คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
เอางี้
ยกมือตัวเองมาดูนะ แล้วหยิบปากกามาด้ามนึง สมมุติว่าปากกาเป็นสายไฟนะ
พอเอามือจับปากกา .... มือจะกำเข้าหากัน ซึ่งถ้าไปจับสายไฟ ตายแหงๆ แกะไม่ออกด้วย อยู่ท่านั้นเลย
อ่ะ เอาปากกาวางที่พื้น ลองเอาเท้าเหยียบดูสิ ยังไงๆ เท้าก็ไม่งุ้มกำปากกา (สายไฟ) ได้เลย
ดังนั้นจึงสามารถกระตุกเท้าออกได้เองเมื่อรู้สึกโดนไฟดูด
แค่นี้แหละ ง่ายๆ
ยกมือตัวเองมาดูนะ แล้วหยิบปากกามาด้ามนึง สมมุติว่าปากกาเป็นสายไฟนะ
พอเอามือจับปากกา .... มือจะกำเข้าหากัน ซึ่งถ้าไปจับสายไฟ ตายแหงๆ แกะไม่ออกด้วย อยู่ท่านั้นเลย
อ่ะ เอาปากกาวางที่พื้น ลองเอาเท้าเหยียบดูสิ ยังไงๆ เท้าก็ไม่งุ้มกำปากกา (สายไฟ) ได้เลย
ดังนั้นจึงสามารถกระตุกเท้าออกได้เองเมื่อรู้สึกโดนไฟดูด
แค่นี้แหละ ง่ายๆ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
เอาเท้าแตะสายไฟ อันตรายจริงไหม? สรุปตามหลักไฟฟ้าแบบเข้าใจง่าย
ร่างกายมนุษย์นำไฟฟ้าได้
ร่างกายมีน้ำและเกลือแร่ ทำให้สามารถเป็นตัวนำไฟฟ้าได้ โดยเฉพาะเมื่อผิวหนังเปียก ความต้านทานไฟฟ้าจะลดลงทันที
อันตรายไม่ได้อยู่ที่ “แตะหรือไม่แตะ” แต่อยู่ที่ “มีไฟรั่วหรือไม่”
ถ้าสายไฟอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไฟจะไหลอยู่ภายในสาย
แต่ถ้าฉนวนชำรุด หรือมีไฟรั่ว กระแสไฟสามารถไหลออกมาที่ผิวสายได้
ไฟฟ้าจะไหลเมื่อวงจรครบ
ถ้าเราไปแตะสายที่มีไฟรั่ว และร่างกายเราสัมผัสพื้น (โดยเฉพาะพื้นเปียก)
จะเกิด “ทางเดินของกระแสไฟ” จากสาย → ผ่านร่างกาย → ลงสู่พื้นทันที
ค่าไฟบ้าน 220 โวลต์ อันตรายได้
กระแสไฟเพียง 30 มิลลิแอมป์ ก็สามารถทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้แล้ว
ซึ่งไฟบ้านมีศักยภาพมากพอที่จะทำให้เกิดอันตรายรุนแรง
ปัจจัยที่ทำให้เสี่ยงมากขึ้น
เท้าเปียก / พื้นเปียก
ไม่มีรองเท้ายางหรือฉนวน
สายไฟเก่า ชำรุด หรือมีรอยแตก
ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในที่ชื้น
อันตรายที่อาจเกิดขึ้น
ไฟดูด (Electric shock)
กล้ามเนื้อหดเกร็ง ควบคุมตัวไม่ได้
หัวใจเต้นผิดจังหวะ
กรณีรุนแรงอาจเสียชีวิต
สรุปคือ
การเอาเท้าไปแตะสายไฟ “ไม่ใช่เรื่องเล็ก”
เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสายเส้นนั้นมีไฟรั่วหรือไม่
เลยอยากถามเพิ่มเติมว่า
มีวิธีตรวจสอบสายไฟเบื้องต้นยังไงบ้าง?
บ้านทั่วไปควรติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันอะไรเพิ่ม เช่น เครื่องตัดไฟรั่ว?
เผื่อเป็นความรู้ไว้ป้องกันตัวเองและคนในบ้านค่ะ