เรื่องนี้ส่วนตัวคิดไว้ละ ว่าเดี๋ยวมันต้องมีประเด็นหนักๆ เข้ามาเป็นอุปสรรคความรักของพระนาง แต่ก็อึดอัดใจกับพวกตัวละครสมทบเหลือเกิน
ขอเริ่มที่พล็อตก่อน ส่วนตัวค่อนข้างชอบพล็อตนี้นะ วิธีเล่าก็ดีอยู่(มีส่วนที่ติ) เรื่องคือเริ่มเล่าตั้งแต่ที่พระนางเจอกัน เริ่มจีบกัน จนถึงวันที่จับมือจะแต่งงานและใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน ...แต่กลับมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น
เคมีระหว่างสองนักแสดง เรามองว่าทั้งคู่แสดงมันออกมาได้ค่อนข้างน่ารักมาก ในช่วงที่รักหวานชื่น และก็ทำมันออกมาได้ดีมาก ในช่วงที่ทั้งเอ็มม่าและชาร์ลีต่างกังวลกับเรื่องชีวิตคู่ของตัวเอง (เอาจริง เรื่องนี้เราเเอบมีความประทับใจเพิ่ม เพราะได้เห็นโรเบิร์ต แพตติงสันบนจอเงินอีกครั้งด้วย เพราะไม่ได้ดูเขาในโรงมาเป็นปีละ) เซนดาย่าในเรื่องคือสวยมาก มีเสน่ห์มาก
ในส่วนที่เริ่มเล่าถึงประเด็นที่จะมากลายเป็นปัญหาใหญ่ของเนื้อเรื่อง เรามองว่าเขาปูบรรยากาศระหว่างเพื่อน 4 คนมาได้ธรรมชาติดี ไม่ได้พยายามใช้เพลงบิ้วเยอะจนน่ารำคาญ จะเป็นตัวละคร(บท)นี่แหละที่ทำให้เรารู้สึกรำคาญเอง
ด้วยความที่ตัวเราเองนั้นไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริง + รู้ว่ายังไงนางเอกก็ไม่ได้คิดจะฆ่าใครอีกแล้ว คือมันทำให้เราต้องอยู่ข้างนางเอกอยู่แล้ว ในหัวเราก็คือคิดตลอดอ่ะ ว่าเอ็มม่ามันไม่เคยได้ทำเรื่องร้ายแรงนั้นจริงๆ ไง แค่คิดและวางแผนจริงจังว่าจะทำ แต่พอเกิดเหตุที่คนอื่นทำก่อนจนทำให้เธอได้รู้ว่าแผนการกราดยิงของเธอมันเลวร้ายแค่ไหน และไม่คูลเลย เธอก็คิดได้ว่าอย่าทำ ยิ่งพอได้มีเพื่อนให้ร่วมแชร์ประสบการณ์และความเจ็บปวดด้วย เธอก็ไม่จำเป็นต้องคิดถึงมันอีกเลย ต่างจากคนอื่นที่เคยทำร้ายและรังแกใครไปแล้วจริงๆ แต่กลับเอาแต่มองว่าเธอมันเป็นฆาตกรโรคจิต
ซึ่งนี่ก็พยายามเปิดใจกว้างๆ นะ ว่าถ้าเราเป็นเพื่อนคนนั้น ที่ไม่ได้รู้จักเอ็มม่ามากขนาดนั้น พึ่งได้มาเป็นเพื่อนกับเธอ เพราะเธอเป็นแฟนของเพื่อนแฟนเราอีกที เราก็อาจจะระแวงนั่นแหละ
นอกนั้นก็ชาร์ลี ชาร์ลีคือคนที่ควรจะเข้าใจเอ็มม่าที่สุดอ่ะ ว่าเอ็มม่าอยู่ไกลจากจุดที่ต้องการจะทำร้ายใครแล้ว แต่พอรู้เรื่องอดีตนี้ ก็ดันเอาแต่ระแวงและเครียดจนเผลอไปรุ่มร่ามกับผู้หญิงคนอื่น เอาแต่พูดเรื่องเอ็มม่าควรไปปรึกษา ทั้งที่จริงๆ เรามองว่าควร
ไปด้วยกันเลยมากกว่า
เรื่องการแสดง เรามองว่าทุกคนทำดีนะ ซีนจบค่อนข้างชอบเหมือนกัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ชอบการกลับมาเริ่มถามทำความรู้จักใหม่อีกครั้ง เพราะช่วงกลางเรื่องทั้งคู่เคยพยายามจะทำแบบเริ่มใหม่แล้วครั้งหนึ่ง แต่สรุปไม่รอด พอตอนจบ สามารถพูดทำความรู้จักกันใหม่ได้ แล้วจับมือกันแบบคอมพลีสเลยรู้สึกว่าประทับใจกับความรักอันมากมายของทั้งคู่ ที่แม้จะระแวงเรื่องนี้ยังไงแต่มันก็รักอีกฝ่ายมากเกินกว่าจะแยกกันไปอยู่ดี
