ช่วงนี้กระแสเที่ยวสายสุขภาพ (Wellness) กำลังมาแรง โดยหนึ่งใน Highlight ที่คนไทยและชาวต่างชาติชอบมากก็คือ น้ำพุร้อนในไทย
ทุกคนรู้ไหมครับว่า ประเทศไทยมีแหล่งน้ำพุร้อนกว่า 100 แห่งทั่วประเทศตั้งแต่เหนือจรดใต้ และแต่ละที่ก็มีแร่ธาตุไม่เหมือนกัน

ภาพจาก : กรุงเทพธุรกิจ
น้ำพุร้อนมีหลายแบบ และไม่ได้เหมือนกันหมด หลักๆจะแตกต่างกันที่แร่ธาตุ เช่น
❇️ น้ำพุร้อนกำมะถัน ช่วยเรื่องผิว
❇️ น้ำพุร้อนเกลือ ช่วยผ่อนคลาย ลดปวดเมื่อย
❇️ น้ำพุร้อนโซเดียม ช่วยการไหลเวียนเลือด
❇️ น้ำพุร้อนไบคาร์บอเนต ช่วยบำรุงผิวพรรณ
ดังนั้นไปแต่ละที่ Feel และผลลัพธ์ก็จะต่างกัน
จากข้อมูลด้านสุขภาพ พบว่า การแช่นํ้าพุร้อนมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น
• ลดปวดกล้ามเนื้อ และข้อ เช่น คนที่มีอาการข้อเข่าเสื่อม แช่น้ำอุ่นประมาณ 37–39°C มีรายงานว่าปวดลดลงและขยับดีขึ้น
• กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
• ผ่อนคลายความเครียด
• ช่วยให้ผิวสะอาดและชุ่มชื้นขึ้น
• บางเคสช่วยลดอาการผิวหนังบางชนิด

ภาพจาก : กรุงเทพธุรกิจ
ทั้งนี้ การแช่น้ำร้อนจัดก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน อาจทำให้ความดันขึ้น เสี่ยงหน้ามืด เป็นลม และอาจรุนแรงถึงขั้น Heat stroke โดยกลุ่มที่ควรระวังคือ คนเป็นความดันโลหิตสูง ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคประจำตัว
💡ทริคง่ายๆ :
✅ แช่ครั้งละ 10–20 นาทีพอ
✅ ดื่มน้ำก่อนและระหว่างแช่
✅ ถ้ามึนหรือใจสั่น ให้ขึ้นทันที

