีการฉลองวันเกิดใคร รวมทั้งวันเกิดท่านด้วย
ไม่สนับสนุนให้มีการจัดงานครบรอบ รวมทั้งวันขึ้นปีใหม่ด้วย
งานเมาลิด มีที่มาจากประเทศอียิปต์ ที่กษัตริย์สมัยนั้นคิดขึ้นเอง
แล้วต่อมา กษัตริย์คนใหม่ที่ทำตามซุนนะฮฺนบีก็ได้ยกเลิกไป
แล้วเรา...จะทำเมาลิดนบีต่อไปหรือ

2. ความเชื่อซากอ วิญญาณบรรพบุรุษ
ติดต่อมนุษย์ได้ หรือมีอิทธิพลกับชีวิตเขา
เป็นความเชื่อที่ขัดต่อหลักศรัทธา หลักเตาฮีดที่ให้อัลลอฮฺทรงเป็นพระเจ้าเพียงองค์เดียว
เราจะไปให้ความสำคัญกับวิญญาณใดเทียบเคียงกับพระองค์ไม่ได้
และในความเป็นจริง คนที่ตายไปแล้วก็ติดต่อมนุษย์ไม่ได้แล้ว อยู่คนละโลกกัน
ที่บางคนเข้าใจว่าเป็นวิญญาณคนในครอบครัวมาหาทุกวันศุกร์
จึงเป็นเพียงญินชัยฏอนที่หลอกให้เราเชื่อ และทำตามเขา
หากว่ามีคนในครอบครัวมีอาการแปลกๆ ก็ต้องกลับมาทบทวนว่าเราได้มีความเชื่อแบบนี้ไหม
ถ้ามีต้องรีบเตาบะฮฺ กลับเนื้อกลับตัว เพราะนั่นไม่ใช่วิญญาณบรรพบุรุษมา
แต่เป็นบททดสอบที่อัลลอฮฺทรงมีกฎไว้แล้วว่า
ใครเจตนาอะไร ได้อย่างนั้น, ใครคิดดีได้ดี ใครคิดไม่ดีก็ได้รับไม่ดีนั้นด้วย

3. การทำบุญคนตาย 3, 5, 7 วัน หรือการอ่านอัลกุรอานให้คนตายที่บ้านหรือที่กุโบร์
เป็นสิ่งที่นบีไม่สั่งให้ทำ จะไปเหมือนพิธีกรรมของความเชื่อศาสนาอื่นเขา
และการอ่านอัลกุรอานนั้น มีไว้สำหรับคนเป็น ไม่ใช่คนตาย

4. คืนนิสฟูชะอฺบาน วันอาชูรอ
- นบีก็ไม่ได้ให้ความสำคัญใดๆ กับคืนนิสฟูชะอฺบาน ให้ทำอิบาดะฮฺปกติ
ถ้าเราไปเน้นทำเป็นพิเศษในวันนี้ก็เท่ากับเราทำเกินคำสั่งนบี วัลอิยาซุบิลลาฮฺ
- วันอาชูรอ นบีส่งเสริมให้ถือศีลอด และไม่ได้สั่งให้กวนอาซูรอในวันนี้
ท่านให้นึกถึงวันที่นบีมูซากับบนีอิสรออีล ข้ามผ่านทะเลแดง
รอดพ้นจากฟิรเอาน์ ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ
เป็นการถือศีลอดเพื่อขอบคุณและระลึกถึงวันนั้น

