ร้านกาแฟเปิดใหม่ในไทยเริ่มชะลอตัวจริง โดยครึ่งปีแรกของปี 2025 มีร้านเปิดใหม่เพียง 5,000 ร้าน ลดลงจาก 7,000 ร้านในปี 2024 แต่ที่น่าสนใจคือยอดขายของร้านกาแฟเดิมกลับโตขึ้น 5% สวนทางกับร้านอาหารทั่วไปที่รายได้ลดลงถึง 14% สัญญาณนี้บ่งบอกว่าตลาดไม่ได้ "ตาย" แต่กำลังคัดกรองตัวเอง โดยร้านที่ไม่มีจุดยืนชัดเจนคือกลุ่มที่เสี่ยงปิดตัว ขณะที่ร้านซึ่งสร้างฐานลูกค้าประจำได้ยังไปต่อได้ดี
.
ปัญหา "ลูกค้าขาจร" เป็นโรคเรื้อรังของคาเฟ่ที่ขายบรรยากาศมากกว่าสินค้า การแข่งขันที่สูงขึ้นทุกวันทำให้แต่ละร้านต้องมีจุดขายที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นสูตรเครื่องดื่มเฉพาะตัว การตกแต่งร้าน หรือการบริการ เพราะมีตัวเลือกมากขึ้น ลูกค้าจึงเลือกมากขึ้นตามไปด้วย คาเฟ่ที่ดึงดูดคนด้วย "ความสวย" หรือ "กระแส" มักได้ลูกค้ามาถ่ายรูปครั้งเดียวแล้วก็จากไป เพราะไม่มีเหตุผลให้กลับมาซ้ำ กรณีจริงของคาเฟ่ชื่อดังที่ปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็มาจากรายได้ลดลงต่อเนื่องทั้งที่เคยทำได้วันละกว่า 100,000 บาท แต่รักษาระดับนั้นไม่ได้ เพราะขาดการบริหารจัดการที่ดีและแก้ปัญหาคำวิจารณ์ไม่ได้ทัน
.
แนวทางที่รอดคือการเปลี่ยนจาก "ร้านถ่ายรูป" มาเป็น "ร้านที่ลูกค้าอยากกลับมา" ผู้เชี่ยวชาญในวงการกาแฟมองว่าการมีจุดขายด้านคุณภาพกาแฟเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องทำ CRM ที่ดี นำข้อมูลลูกค้ามาใช้สร้างประสบการณ์ที่แบรนด์อื่นให้ไม่ได้ สรุปง่าย ๆ คือธุรกิจคาเฟ่ไม่ได้ซบเซาในภาพรวม แต่ "คาเฟ่ที่ไม่มีเหตุผลให้กลับมา" กำลังถูกตลาดคัดออก ในขณะที่ร้านซึ่งสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้จริงยังแข็งแกร่งเท่าเดิม
.
ที่มา : Smart SME
คิดเห็นอย่างไร? ร้านกาแฟรูปแบบคาเฟ่หรู กำลังซบเซา ลูกค้าไม่ซื้อซ้ำ ส่วนใหญ่เป็นขาจร สุดท้ายต้องปิดตัว