บันไดบรามันเต บันไดแห่งจิตวิญญาณ (Spiritual Staircase)

สำหรับใครที่เพิ่งเข้ามาอ่านตรงนี้ ขอบอกว่า มีกระทู้นำชมกรุงโรมที่อื่นๆให้แล้ว ตามลิงก์ด้านล่าง โดยเฉพาะงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์วาติกัน
เรื่องราวกรุงโรมและพิพิธภัณฑ์วาติกันก่อนหน้านี้

ขณะที่ผมกำลังคิดว่าจะขอสิ้นสุดการชมพิพิธภัณฑ์วาติกัน (ด้วยความเหนื่อยอ่อนตาลายและปวดขา) แต่เพียงเท่านี้ ก็ลงบันไดไปสู่ชั้นล่าง

แต่เรายังจบไปไม่ได้หากไม่ได้กล่าวถึงบันไดของบรามันเต

บันไดบรามันเต คือบันไดวนขนาดใหญ่ที่จะพาเราเดินออกจากพิพิธภัณฑ์วาติกันแบบมีลีลายืดยาวไม่เร่งรีบ แต่จะค่อย ๆ ลงมาอย่างมีชั้นเชิงด้วยการเดินเวียนวนอยู่ภายในเป็นก้นหอยขนาดยักษ์อันสวยมาก ๆ โดยเฉพาะเมื่อมองลงมาจากด้านบน เห็นเกลียวบันไดม้วนกันเป็นวงเหมือนภาพลวงตา

อันที่จริงบันไดนี้มีก้นหอยที่ซ้อนกันสองชั้น ซึ่งเรามักจะดูไม่ออก โดยก้นหอย 2 ชั้นคือทางเดิน 2 ทางที่ต่างกันโดยไม่มีช่องที่จะเจอกันได้ มันจึงถูกใช้งานในทางหนึ่งเป็นทางขึ้น และอีกอันคือทางลง ทำให้ไม่มีการเดินสวนกันซึ่งอาจเกิดความหนาแน่นหากมีคนเยอะ


บันไดนี้มีคนเรียกว่าบันไดแห่งจิตวิญญาณ อาจเป็นเพราะเหตุผลบางประการที่เขาว่าไว้ แนวคิดหนึ่งก็คือบันไดวนเกลียวคู่ที่ทางขึ้นและลงแยกออกจากกันแต่ซ้อนทับกันอยู่เปรียบได้กับเส้นทางชีวิตของมนุษย์ที่เดินสวนทางกันแต่ไม่เคยบรรจบกัน หรือการเดินทางของจิตวิญญาณที่ก้าวไปข้างหน้าสู่ความรู้หรือสวรรค์โดยไม่มีการถอยหลังกลับไปปะปนกับอดีต

อีกแนวคิดหนึ่งก็คือการออกแบบบันไดนี้มุ่งเน้นไปที่การดึงสายตาของผู้คนให้มองขึ้นไปยัง โดมกระจกด้านบนสุดซึ่งเปิดรับแสงธรรมชาติให้ส่องลงมาถึงใจกลางของบันได ใครบางคนจึงคิดว่าแสงสว่างที่ส่องลงมาจากยอดโดมเปรียบเสมือน "ปัญญา" หรือ "พระเจ้า" ในขณะที่ตัวบันไดที่วนลึกขึ้นไปเรื่อยๆ คือการยกระดับจิตใจจากโลกวัตถุด้านล่างไปสู่ความสว่างไสวทางจิตวิญญาณด้านบน


การที่มันเป็นบันไดขนาดใหญ่ทำให้เราใช้เวลาในการเดินอยู่ในวังวนแห่งนี้อยู่นานเล็กน้อย นี่เป็นไอเดียที่ใครบางคนปิ๊งไอเดียจากพิพิธภัณฑ์ กุกเกนไฮม์ (Guggenheim Museum) ในนิวยอร์ค ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง แฟรงก์ ลอยด์ ไรต์ ซึ่งเขาได้สร้างทางเดินชมเป็นแบบเกลียวและมีวัตถุจัดแสดงอยู่บนทางเดินเกลียวนี้ คนที่ชมงานก็เดินวนเวียนพร้อมกับสุนทรียอารมณ์ งานศิลปะจัดแสดงและสถาปัตยกรรมที่น่าพิศวงไปพร้อมกัน

อ้อ แล้วอีกอย่าง ถ้าใครไปชมงานศิลปะที่หอศิลป์ กทม. (BACC) ก็จะได้พบกับเส้นทางงานศิลปะแบบนี้เหมือนกัน จำได้ไหมทางเดินลาดม้วน ๆ นั่นล่ะ ที่มักจะมีงานศิลปะแปะอยู่บนผนังให้เราได้ชมขณะกำลังวนขึ้นไปด้านบน

นี่ไงฮะ อิทธิพลของบันใดบรามันเตจากวาติกัน สร้างอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมให้เราได้เห็นได้พบในนิวยอร์คจนถึงกรุงเทพมหานคร แม้จะห่างกันคนละทวีป แต่นี่คือความเชื่อมต่อทางวัฒนธรรมที่ส่งไปไกลถึงกันในโลกสมัยใหม่นี้

เอาล่ะ ออกไปได้เสียที แล้วเราก็ไปกันต่อ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่