เป็นเรื่องสิ่งที่เจ็บปวดมากที่สุดในชีวิตนี้
ย้อนกลับไปเมื่อตอนปี2566 ปีนั้นผมกำลังเรียนม.6และกำลังจะจบการศึกษา
ณ ตอนนั้นผมกำลังคบกับรุ่นมหาลัยที่ห่างกัน2ปี
ก่อนผมจะเจอเขาผมผมวางแผนกับที่บ้านว่าเรียนจบมัธยม จะเข้าไปเรียนต่อที่กรุงเทพ และทำงาน
มันคือความฝันผมตั้งแต่เด็กเลยที่จะไปที่นั้น
ตอนที่ครบกันผมก็ไปหาเข้าอยู่บ่อยครั้ง
จนทั้งกระทั่งคิดว่าเขาเป็นโลกทั้งใบของเรา
ในณะตอนนั้น เธอคนนี้ก็เป็นแฟนคนแรกของเรา จนกระทั้งจบม.6ผมมีความคิดในหัวจะบอกเลิกก่อนผมจะไปกรุงเทพเพื่อเรียนต่อที่นั้น คิดตลอดว่าจะบอกเลิกยังไง มีครั้งหนึ่งผมโทรไปบอกเหตุผลว่าจะไปเรียนต่อที่กรุงเทพ สรุปเธอไม่เข้าใจเธอเอาแต่ความคิดตัวว่าเรียนตรงไหนมันก็เหมือน
กันแหละ ก่อนหน้านั้นผมเคยยื่นใบสมัคร
เข้าไปมหาลัยที่เธออยู่ ตอนนั้นมีความคิดอยู่กับเขารักเขามากจนไม่ลืนหูลืนตาจนกระปิดเทอมเราทั้งสองอยู่ห่างกันมาก
จนกระทั้งที่บ้านถามเรื่องเข้าไปเรียนกรุงเทพก็ได้สติทันที ตอนนั้นวางแผนหาคอนโดและที่เรียนเรียบร้อยแล้ว และก็คิดทบทวนว่าถ้าเลือกไปใช้ชีวิตที่เดียวกับแฟนชีวิตอาจจะไม่ได้ไปไกลกว่านี้ และ ไปกรุงเทพจะมีชีวิตดีกว่าอยู่ตรงนั้นแน่นอน
ก่อนผมจะเข้ากรุงเทพ1อาทิตย์
เธอกลับมาเพราะจะเปิดเทอมผม ไปหาเธอที่
มหาลัย และบอกเหตุผลอย่างว่าจะไปกรุงเทพ
แต่เธอโกรธและเสียใจเธออยากให้อยู่ที่นี้กับเธอเพราะเคยคุยกันไว้ว่าเราจะอยู่ด้วยกัน พอผมเห็นน้ำตาเธอผมกลับลืมความฝันตัวเองว่าจะไปเรียนต่อกรุงเทพที่เคยฝันไว้ ตอนนั้นผมโทรไปหาพี่สาวและบอกว่าจะอยู่จังหวัดเลยและเรียนที่นี้
พี่สาวผมเสียใจมากเพราะผมเคยวางแผนกับพี่สาวไว้กลับกายเป็นศูนย์คือพี่สาวเขาก็อยากให้ผมมีอนาคตที่ดีแหละ
แล้วพี่สาวผมก็โอนเงินมา 60000บาท
เพื่อเป็นค่าเทอมที่นี้และค่าใช้จ่ายต่างๆ
คือผมมีเงินเก็บอีกจำนวนหนึ่งรวมก็เกือบหนึ่งแสนบาท
ผมเอาเงินเหล่านั้นไปซื้อคอมหรือของต่างๆ
จุดเปลี่ยนและมรสุมชีวิต
จนกระทั้งเรียนปีหนึ่งจบผ่านไปผมมีเรื่องค่าใช้จ่าย
เพราะเงินเก็บหมดและพี่สาวหยุดส่งเงินรายเดือนเพราะพี่มีปัญหาเกี่ยวกับการเงินเลยหยุดส่ง
ผมไม่ได้บอกให้ครอบรู้จนกระทั้งหมดหนทางจริงๆผมเลยเอ่ยปากขอพ่อและบอกเหตุต่างๆจากนั้นพ่อก็ส่งมาตลอดแต่พ่อก็ไม่สามารถสนับสนุนการเงินอย่างเต็มที่เลยมีปัญหาเรื่องหลักๆ
จนผมกลับมาคิดอีกครั้ง ถ้าเลือกไปอยู่กรุงเทพคงมีโอกาสดีกว่านี้เพราะที่นั้นถึงไม่มีเงินก็สามารถทำงานได้เพราะเมืองใหญ่สามารถหางานได้ง่าย