5. การติดชื่อพระองค์ และชื่อนบี รวมทั้งติดดุอาอฺในบ้าน/ในร้าน/รถ
- นบีไม่ได้สั่งให้ทำสิ่งนี้ แต่นบีเน้นให้ปฏิบัติ
การติดชื่อ/ดุอาอฺ/อายะฮฺอัลกุรอาน อาจเป็นสาเหตุให้ชัยฏอนยุให้คิดว่า ติดแล้วมีบารอกะฮฺ หรือปลอดภัย ขายดี
ซึ่งความคิดนั้นจะหมิ่นเหม่ต่ออากีดะฮฺ แม้เราคิดว่าเราไม่มีเจตนาแฝงแบบนั้น
แต่การไม่ทำแบบนั้น คือ การไม่ทำเลียนแบบความเชื่ออื่นที่เขาเน้นติด
เราพูดกันในแง่หลักการ แต่ไม่ได้จะไปว่าศาสนาอื่นนะ
แต่จริงๆ แล้ว ถ้าอยากปลอดภัย ชีวิตมีบารอกะฮฺ(ความจำเริญ) ต้องอ่านไม่ใช่ติด เน้นปฏิบัติตามนบี
เพราะผู้ใดที่ปฏิบัติตามอัลกุรอานและหะดีษ ตามอัลลอฮฺ และรอซูล จะได้รับความจำเริญจากพระองค์ อินชาอัลลอฮฺ
ความจำเริญมาจากอัลลอฮฺเท่านั้น ทรงให้สำหรับผู้ที่ทำตามกติกา

6. การรักษาแบบมีค่าครู มีค่าหมากพลู
เป็นสิ่งที่ขัดกับหลักความเชื่ออิสลาม เพราะความเชื่อว่า รักษาต้องมีค่าครู
ส่วนหมอบ้านที่บอกว่าไม่ใช่ค่าครู ค่าอื่น ก็ไม่ได้เปลี่ยนรูปแบบของสิ่งผิดนี้ไปจากเดิม
อัลลอฮฺเป็นผู้ให้เขามีความสามารถรักษา จ่ายค่ารักษาเหมือนปกติก็คือจบแล้ว
ไม่มีค่าครูใดๆ เหมือนความเชื่ออื่นเขา เราจะต้องไม่เลียนแบบกลุ่มชนได้ จะได้ไม่ไปเหมือนเขาโดยไม่รู้ตัว วัลอิยาซุบิลลาฮฺ
แม้คนที่ไปรักษาบอกว่า เราไม่ได้เชื่อแบบเขานี่ เราก็ไม่ควรไปรักษาวิธีนี้ เพราะเท่ากับไปสนับสนุนเขา
บอกเขาว่า ถ้าจะรักษาเราต้องไม่มีค่าครูนะ
ถ้าเขาโอเคก็รักษากับเขาได้

7. การตามมัซฮับใด
ควรใช้วิจารณญาณ เพราะเจ้าของมัซฮับบอกแล้วว่า
สิ่งใดที่ขัดกับอัลกุรอานและหะดีษ ให้ทิ้งของเขาได้เลย
จะดีกว่าไหม ถ้าเราตามนบีโดยตรงเลย
เวลามีปัญหาอะไร คำถามแรกไม่ใช่ว่า มีทัศนะใดในเรื่องนี้
แต่ควรถามว่า อัลลอฮฺ และรอซูล ได้บอกอะไรในอัลกุรอานและหะดีษเกี่ยวกับเรื่องนี้
มีอะไรพระองค์ให้กลับไปหาอัลลอฮฺ และรอซูล
หากเราได้รับสัญญาณใดจากพระองค์ ผ่านสิ่งที่เข้ามา หรือมีใครมาเตือน
ลองฉุกคิดสักนิด นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนจากพระองค์
ให้กลับไปดูหลักการที่ถูกต้องมากกว่าสิ่งที่เรายึดถือที่ไม่สอดคล้องกับอัลกุรอานและหะดีษ

8. การเน้นการอ่านยาซีนเฉพาะเจาะจง
การอ่านยาซีนคืนวันศุกร์ ไม่ได้ระบุเป็นหะดีษที่มีหลักฐานชัดเจน
แต่สิ่งที่ควรอ่านทุกวันศุกร์ คือ ซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟฺ
และการปัดเป่ารักษา โดยอ่านซูเราะฮฺยาซีนนั้น อ่านได้
แต่หากเข้าใจว่าซูเราะฮฺนี้ดีกว่า หรือแรงกว่าซูเราะฮฺอื่นนั้น ไม่มีหลักฐานรองรับ
แต่ซูเราะฮฺที่นบีเน้นในการรุกยะฮฺคือ อัลฟาติหะฮฺ กับ 3 กุล และอายะฮฺกุรซี

