เสื้อผ้าตัวโปรดใส่ได้นาน! เปิดหมดเปลือกเคล็ดลับดูแลให้เหมือนใหม่ทุกวัน ทำเองได้ไม่ยากครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน วันนี้ผมมีเรื่องที่อยากจะมาแชร์ประสบการณ์และเคล็ดลับดีๆ ที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะกำลังมองหาอยู่ นั่นก็คือ "วิธีการดูแลเสื้อผ้าของเราให้ดูเหมือนใหม่เสมอและใช้งานได้นานที่สุด" นั่นเองครับ

เคยไหมครับที่เราซื้อเสื้อผ้าตัวโปรดมา แล้วใส่ได้ไม่กี่ครั้งก็เริ่มดูเก่า สีซีด ย้วย หรือเป็นขุยไปซะแล้ว? ผมเองก็เคยเจอครับ จนกระทั่งได้ลองศึกษาและปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลเสื้อผ้าเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ทำให้เสื้อผ้าที่เรามีอยู่ดูดีขึ้นเยอะมาก แถมยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า ไม่ต้องซื้อใหม่บ่อยๆ ด้วยครับ

มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ! ผมจะแบ่งเป็นหัวข้อใหญ่ๆ ให้เข้าใจง่ายๆ นะครับ

1. ก่อนซักผ้า ขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

นี่คือจุดเริ่มต้นของการถนอมผ้าเลยครับ หลายคนมองข้ามขั้นตอนนี้ไป แต่จริงๆ แล้วสำคัญมากๆ นะครับ

   อ่านป้ายแคร์เลเบล (Care Label) เสื้อผ้าทุกชิ้นจะมีป้ายเล็กๆ ที่บอกวิธีดูแลรักษา ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสม การอบแห้ง หรือการรีด ควรทำตามที่ระบุไว้ให้ดีที่สุดครับ
   แยกผ้าก่อนซัก แยกผ้าสีออกจากผ้าขาวเสมอ เพื่อป้องกันสีตกใส่กันครับ นอกจากนี้ยังควรแยกผ้าตามประเภทเนื้อผ้าด้วย เช่น ผ้าเดนิม ผ้าฝ้าย ผ้าใยสังเคราะห์ หรือผ้าที่ต้องซักด้วยมือ
   ตรวจสอบและเตรียมความพร้อม ก่อนนำผ้าลงเครื่องซักผ้า ให้ตรวจดูในกระเป๋าเสื้อ กางเกงให้ดีว่ามีอะไรตกค้างอยู่ไหม รูดซิปให้สุด ติดกระดุมให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับเสื้อผ้าและเครื่องซักผ้าของเราครับ สำหรับเสื้อผ้าที่บอบบาง หรือมีงานปัก ควรกลับด้านในออกก่อนซัก และใส่ถุงซักผ้าตาข่ายครับ



2. การซักผ้า เลือกวิธีให้เหมาะสม

การซักผ้าที่ดีคือการเข้าใจประเภทผ้าและเลือกวิธีการซักให้เหมาะสมครับ

   อุณหภูมิน้ำ ผ้าส่วนใหญ่สามารถซักด้วยน้ำเย็นได้ ซึ่งดีต่อการถนอมสีผ้าและประหยัดพลังงาน ส่วนผ้าที่สกปรกมาก เช่น ผ้าปูที่นอน อาจใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนได้ตามความเหมาะสมครับ
   ปริมาณผ้าและน้ำยาซักผ้า อย่าใส่ผ้าอัดแน่นจนเกินไปในเครื่องซักผ้า เพราะจะทำให้ผ้าไม่สะอาดและเป็นภาระกับเครื่องครับ ใส่น้ำยาซักผ้าในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากไปไม่น้อยไปครับ
   การซักมือ เสื้อผ้าที่บอบบางมากๆ เช่น ผ้าไหม ผ้าลูกไม้ หรือเสื้อผ้าที่มีการตกแต่งพิเศษ ควรซักด้วยมืออย่างเบามือ ใช้น้ำยาซักผ้าสำหรับผ้าละเอียดโดยเฉพาะครับ

3. การอบแห้ง หัวใจของการป้องกันเสื้อผ้ายืด ย้วย

ขั้นตอนนี้เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญมากในการรักษาทรงและเนื้อผ้าครับ

   ตากผ้าธรรมชาติ นี่คือวิธีที่ดีที่สุดครับ การตากผ้าในที่ร่ม มีลมโกรก จะช่วยรักษาสีและทรงของเสื้อผ้าได้ดีที่สุด โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้าย หรือผ้าลินิน การตากในที่แดดจัดเป็นเวลานานอาจทำให้ผ้าสีซีดเร็วขึ้นครับ
   การอบผ้าด้วยเครื่อง หากจำเป็นต้องใช้เครื่องอบผ้า ควรเลือกโปรแกรมอบผ้าที่มีอุณหภูมิต่ำ (Low Heat) หรือโปรแกรมถนอมผ้าครับ และเมื่อผ้าแห้งแล้ว ควรรีบนำออกจากเครื่องทันที เพื่อป้องกันการเกิดรอยยับครับ
   เสื้อผ้าที่ควรตากราบ เสื้อกันหนาวไหมพรม หรือเสื้อผ้าที่มีน้ำหนักมาก ควรตากราบเพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อผ้ายืดเสียทรงครับ



4. การรีดผ้าและการจัดเก็บ ดูดีทุกครั้งที่สวมใส่

   รีดผ้าด้วยความใส่ใจ ตรวจสอบป้ายแคร์เลเบลอีกครั้งเพื่อดูอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับผ้าแต่ละชนิดครับ สำหรับผ้าที่บอบบาง หรือผ้าสีเข้ม อาจจะกลับด้านในออกก่อนรีด หรือใช้ผ้าขาวบางรองทับ เพื่อป้องกันการเกิดรอยเงาครับ
   จัดเก็บอย่างเหมาะสม
       แขวน เสื้อเชิ้ต เสื้อเบลาส์ กางเกง กระโปรง ควรแขวนในไม้แขวนที่เหมาะสมครับ สำหรับเสื้อโค้ทหรือเสื้อผ้าที่ต้องการรักษารูปทรง ควรใช้ไม้แขวนที่มีความหนาหรือมีฟองน้ำรองครับ
       พับ เสื้อยืด เสื้อไหมพรม หรือกางเกงยีนส์ สามารถพับเก็บในตู้เสื้อผ้าได้ครับ การพับช่วยประหยัดพื้นที่และยังช่วยไม่ให้เสื้อผ้าเสียรูปทรงครับ

5. การซ่อมแซมเล็กน้อย ยืดอายุการใช้งาน

หากเสื้อผ้ามีกระดุมหลุด ซิปพัง หรือตะเข็บปริเล็กน้อย ควรรีบซ่อมแซมทันทีครับ เพราะการปล่อยทิ้งไว้ อาจทำให้ปัญหาบานปลายและยากต่อการแก้ไขในภายหลังครับ การเย็บปะเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะครับ

การดูแลเสื้อผ้าให้ดี ไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรักษาคุณภาพ รูปทรง และสีสันของเสื้อผ้าให้คงทนที่สุดครับ แค่ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ เสื้อผ้าตัวโปรดของเราก็จะอยู่กับเราไปได้อีกนานเลยล่ะครับ

หวังว่าเคล็ดลับเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ถ้าใครมีเคล็ดลับดีๆ เพิ่มเติมก็มาแชร์กันได้เลยนะครับ ยินดีรับฟังเสมอครับ

ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่