ภาพจาก : กรุงเทพธุรกิจ
📍ตัวอย่างน้ำพุร้อนเด่นในไทย :
♨️ San Kamphaeng Hot Springs
• อุณหภูมิสูงจากแหล่งกำเนิด
• มีแร่ธาตุหลายชนิด เช่น แมกนีเซียม สังกะสี
• ปัจจุบันพัฒนาไปถึง Skin care และ Wellness ครบวงจร
♨️ Khlong Thom Hot Springs
• เป็นน้ำพุร้อนเค็มหายากระดับโลก
• ช่วยเรื่องไหลเวียนโลหิต และผิวหนัง
♨️ Raksawarin Hot Spring
• อุณหภูมิประมาณ 40+ องศา
• แช่ 8–10 นาที ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี
• มีแร่ธาตุหลากหลาย ใช้ทั้งสปาและน้ำดื่ม
โดยสรุป น้ำพุร้อนสำหรับสายเที่ยวและสายดูแลสุขภาพ แต่ละที่มีแร่ธาตุที่ให้ผลต่างกัน หากแช่ให้พอดี จะได้ประโยชน์ และหากแช่นานและร้อนเกิน จะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
________________________________
💬คำถามชวนคุยและแลกเปลี่ยนครับ : 🔺
❇️เพื่อนๆเคยไปแช่น้ำพุร้อนที่ไหนในไทยแล้วรู้สึกฟินสุดหรืออยากไปลองที่ไหนกันบ้าง ?
♨️น้ำพุร้อนไทยดีจริงไหม? แช่แล้วช่วยอะไรบ้าง และต้องระวังอะไรบ้างก่อนลงบ่อ
ทุกคนรู้ไหมครับว่า ประเทศไทยมีแหล่งน้ำพุร้อนกว่า 100 แห่งทั่วประเทศตั้งแต่เหนือจรดใต้ และแต่ละที่ก็มีแร่ธาตุไม่เหมือนกัน
ภาพจาก : กรุงเทพธุรกิจ
น้ำพุร้อนมีหลายแบบ และไม่ได้เหมือนกันหมด หลักๆจะแตกต่างกันที่แร่ธาตุ เช่น
❇️ น้ำพุร้อนกำมะถัน ช่วยเรื่องผิว
❇️ น้ำพุร้อนเกลือ ช่วยผ่อนคลาย ลดปวดเมื่อย
❇️ น้ำพุร้อนโซเดียม ช่วยการไหลเวียนเลือด
❇️ น้ำพุร้อนไบคาร์บอเนต ช่วยบำรุงผิวพรรณ
ดังนั้นไปแต่ละที่ Feel และผลลัพธ์ก็จะต่างกัน
จากข้อมูลด้านสุขภาพ พบว่า การแช่นํ้าพุร้อนมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น
• ลดปวดกล้ามเนื้อ และข้อ เช่น คนที่มีอาการข้อเข่าเสื่อม แช่น้ำอุ่นประมาณ 37–39°C มีรายงานว่าปวดลดลงและขยับดีขึ้น
• กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
• ผ่อนคลายความเครียด
• ช่วยให้ผิวสะอาดและชุ่มชื้นขึ้น
• บางเคสช่วยลดอาการผิวหนังบางชนิด
ภาพจาก : กรุงเทพธุรกิจ
ทั้งนี้ การแช่น้ำร้อนจัดก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน อาจทำให้ความดันขึ้น เสี่ยงหน้ามืด เป็นลม และอาจรุนแรงถึงขั้น Heat stroke โดยกลุ่มที่ควรระวังคือ คนเป็นความดันโลหิตสูง ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคประจำตัว
💡ทริคง่ายๆ :
✅ แช่ครั้งละ 10–20 นาทีพอ
✅ ดื่มน้ำก่อนและระหว่างแช่
✅ ถ้ามึนหรือใจสั่น ให้ขึ้นทันที
ภาพจาก : กรุงเทพธุรกิจ
📍ตัวอย่างน้ำพุร้อนเด่นในไทย :
♨️ San Kamphaeng Hot Springs
• อุณหภูมิสูงจากแหล่งกำเนิด
• มีแร่ธาตุหลายชนิด เช่น แมกนีเซียม สังกะสี
• ปัจจุบันพัฒนาไปถึง Skin care และ Wellness ครบวงจร
♨️ Khlong Thom Hot Springs
• เป็นน้ำพุร้อนเค็มหายากระดับโลก
• ช่วยเรื่องไหลเวียนโลหิต และผิวหนัง
♨️ Raksawarin Hot Spring
• อุณหภูมิประมาณ 40+ องศา
• แช่ 8–10 นาที ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี
• มีแร่ธาตุหลากหลาย ใช้ทั้งสปาและน้ำดื่ม
โดยสรุป น้ำพุร้อนสำหรับสายเที่ยวและสายดูแลสุขภาพ แต่ละที่มีแร่ธาตุที่ให้ผลต่างกัน หากแช่ให้พอดี จะได้ประโยชน์ และหากแช่นานและร้อนเกิน จะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
________________________________
💬คำถามชวนคุยและแลกเปลี่ยนครับ : 🔺
❇️เพื่อนๆเคยไปแช่น้ำพุร้อนที่ไหนในไทยแล้วรู้สึกฟินสุดหรืออยากไปลองที่ไหนกันบ้าง ?