จนผมเครียดปัญหาเรื่องนี้มาตลอด แถมเธอยังเคยนอกใจไปคุยกับคนอื่นเลยมีความว่าที่เราเลือกอยู่กับเขาตรงนี้เราคิดถูกมั้ยวะ ยอมรับว่าตอนนั้นเสียใจมาก จากนั้นเราะก็ทะเลาะกันมาตลอดมา
ผมเรียนถึงปีสามมาทำงานพาสทาม
เป็นตอนกลางคืนคือร้านเหล้า
เข้างาน 17:30 เลิก 01:00
ตอนเช้าไปเรียนกลางคืนทำงานทำอย่างนั้นทุกวันจนผมคิดอยู่ในหัวประจำว่าทำเราไม่เลือกสิ่งเราตั้งเป้าหมายตั้งแต่แรก ผมเลยบอกเลิกเธอไปเพราะ
เธอทำให้ผมมาถึงจุดนี้และ เธอเคยหักหลังจากการนอกใจทั้งที่เราเลือกที่อยู่กลับเธอตรงนี้
ผมทำงานร้านเหล้าผมยอมรับว่าติดแสงสีและมีเรื่องผู้หญิงเข้ามาผมมีความคิดว่าทีเขายังทำได้เลยทำไมเราถึงทำไมได้ พอเธอรู้เราสองคนเลยจบกันไม่ดีเท่าไหร่ ชีวิตผมพังสุดๆเพราะเลือกอยู่ตรงนี้
ปีสามเทอม2
จนกระทั้งผมออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพนักศึกของมหาลัย ผมทำงานตอนเช้า8:30 เลิก16:30
และงานพาสทามต่อ17:30 รู้สึกชีวิตตัวเองวุ่นสุดๆ
ทั้งงานที่ออกฝึก และ งานพาสทามที่ต้องหาเลี้ยงชีพ
ตอนนั้นร่างกายป่วยบ่อยมากเหมือนทำงานหาเงินเพื่อมารักษาตังเอง เลยตัดสินใจออกจากงานทั้งที่ทำมาเกือบปีและกลับมาขอเงินพ่อ เพราะผมคิดว่าพ่อหน้าจะไหวอยู่เพราะเป็นช่วงที่พ่อรับส่งอ้อยเข้าโรงงานน้ำตาลพอดี
แต่สุดท้ายจากแสงก็ดับลงพ่อเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกคว่ำพ่อโดนตำรวจจับข้อหาเมาแล้วขับเงินที่พ่อหามาก็นำไปประกันตัวและจ้างทนายเพราะได้ขึ้นสาร
ตอนนี้ผมยังค้างค่าเทอมมหาลัย และยังเข้าโรงพยาบาลเพราะอุบัติรถชน เพราะรถกะบะตัด(มอเตอร์ไซค์ที่ผมกำลังขี่ไปทำงาน หมอว่ากระดูกคอเคลื่อนดีที่ยังไม่ทับเส้นประสาท
ส่วนเรื่องค่ารักษาผมสำรองจ่ายก่อนและยืมพี่สาวมาออกก่อน ตอนนี้แหละคือฉนวนเกินที่ผมเครียดเข้าไปอีก คือผมเบิกประกันมหาลัยมาแล้วละคิดว่าเบิกพรบ ต่ออีกอีกแล้วผมเอาเงินประไปจ่ายค่าหอแล้วก็ใช้จ่ายไต่างๆ ก่อนหน้านั้นผมเคยยืมเงินพี่สาวมาจ่ายค่าเทอมก่อน ตอนนั้นผมทำงานร้านเหล้าอยู่ด้วยคิดว่าจะมีเงินมาคืน แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากค่าแรงน้อย ผมต้องแบ่งจ่าย ค่าหอ ค่าเน็ตมือถือ และค่ากิน ซึ่งผมทำตามคำสัญญามั่นสัญญาที่รับปากไว้ไม่ได้หลังจากเหมือนพี่จะตัดขาดกับผมทำผมไม่สามารถติดต่อพี่ได้เลย
ผมเสียใจเหลือเกินกับการตัดสินใจที่ผิดพลาด... ตอนนี้ผมมืดแปดด้าน ไม่รู้จะเดินต่อไปยังไงดีกับชีวิตนี้ ไม่มีเงิน ไม่งาน ชีวิตว่างเปล่า