มาในส่วนที่จะติบ้าง
อย่างแรกเรามองว่าส่วนที่เอ็มม่าเล่าอดีต จริงๆ เขาสามารถขยี้ความดราม่า เทคไทม์เล่าเรื่องดีเทลเกี่ยวกับการกราดยิงที่ทำให้เด็กโรงเรียนของเธอตายได้ โชว์ให้เห็นความเสียใจของคนในโรงเรียนมากกว่านี้ เพื่อให้เราเห็นจริงๆ ว่าเอ็มม่าเห็นความสูญเสียนี้ จนเป็นการจุดประกายให้ล้มเลิกความคิดที่จะมาทำเรื่องกราดยิงที่โรงเรียนได้ แทนการเล่าเร็วๆ ในหนัง(ก็พอเข้าใจได้แหละ ว่าอยากเอาเวลาไปใช้กับอย่างอื่น)
นอกนั้นก็การเล่าที่เนือย คือส่วนตัวเราไม่ได้มีปัญหาอะไรกับส่วนนี้มาก แต่คิดว่าเพราะมันเล่าแต่ความวิกลจริตของพระเอกเป็นหลัก เราคิดว่าจริงๆ น่าจะสามารถมีวิธีเล่าที่ใส่ประเด็นอื่นเข้ามาเพิ่มได้ เพราะนี่ไม่ได้ไปดูคนเดียววันนั้น เพื่อนที่ไปด้วย เอาแต่บ่นเรื่องหนังมันน่าเบื่อมาก เล่าแต่ความกังวลจนโรคจิตของพระเอกอย่างเดียวเลย
คือนี่ก็เข้าใจแหละ ว่าหนังมันอยากโฟกัสว่ามันดราม่าขนาดนี้ สรุปพระเอกมันจะแต่งไหมตอนท้ายไรงี้ แต่ก็คิดว่าจุดนี้ก็คงเป็นจุดอ่อนที่ทำให้คนดูคนอื่นอาจจะเอามาหักคะแนนหลายคนเหมือนกัน
แต่ส่วนตัวเรามองว่า เราไม่ได้เครียดขนาดนั้นกับการดูเรื่องนี้ หรือไม่ได้มองว่ามันดราม่าสำหรับเราขนาดนั้นเหมือนกัน แต่ประทับใจกับตอนจบนะ เป็นหนังที่ตอนดู ดูได้เรื่อยๆ ไม่ถึงขั้นหลับ แต่ก็อาจจะแค่ครั้งเดียวพอ
[CR] รีวิวความรู้สึกหลังไปดูแต่งก็บ้า..ดราม่าเบอร์นี้ The Drama (จะมีการกล่าวถึงซีนในหนัง)
เรื่องนี้ส่วนตัวคิดไว้ละ ว่าเดี๋ยวมันต้องมีประเด็นหนักๆ เข้ามาเป็นอุปสรรคความรักของพระนาง แต่ก็อึดอัดใจกับพวกตัวละครสมทบเหลือเกิน
ขอเริ่มที่พล็อตก่อน ส่วนตัวค่อนข้างชอบพล็อตนี้นะ วิธีเล่าก็ดีอยู่(มีส่วนที่ติ) เรื่องคือเริ่มเล่าตั้งแต่ที่พระนางเจอกัน เริ่มจีบกัน จนถึงวันที่จับมือจะแต่งงานและใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน ...แต่กลับมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น
เคมีระหว่างสองนักแสดง เรามองว่าทั้งคู่แสดงมันออกมาได้ค่อนข้างน่ารักมาก ในช่วงที่รักหวานชื่น และก็ทำมันออกมาได้ดีมาก ในช่วงที่ทั้งเอ็มม่าและชาร์ลีต่างกังวลกับเรื่องชีวิตคู่ของตัวเอง (เอาจริง เรื่องนี้เราเเอบมีความประทับใจเพิ่ม เพราะได้เห็นโรเบิร์ต แพตติงสันบนจอเงินอีกครั้งด้วย เพราะไม่ได้ดูเขาในโรงมาเป็นปีละ) เซนดาย่าในเรื่องคือสวยมาก มีเสน่ห์มาก
ในส่วนที่เริ่มเล่าถึงประเด็นที่จะมากลายเป็นปัญหาใหญ่ของเนื้อเรื่อง เรามองว่าเขาปูบรรยากาศระหว่างเพื่อน 4 คนมาได้ธรรมชาติดี ไม่ได้พยายามใช้เพลงบิ้วเยอะจนน่ารำคาญ จะเป็นตัวละคร(บท)นี่แหละที่ทำให้เรารู้สึกรำคาญเอง
