AWAV 8x8 เขี้ยวเล็บนาวิกโยธินไทย
อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการพึ่งพาตนเองอย่างเต็มตัว และหนึ่งในความภาคภูมิใจล่าสุดที่เป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถของวิศวกรไทยคือ "AWAV 8x8" (Amphibious Wheeled Armoured Vehicle) ม้าเหล็กสะเทินน้ำสะเทินบกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์นาวิกโยธินไทยโดยเฉพาะ
สถาปัตยกรรมตัวถังและการป้องกันระดับมาตรฐานโลก
ตัวรถถูกออกแบบมาให้เป็นป้อมปราการเคลื่อนที่ที่มีความยาว 9.2 เมตร และกว้าง 3.1 เมตร
เกราะป้องกัน: ผลิตจากเหล็กเกราะพิเศษตามมาตรฐาน STANAG 4569 โดยเกราะกันกระสุนอยู่ที่ระดับ 2 และเกราะกันทุ่นระเบิดใต้ท้องรถสูงถึงระดับ 3b
การบรรทุก: รองรับกำลังพลได้ 11 นาย พร้อมพลประจำรถ 3 นาย มีระบบปรับอากาศเพื่อลดความเหนื่อยล้าของทหารในสภาพอากาศร้อน
ช่วงล่างอัจฉริยะ: ใช้ระบบช่วงล่างอิสระแบบปีกนกคู่ทำงานร่วมกับระบบไฮโดรนิวแมติก ปรับระดับความสูงได้ตามภูมิประเทศ
ขุมพลังสมรรถนะ: แรงและเร็วทั้งบนบกและในน้ำ
AWAV 8x8 ไม่ได้มีดีแค่ความแข็งแกร่ง แต่ยังมีสมรรถนะที่น่าทึ่ง:
บนบก: ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 711 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ 110 กม./ชม. มีพิสัยการปฏิบัติการไกลถึง 800 กิโลเมตร
ในน้ำ: ติดตั้งระบบวอเตอร์เจ็ท 2 ชุด ทำความเร็วในน้ำได้สูงสุด 13 กม./ชม. (สูงกว่าที่กองทัพกำหนด) และสามารถลอยตัวปฏิบัติการต่อเนื่องได้นานถึง 12 ชั่วโมง
ความคล่องตัว: มาพร้อมระบบยางรันแฟลต (Run-Flat) และความสามารถในการเลี้ยวได้ทุกล้อ (All-wheel steering) รวมถึงการเคลื่อนที่แบบปู (Crab Walk) เพื่อหลบหลีกในพื้นที่แคบ
ระบบอาวุธ: หมัดเด็ด "Guardian 1.5"
เขี้ยวเล็บหลักของรถรุ่นนี้คือป้อมปืนรีโมทคอนโทรล Guardian 1.5 จากสเปน ติดตั้งปืนกลหนักขนาด 12.7 มม. ควบคุมการยิงด้วยจอยสติ๊กจากภายในรถ มีระบบรักษาเสถียรภาพ (Gyroscope) ทำให้สามารถยิงเป้าหมายได้แม่นยำแม้ในขณะที่รถกำลังโต้คลื่นหรือวิ่งบนทางวิบาก
ความคุ้มค่าเชิงยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ
สิ่งที่ทำให้ AWAV 8x8 โดดเด่นที่สุดคือ "ราคาและค่าบำรุงรักษา"
ราคามิตรภาพ: AWAV 8x8 มีราคาประมาณ 64 ล้านบาทต่อคัน ในขณะที่รถรุ่นใกล้เคียงจากต่างประเทศอาจมีราคาสูงถึง 162 ล้านบาท
ความพร้อมรบสูง: เนื่องจากผลิตใน อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี การซ่อมบำรุงและอะไหล่จึงทำได้รวดเร็ว ไม่ต้องรอการนำเข้าจากต่างประเทศ
เม็ดเงินหมุนเวียน: เป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ สร้างงาน และเสริมสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีให้กับประเทศไทยอย่างยั่งยืน