เลือกเส้นทางชีวิตตัวเองผิด กับ4ปีกับแห่งความว่างป่าว
ย้อนกลับไปเมื่อตอนปี2566 ปีนั้นผมกำลังเรียนม.6และกำลังจะจบการศึกษา
ณ ตอนนั้นผมกำลังคบกับรุ่นมหาลัยที่ห่างกัน2ปี
ก่อนผมจะเจอเขาผมผมวางแผนกับที่บ้านว่าเรียนจบมัธยม จะเข้าไปเรียนต่อที่กรุงเทพ และทำงาน
มันคือความฝันผมตั้งแต่เด็กเลยที่จะไปที่นั้น
ตอนที่ครบกันผมก็ไปหาเข้าอยู่บ่อยครั้ง
จนทั้งกระทั่งคิดว่าเขาเป็นโลกทั้งใบของเรา
ในณะตอนนั้น เธอคนนี้ก็เป็นแฟนคนแรกของเรา จนกระทั้งจบม.6ผมมีความคิดในหัวจะบอกเลิกก่อนผมจะไปกรุงเทพเพื่อเรียนต่อที่นั้น คิดตลอดว่าจะบอกเลิกยังไง มีครั้งหนึ่งผมโทรไปบอกเหตุผลว่าจะไปเรียนต่อที่กรุงเทพ สรุปเธอไม่เข้าใจเธอเอาแต่ความคิดตัวว่าเรียนตรงไหนมันก็เหมือน
กันแหละ ก่อนหน้านั้นผมเคยยื่นใบสมัคร
เข้าไปมหาลัยที่เธออยู่ ตอนนั้นมีความคิดอยู่กับเขารักเขามากจนไม่ลืนหูลืนตาจนกระปิดเทอมเราทั้งสองอยู่ห่างกันมาก
จนกระทั้งที่บ้านถามเรื่องเข้าไปเรียนกรุงเทพก็ได้สติทันที ตอนนั้นวางแผนหาคอนโดและที่เรียนเรียบร้อยแล้ว และก็คิดทบทวนว่าถ้าเลือกไปใช้ชีวิตที่เดียวกับแฟนชีวิตอาจจะไม่ได้ไปไกลกว่านี้ และ ไปกรุงเทพจะมีชีวิตดีกว่าอยู่ตรงนั้นแน่นอน
ก่อนผมจะเข้ากรุงเทพ1อาทิตย์
เธอกลับมาเพราะจะเปิดเทอมผม ไปหาเธอที่
มหาลัย และบอกเหตุผลอย่างว่าจะไปกรุงเทพ
แต่เธอโกรธและเสียใจเธออยากให้อยู่ที่นี้กับเธอเพราะเคยคุยกันไว้ว่าเราจะอยู่ด้วยกัน พอผมเห็นน้ำตาเธอผมกลับลืมความฝันตัวเองว่าจะไปเรียนต่อกรุงเทพที่เคยฝันไว้ ตอนนั้นผมโทรไปหาพี่สาวและบอกว่าจะอยู่จังหวัดเลยและเรียนที่นี้
พี่สาวผมเสียใจมากเพราะผมเคยวางแผนกับพี่สาวไว้กลับกายเป็นศูนย์คือพี่สาวเขาก็อยากให้ผมมีอนาคตที่ดีแหละ
แล้วพี่สาวผมก็โอนเงินมา 60000บาท
เพื่อเป็นค่าเทอมที่นี้และค่าใช้จ่ายต่างๆ
คือผมมีเงินเก็บอีกจำนวนหนึ่งรวมก็เกือบหนึ่งแสนบาท
ผมเอาเงินเหล่านั้นไปซื้อคอมหรือของต่างๆ
จุดเปลี่ยนและมรสุมชีวิต
จนกระทั้งเรียนปีหนึ่งจบผ่านไปผมมีเรื่องค่าใช้จ่าย
เพราะเงินเก็บหมดและพี่สาวหยุดส่งเงินรายเดือนเพราะพี่มีปัญหาเกี่ยวกับการเงินเลยหยุดส่ง
ผมไม่ได้บอกให้ครอบรู้จนกระทั้งหมดหนทางจริงๆผมเลยเอ่ยปากขอพ่อและบอกเหตุต่างๆจากนั้นพ่อก็ส่งมาตลอดแต่พ่อก็ไม่สามารถสนับสนุนการเงินอย่างเต็มที่เลยมีปัญหาเรื่องหลักๆ
จนผมกลับมาคิดอีกครั้ง ถ้าเลือกไปอยู่กรุงเทพคงมีโอกาสดีกว่านี้เพราะที่นั้นถึงไม่มีเงินก็สามารถทำงานได้เพราะเมืองใหญ่สามารถหางานได้ง่าย
