การที่ CJ More (หรือ CJ Express เดิม) ใช้กลยุทธ์ "Fast Follower" เพื่อไล่ประกบเจ้าตลาดอย่าง 7-Eleven เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากในวงการค้าปลีกไทยครับ กลยุทธ์นี้ไม่ใช่แค่การ "ทำตาม" แต่คือการ "รอจังหวะและปรับปรุง" เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดในต้นทุนที่ต่ำกว่า
นี่คือรายละเอียดการถอดรหัสกลยุทธ์ Fast Follower ของ CJ More ครับ
1. Fast Follower คืออะไรในบริบทของ CJ?
กลยุทธ์ Fast Follower คือการที่แบรนด์ไม่ได้เป็นผู้เริ่มนวัตกรรมใหม่เป็นคนแรก (ซึ่งมักมีความเสี่ยงสูงและค่าใช้จ่ายเยอะ) แต่จะคอยสังเกตการณ์ว่าเจ้าตลาด (First Mover อย่าง 7-Eleven) ทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จ จากนั้นจึงกระโดดเข้าทำตามอย่างรวดเร็ว โดย "แก้ไขจุดอ่อน" หรือ "เพิ่มมูลค่า" ให้ดีกว่าเดิม
วิธีที่ CJ ใช้ประกบ 7-Eleven:
• การเลือกทำเล: ในขณะที่ 7-Eleven ยึดหัวหาดทุกหัวมุมถนน CJ จะเน้นทำเลในแหล่งชุมชนรอง หรือย่านที่อยู่อาศัยที่หนาแน่นแต่ 7-Eleven อาจจะยังเข้าไม่ถึงในสเกลใหญ่ โดยเน้นพื้นที่จอดรถที่กว้างขวางกว่า
• การขยายสาขา: เมื่อเห็นว่าโมเดลร้านสะดวกซื้อในปั๊มหรือชุมชนเติบโต CJ ก็เร่งสปีดขยายสาขาตามทันที โดยปัจจุบันมีมากกว่า 1,000 สาขาแล้ว
2. กลยุทธ์ "More" ที่เหนือกว่าแค่ร้านสะดวกซื้อ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ CJ แตกต่างจาก 7-Eleven คือการเปลี่ยนจาก Convenience Store เป็น "Community Center" ผ่านโมเดล Multi-Brand Anchor ภายในพื้นที่เดียว ซึ่งเป็นการอุดช่องว่างที่ 7-Eleven อาจทำได้ไม่เต็มที่ในพื้นที่ขนาดเล็ก
• Bao Cafe: ร้านกาแฟที่เน้นความคุ้มค่า (Value for Money) ท้าชน All Café
• Nine Beauty: โซนเครื่องสำอางและความงามที่จัดเต็มกว่าชั้นวางทั่วไป
• Uno: สินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าเบ็ดเตล็ด ราคาประหยัด (แนวเดียวกับ Daiso หรือ Miniso)
• A-Home: สินค้าอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านและเครื่องครัว ซึ่ง 7-Eleven มักจะมีน้อยมาก
3. การใช้ Economy of Scale และ Supply Chain
CJ อยู่ภายใต้เครือ คาราบาวกรุ๊ป (CBG) ซึ่งมีจุดแข็งมหาศาลที่ 7-Eleven ต้องระวัง:
• ระบบกระจายสินค้า: มีรถขนส่งและศูนย์กระจายสินค้าที่แข็งแกร่งจากการส่งเครื่องดื่มชูกำลังเข้าถึงทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ
• สินค้า Exclusive: การมีสินค้าในเครือตนเองทำให้บริหารจัดการกำไร (Margin) ได้ดีกว่า และสามารถจัดโปรโมชั่น "ตัดราคา" ได้ดุดันกว่าในบางกลุ่มสินค้า
4. สรุปเปรียบเทียบจุดปะทะ
การเป็น Fast Follower ของ CJ More ไม่ได้แปลว่าจะชนะด้วยการก๊อปปี้ แต่ชนะด้วยการ "เติมสิ่งที่ขาด" เช่น การให้ความสำคัญกับสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ (Bulk pack) ที่ราคาถูกลง ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มแม่บ้านและร้านอาหารตามสั่งในชุมชนได้ดีกว่าร้านสะดวกซื้อแบบเดิมๆ