AWAV 8x8 เขี้ยวเล็บนาวิกโยธินไทย
อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการพึ่งพาตนเองอย่างเต็มตัว และหนึ่งในความภาคภูมิใจล่าสุดที่เป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถของวิศวกรไทยคือ "AWAV 8x8" (Amphibious Wheeled Armoured Vehicle) ม้าเหล็กสะเทินน้ำสะเทินบกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์นาวิกโยธินไทยโดยเฉพาะ
สถาปัตยกรรมตัวถังและการป้องกันระดับมาตรฐานโลก
ตัวรถถูกออกแบบมาให้เป็นป้อมปราการเคลื่อนที่ที่มีความยาว 9.2 เมตร และกว้าง 3.1 เมตร
เกราะป้องกัน: ผลิตจากเหล็กเกราะพิเศษตามมาตรฐาน STANAG 4569 โดยเกราะกันกระสุนอยู่ที่ระดับ 2 และเกราะกันทุ่นระเบิดใต้ท้องรถสูงถึงระดับ 3b
การบรรทุก: รองรับกำลังพลได้ 11 นาย พร้อมพลประจำรถ 3 นาย มีระบบปรับอากาศเพื่อลดความเหนื่อยล้าของทหารในสภาพอากาศร้อน
ช่วงล่างอัจฉริยะ: ใช้ระบบช่วงล่างอิสระแบบปีกนกคู่ทำงานร่วมกับระบบไฮโดรนิวแมติก ปรับระดับความสูงได้ตามภูมิประเทศ
ขุมพลังสมรรถนะ: แรงและเร็วทั้งบนบกและในน้ำ
AWAV 8x8 ไม่ได้มีดีแค่ความแข็งแกร่ง แต่ยังมีสมรรถนะที่น่าทึ่ง:
บนบก: ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 711 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ 110 กม./ชม. มีพิสัยการปฏิบัติการไกลถึง 800 กิโลเมตร
ในน้ำ: ติดตั้งระบบวอเตอร์เจ็ท 2 ชุด ทำความเร็วในน้ำได้สูงสุด 13 กม./ชม. (สูงกว่าที่กองทัพกำหนด) และสามารถลอยตัวปฏิบัติการต่อเนื่องได้นานถึง 12 ชั่วโมง
ความคล่องตัว: มาพร้อมระบบยางรันแฟลต (Run-Flat) และความสามารถในการเลี้ยวได้ทุกล้อ (All-wheel steering) รวมถึงการเคลื่อนที่แบบปู (Crab Walk) เพื่อหลบหลีกในพื้นที่แคบ
ระบบอาวุธ: หมัดเด็ด "Guardian 1.5"
เขี้ยวเล็บหลักของรถรุ่นนี้คือป้อมปืนรีโมทคอนโทรล Guardian 1.5 จากสเปน ติดตั้งปืนกลหนักขนาด 12.7 มม. ควบคุมการยิงด้วยจอยสติ๊กจากภายในรถ มีระบบรักษาเสถียรภาพ (Gyroscope) ทำให้สามารถยิงเป้าหมายได้แม่นยำแม้ในขณะที่รถกำลังโต้คลื่นหรือวิ่งบนทางวิบาก
ความคุ้มค่าเชิงยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ
สิ่งที่ทำให้ AWAV 8x8 โดดเด่นที่สุดคือ "ราคาและค่าบำรุงรักษา"
ราคามิตรภาพ: AWAV 8x8 มีราคาประมาณ 64 ล้านบาทต่อคัน ในขณะที่รถรุ่นใกล้เคียงจากต่างประเทศอาจมีราคาสูงถึง 162 ล้านบาท
ความพร้อมรบสูง: เนื่องจากผลิตใน อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี การซ่อมบำรุงและอะไหล่จึงทำได้รวดเร็ว ไม่ต้องรอการนำเข้าจากต่างประเทศ
เม็ดเงินหมุนเวียน: เป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ สร้างงาน และเสริมสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีให้กับประเทศไทยอย่างยั่งยืน