จนผมเครียดปัญหาเรื่องนี้มาตลอด แถมเธอยังเคยนอกใจไปคุยกับคนอื่นเลยมีความว่าที่เราเลือกอยู่กับเขาตรงนี้เราคิดถูกมั้ยวะ ยอมรับว่าตอนนั้นเสียใจมาก จากนั้นเราะก็ทะเลาะกันมาตลอดมา
ผมเรียนถึงปีสามมาทำงานพาสทาม
เป็นตอนกลางคืนคือร้านเหล้า
เข้างาน 17:30 เลิก 01:00
ตอนเช้าไปเรียนกลางคืนทำงานทำอย่างนั้นทุกวันจนผมคิดอยู่ในหัวประจำว่าทำเราไม่เลือกสิ่งเราตั้งเป้าหมายตั้งแต่แรก ผมเลยบอกเลิกเธอไปเพราะ
เธอทำให้ผมมาถึงจุดนี้และ เธอเคยหักหลังจากการนอกใจทั้งที่เราเลือกที่อยู่กลับเธอตรงนี้
ผมทำงานร้านเหล้าผมยอมรับว่าติดแสงสีและมีเรื่องผู้หญิงเข้ามาผมมีความคิดว่าทีเขายังทำได้เลยทำไมเราถึงทำไมได้ พอเธอรู้เราสองคนเลยจบกันไม่ดีเท่าไหร่ ชีวิตผมพังสุดๆเพราะเลือกอยู่ตรงนี้
ปีสามเทอม2
จนกระทั้งผมออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพนักศึกของมหาลัย ผมทำงานตอนเช้า8:30 เลิก16:30
และงานพาสทามต่อ17:30 รู้สึกชีวิตตัวเองวุ่นสุดๆ
ทั้งงานที่ออกฝึก และ งานพาสทามที่ต้องหาเลี้ยงชีพ
ตอนนั้นร่างกายป่วยบ่อยมากเหมือนทำงานหาเงินเพื่อมารักษาตังเอง เลยตัดสินใจออกจากงานทั้งที่ทำมาเกือบปีและกลับมาขอเงินพ่อ เพราะผมคิดว่าพ่อหน้าจะไหวอยู่เพราะเป็นช่วงที่พ่อรับส่งอ้อยเข้าโรงงานน้ำตาลพอดี
แต่สุดท้ายจากแสงก็ดับลงพ่อเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกคว่ำพ่อโดนตำรวจจับข้อหาเมาแล้วขับเงินที่พ่อหามาก็นำไปประกันตัวและจ้างทนายเพราะได้ขึ้นสาร
ตอนนี้ผมยังค้างค่าเทอมมหาลัย และยังเข้าโรงพยาบาลเพราะอุบัติรถชน เพราะรถกะบะตัด(มอเตอร์ไซค์ที่ผมกำลังขี่ไปทำงาน หมอว่ากระดูกคอเคลื่อนดีที่ยังไม่ทับเส้นประสาท
ส่วนเรื่องค่ารักษาผมสำรองจ่ายก่อนและยืมพี่สาวมาออกก่อน ตอนนี้แหละคือฉนวนเกินที่ผมเครียดเข้าไปอีก คือผมเบิกประกันมหาลัยมาแล้วละคิดว่าเบิกพรบ ต่ออีกอีกแล้วผมเอาเงินประไปจ่ายค่าหอแล้วก็ใช้จ่ายไต่างๆ ก่อนหน้านั้นผมเคยยืมเงินพี่สาวมาจ่ายค่าเทอมก่อน ตอนนั้นผมทำงานร้านเหล้าอยู่ด้วยคิดว่าจะมีเงินมาคืน แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากค่าแรงน้อย ผมต้องแบ่งจ่าย ค่าหอ ค่าเน็ตมือถือ และค่ากิน ซึ่งผมทำตามคำสัญญามั่นสัญญาที่รับปากไว้ไม่ได้หลังจากเหมือนพี่จะตัดขาดกับผมทำผมไม่สามารถติดต่อพี่ได้เลย
ผมเสียใจเหลือเกินกับการตัดสินใจที่ผิดพลาด... ตอนนี้ผมมืดแปดด้าน ไม่รู้จะเดินต่อไปยังไงดีกับชีวิตนี้ ไม่มีเงิน ไม่งาน ชีวิตว่างเปล่า