ทำในสิ่งที่มีระบุหลักฐานชัดดีกว่า จะได้ผลบุญตามที่อัลกุรอาน-หะดีษบอกไว้
และจะได้รับบารอกะฮฺจากพระองค์ เพราะทำตามนบี อินชาอัลลอฮฺ
แต่ถ้าแทนที่จะให้เขาอ่านรักษาให้ เปลี่ยนมาเป็นอ่านเองจะยิ่งดี
จะได้มีสิทธิ์เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่เข้าสวรรค์โดยไม่ถูกสอบสวนและไม่ได้รับการลงโทษ
คือ คนที่ไม่ขอให้ใครทำรุกยะฮฺ (ปัดเป่ารักษา) ให้ คือ พึ่งพาแต่พระองค์เท่านั้น
อันนี้ไม่ใช่กรณีไปหาหมอทั่วไปนะ หมายถึงรุกยะฮฺ


- - -
อิสลามเน้นการปฏิบัติ และเรียบง่าย
ดังนั้น หากใครที่ไม่รู้ ทำไปโดยไม่รู้ แล้วมาอ่านเจอ
ขอพระองค์ทรงช่วยให้เลิกทำได้อย่างง่ายดาย และกลับมายึดตามซุนนะฮฺนบี
เพราะการทำตามคำสั่งนบี เป็นสาเหตุที่จะได้ดื่มน้ำเกาซัร
หากทำอุติกรรม สร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา จะไม่ได้ดื่มน้ำนี้ วัลอิยาซุบิลลาฮฺ

มีหะดีษอธิบายความหมายอัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลเกาซัร ดังนี้
รายงานหะดีษ จากท่านอนัสกล่าวว่า ในวันหนึ่ง ขณะที่ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อยู่ท่ามกลางพวกเรา ท่านงีบหลับไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้นท่านเงยหน้าขึ้นและยิ้ม พวกเราจึงถามว่า ‘โอ้ ท่านรอซูลุลลอฮฺ ทำไมท่านถึงยิ้มครับ’ ท่านตอบว่า “มีซูเราะฮฺหนึ่งถูกประทานลงมายังฉัน” และท่านได้อ่าน “แท้จริงเราได้ประทานอัลเกาซัรแก่เจ้าแล้ว ดังนั้นเจ้าจงละหมาดเพื่อพระเจ้าของเจ้าและจงเชือดสัตว์พลี แท้จริงศัตรูของเจ้านั้นเขาเป็นผู้ถูกตัดขาด” (อัลกุรอาน 108:1-3)

และท่านได้ถามพวกเราว่า “พวกท่านรู้ไหม อัลเกาซัรคืออะไร” พวกเราตอบว่า ‘อัลลอฮฺ และรอซูล เท่านั้นที่รู้ยิ่ง’ ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “แท้จริงมันเป็นแม่น้ำที่อัลลอฮฺสัญญาไว้กับฉัน ในแม่น้ำนั้นมีสิ่งดีๆมากมาย เป็นบ่อน้ำของฉันที่ประชาชาติของฉันจะมายังบ่อน้ำนั้นในวันกิยามะฮฺ ภาชนะของมันเท่ากับจำนวนดวงดาว จะมีบุคคลที่ถูกกีดกั้น ฉันจะกล่าวว่า ‘โอ้อัลลอฮฺแท้จริงเขาเป็นประชาชาติของฉัน อัลลอฮฺจึงทรงตรัสว่า แท้จริงเจ้าไม่รู้ว่าเขาสร้างสิ่งใหม่ๆ อะไรขึ้นมาหลังจากเจ้า’