ด้วยความที่ตัวเราเองนั้นไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริง + รู้ว่ายังไงนางเอกก็ไม่ได้คิดจะฆ่าใครอีกแล้ว คือมันทำให้เราต้องอยู่ข้างนางเอกอยู่แล้ว ในหัวเราก็คือคิดตลอดอ่ะ ว่าเอ็มม่ามันไม่เคยได้ทำเรื่องร้ายแรงนั้นจริงๆ ไง แค่คิดและวางแผนจริงจังว่าจะทำ แต่พอเกิดเหตุที่คนอื่นทำก่อนจนทำให้เธอได้รู้ว่าแผนการกราดยิงของเธอมันเลวร้ายแค่ไหน และไม่คูลเลย เธอก็คิดได้ว่าอย่าทำ ยิ่งพอได้มีเพื่อนให้ร่วมแชร์ประสบการณ์และความเจ็บปวดด้วย เธอก็ไม่จำเป็นต้องคิดถึงมันอีกเลย ต่างจากคนอื่นที่เคยทำร้ายและรังแกใครไปแล้วจริงๆ แต่กลับเอาแต่มองว่าเธอมันเป็นฆาตกรโรคจิต
ซึ่งนี่ก็พยายามเปิดใจกว้างๆ นะ ว่าถ้าเราเป็นเพื่อนคนนั้น ที่ไม่ได้รู้จักเอ็มม่ามากขนาดนั้น พึ่งได้มาเป็นเพื่อนกับเธอ เพราะเธอเป็นแฟนของเพื่อนแฟนเราอีกที เราก็อาจจะระแวงนั่นแหละ
นอกนั้นก็ชาร์ลี ชาร์ลีคือคนที่ควรจะเข้าใจเอ็มม่าที่สุดอ่ะ ว่าเอ็มม่าอยู่ไกลจากจุดที่ต้องการจะทำร้ายใครแล้ว แต่พอรู้เรื่องอดีตนี้ ก็ดันเอาแต่ระแวงและเครียดจนเผลอไปรุ่มร่ามกับผู้หญิงคนอื่น เอาแต่พูดเรื่องเอ็มม่าควรไปปรึกษา ทั้งที่จริงๆ เรามองว่าควรไปด้วยกันเลยมากกว่า
เรื่องการแสดง เรามองว่าทุกคนทำดีนะ ซีนจบค่อนข้างชอบเหมือนกัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
มาในส่วนที่จะติบ้าง
อย่างแรกเรามองว่าส่วนที่เอ็มม่าเล่าอดีต จริงๆ เขาสามารถขยี้ความดราม่า เทคไทม์เล่าเรื่องดีเทลเกี่ยวกับการกราดยิงที่ทำให้เด็กโรงเรียนของเธอตายได้ โชว์ให้เห็นความเสียใจของคนในโรงเรียนมากกว่านี้ เพื่อให้เราเห็นจริงๆ ว่าเอ็มม่าเห็นความสูญเสียนี้ จนเป็นการจุดประกายให้ล้มเลิกความคิดที่จะมาทำเรื่องกราดยิงที่โรงเรียนได้ แทนการเล่าเร็วๆ ในหนัง(ก็พอเข้าใจได้แหละ ว่าอยากเอาเวลาไปใช้กับอย่างอื่น)
นอกนั้นก็การเล่าที่เนือย คือส่วนตัวเราไม่ได้มีปัญหาอะไรกับส่วนนี้มาก แต่คิดว่าเพราะมันเล่าแต่ความวิกลจริตของพระเอกเป็นหลัก เราคิดว่าจริงๆ น่าจะสามารถมีวิธีเล่าที่ใส่ประเด็นอื่นเข้ามาเพิ่มได้ เพราะนี่ไม่ได้ไปดูคนเดียววันนั้น เพื่อนที่ไปด้วย เอาแต่บ่นเรื่องหนังมันน่าเบื่อมาก เล่าแต่ความกังวลจนโรคจิตของพระเอกอย่างเดียวเลย
คือนี่ก็เข้าใจแหละ ว่าหนังมันอยากโฟกัสว่ามันดราม่าขนาดนี้ สรุปพระเอกมันจะแต่งไหมตอนท้ายไรงี้ แต่ก็คิดว่าจุดนี้ก็คงเป็นจุดอ่อนที่ทำให้คนดูคนอื่นอาจจะเอามาหักคะแนนหลายคนเหมือนกัน
แต่ส่วนตัวเรามองว่า เราไม่ได้เครียดขนาดนั้นกับการดูเรื่องนี้ หรือไม่ได้มองว่ามันดราม่าสำหรับเราขนาดนั้นเหมือนกัน แต่ประทับใจกับตอนจบนะ เป็นหนังที่ตอนดู ดูได้เรื่อยๆ ไม่ถึงขั้นหลับ แต่ก็อาจจะแค่ครั้งเดียวพอ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้