CR YouTube MGRonlinevdo
ศึกนี้ใครจะชนะ - ทำไม CJ More จึงไล่ประกบ 7-Eleven ด้วยกลยุทธ์ Fast Follower
นี่คือรายละเอียดการถอดรหัสกลยุทธ์ Fast Follower ของ CJ More ครับ
1. Fast Follower คืออะไรในบริบทของ CJ?
กลยุทธ์ Fast Follower คือการที่แบรนด์ไม่ได้เป็นผู้เริ่มนวัตกรรมใหม่เป็นคนแรก (ซึ่งมักมีความเสี่ยงสูงและค่าใช้จ่ายเยอะ) แต่จะคอยสังเกตการณ์ว่าเจ้าตลาด (First Mover อย่าง 7-Eleven) ทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จ จากนั้นจึงกระโดดเข้าทำตามอย่างรวดเร็ว โดย "แก้ไขจุดอ่อน" หรือ "เพิ่มมูลค่า" ให้ดีกว่าเดิม
วิธีที่ CJ ใช้ประกบ 7-Eleven:
• การเลือกทำเล: ในขณะที่ 7-Eleven ยึดหัวหาดทุกหัวมุมถนน CJ จะเน้นทำเลในแหล่งชุมชนรอง หรือย่านที่อยู่อาศัยที่หนาแน่นแต่ 7-Eleven อาจจะยังเข้าไม่ถึงในสเกลใหญ่ โดยเน้นพื้นที่จอดรถที่กว้างขวางกว่า
• การขยายสาขา: เมื่อเห็นว่าโมเดลร้านสะดวกซื้อในปั๊มหรือชุมชนเติบโต CJ ก็เร่งสปีดขยายสาขาตามทันที โดยปัจจุบันมีมากกว่า 1,000 สาขาแล้ว
2. กลยุทธ์ "More" ที่เหนือกว่าแค่ร้านสะดวกซื้อ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ CJ แตกต่างจาก 7-Eleven คือการเปลี่ยนจาก Convenience Store เป็น "Community Center" ผ่านโมเดล Multi-Brand Anchor ภายในพื้นที่เดียว ซึ่งเป็นการอุดช่องว่างที่ 7-Eleven อาจทำได้ไม่เต็มที่ในพื้นที่ขนาดเล็ก
• Bao Cafe: ร้านกาแฟที่เน้นความคุ้มค่า (Value for Money) ท้าชน All Café
• Nine Beauty: โซนเครื่องสำอางและความงามที่จัดเต็มกว่าชั้นวางทั่วไป
• Uno: สินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าเบ็ดเตล็ด ราคาประหยัด (แนวเดียวกับ Daiso หรือ Miniso)
• A-Home: สินค้าอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านและเครื่องครัว ซึ่ง 7-Eleven มักจะมีน้อยมาก
3. การใช้ Economy of Scale และ Supply Chain
CJ อยู่ภายใต้เครือ คาราบาวกรุ๊ป (CBG) ซึ่งมีจุดแข็งมหาศาลที่ 7-Eleven ต้องระวัง:
• ระบบกระจายสินค้า: มีรถขนส่งและศูนย์กระจายสินค้าที่แข็งแกร่งจากการส่งเครื่องดื่มชูกำลังเข้าถึงทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ
• สินค้า Exclusive: การมีสินค้าในเครือตนเองทำให้บริหารจัดการกำไร (Margin) ได้ดีกว่า และสามารถจัดโปรโมชั่น "ตัดราคา" ได้ดุดันกว่าในบางกลุ่มสินค้า
4. สรุปเปรียบเทียบจุดปะทะ
การเป็น Fast Follower ของ CJ More ไม่ได้แปลว่าจะชนะด้วยการก๊อปปี้ แต่ชนะด้วยการ "เติมสิ่งที่ขาด" เช่น การให้ความสำคัญกับสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ (Bulk pack) ที่ราคาถูกลง ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มแม่บ้านและร้านอาหารตามสั่งในชุมชนได้ดีกว่าร้านสะดวกซื้อแบบเดิมๆ
CR YouTube MGRonlinevdo