อิบนุ หุจญ์รฺ ได้กล่าวเพิ่มในรายงานของเขา (ในจุดที่ว่าอยู่ท่ามกลางพวกเรา) ว่า “ในมัสยิด” และ (ในตอนท้าย) พระองค์ทรงตรัสว่า ‘สิ่งที่พวกเขาสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาหลังจากเจ้า’

(หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 400)

ลองคิดดูว่า การทำอิบาดะฮฺ แสดงความจงรักภักดี เป็นสิ่งที่อัลลอฮฺ และรอซูล เท่านั้นที่จะเป็นผู้บัญญัติขึ้น
เราเป็นมนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้น เรามีหน้าที่ทำตาม ไม่ใช่ทำสิ่งใหม่ขึ้นมาแทน
หากทุกคนคิดว่า เราสามารถปรับเปลี่ยนความเชื่อ พิธีกรรมได้ แล้วจะไม่วุ่นวายกันหรือ
ขนาดในหน่วยงานหนึ่งเขายังออกกฎให้ทำตาม  ลูกน้องก็ต้องทำตาม ไม่ใช่ไปสร้างกฎใหม่

ถ้าเป็นสูตรขนม วิธีซ่อมรถ การปลูกต้นไม้ เรื่องการใช้ชีวิตในโลกดุนยานี้ ที่ไม่ขัดกับหลักการศาสนา
ทำได้หมด แต่จะไปเปลี่ยนแปลง ต่อเติม คิดใหม่ในเรื่องหลักการศาสนา/พิธีกรรมทางศาสนานั้น
เป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง

หากผู้ที่อ่านเป็นผู้ที่ทำตามซุนนะฮฺอยู่แล้ว อัลฮัมดุลิลลาฮฺ
แต่สิ่งที่ผู้ที่ทำตามอยู่แล้ว ต้องไม่พลาดคือการตักเตือนกันและกัน
เขาจะได้มีโอกาสได้ดื่มน้ำเกาซัรเหมือนที่เราก็หวังเช่นกัน

อย่าตัดสินใครในปัจจุบัน หากเห็นเขาทำผิด
เพราะเขาอาจได้ทำการงานที่ดีในบั้นปลายชีวิต
พระองค์อัลลอฮฺ ผู้เมตตาเสมอ ยังทรงให้โอกาส ประวิงเวลา ให้ได้กลับตัว ได้คิด
แล้วเราจะไปตัดสินคนอื่นว่าไม่ใช่ชาวซุนนะฮฺ หรือเป็นบิดอะฮฺได้อย่างไร
เพราะบางคนที่เขาทำแบบนั้น เขามีบางอย่างที่ตามซุนนะฮฺโดยไม่รู้ตัว
เช่น กล่าวบิสมิลลาฮฺเมื่อทำอะไรพลาดไป หรือเมื่อขอดุอาอฺลูบหน้าตาม
และเรานี่แหล่ะอาจเป็นคนที่ไม่รู้ซุนนะฮฺก็ได เพราะหะดีษมีเป็นแสน เราจึงต้องถ่อมตัว เรียนรู้เพิ่มอยู่เสมอ

หากฝนทิ้งช่วง อากาศร้อน อย่าได้บ่นว่าร้อนเลย
หากฝนตกหนัก น้ำท่วม อย่าได้บ่นว่าทำไมเป็นแบบนี้แล้ว
เพราะเราและคนในสังคมเราอาจทำอะไรผิดบางอย่างที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้
พระองค์ทรงเมตตาให้เกิดบททดสอบเหล่านี้เพื่อให้เราทบทวน ก่อนที่จะสายไป

อากาศร้อน ขอน้ำฝนจากพระองค์ได้
ฝนตกหนัก ขอดุอาอฺขอให้อัลลอฮฺกันฝนได้
น้ำท่วม ขอให้ลดได้
ไม่อยากเจอน้ำท่วม ก็ขออย่าให้เจอได้
พระองค์เป็น อัล-มุญีบ ผู้ทรงตอบสนองการขอพร
ขอได้หมดถ้าเป็นสิ่งดี และจะทรงตอบรับได้ดีกว่าที่เราขอเสมอ
และหากฝนตกหนักที่ใด อาจมีฮิกมะห์ซ่อนอยู่
ในพื้นที่นั้นมีคนกลับเนื้อกลับตัว พระองค์จึงทรงฝนมาให้

ดังนั้น อากาศร้อน ฝนแล้ง ฝนหนัก อย่าไปบ่น เพราะเท่ากับตำหนิผู้สร้างฝน สร้างแดด
แต่ให้กลับมาดูตัวเอง เราทำผิดอะไรอยู่ จึงเป็นสาเหตุให้เกิดสิ่งนี้
จังหวัดใกล้เคียงฝนตก ทำไมจังหวัดเราฝนไม่ตก
บ้านนั้นสงบ ทำไมบ้านเราทะเลาะ
ที่ทำงานเรามีแต่วุ่นวาย ทำไมเขาทำงานสบายใจ ไม่มีปัญหา
ทุกอย่างมีสาเหตุ หากไม่รู้ ขอดุอาอฺถามพระองค์ได้
มีอะไรที่บ่าวผิดอีกไหม หากมีขอพระองค์ได้โปรดบอกบ่าวด้วยเถิด บ่าวจะได้กลับเนื้อกลับตัว
พระองค์เป็นผู้ทรงอภัยโทษ แม้ว่าบาปจะมากแค่ไหน หรือบาปจะใหญ่แค่ไหน ขอแค่สำนึก และเลิก

การทำบิดอะฮฺ (อุตริกรรมทางศาสนา) เป็นสิ่งที่ผิดมาก
และการเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ ก็เป็นสิ่งที่ผิดมากเช่นกัน เพราะทำให้คนมีความรู้และปฏิบัติในสิ่งที่ผิด
เพราะทำเกินคำสั่ง หากใครถูกเตือนจากใครแม้เพียงนิดเดียว รีบเช็คจะได้รู้ว่าเราทำอะไรผิดไป
และใครที่รู้และกลับตัวแล้ว เคยเผยแพร่ข้อมูลผิด ก็ต้องแก้ไข ลบและบอกคนที่บอกให้ถูกต้องใหม่
การกลับเนื้อกลับตัวที่ดี ต้องปรับปรุงแก้ไขจากความผิดนั้นด้วย
เพราะไม่งั้น ข้อมูลที่เผยแพร่จะส่งผลให้คนอื่นทำผิด เชื่อผิดตามไปด้วย วัลอิยาซุบิลลาฮฺ

อย่างเช่นละหมาด นบียังไปรับคำสั่งจากพระองค์
และทุกคำสอนของนบีเป็นวะหฺยู รวมทั้งท่าทางละหมาด
เราจึงไม่สามารถจะไปเปลี่ยนแปลงรูปแบบได้
และรูปแบบการละหมาดที่พระองค์ให้ผ่านนบีก็สวยงามแล้ว
แค่ทำให้ดีเพื่อพระองค์ก็พอแล้ว ไม่ต้องคิดใหม่ หรือตามใครที่ไม่เหมือนกัน
เราจะได้เอาเวลาไปทำอิบาดะฮฺ ทำอมานะฮฺให้ดี จะได้กลับไปหาพระองค์แบบสบายใจ
มองหน้านบีได้อย่างมั่นใจ ว่าเราไม่ได้ตามคนอื่น ตามนบีจริงๆ
การทำตามอัลลอฮฺ และรอซูล คือ การแสดงความจริงใจ ว่าเราศรัทธาจริง

ขอพระองค์ทรงเปิดใจให้ผู้ที่ทำผิดได้กลับเนื้อกลับตัวอย่างง่ายดาย อามีน
วัลลอฮุอะอฺลัม
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่