จะทำยังไง ถ้าตื่นมาพบเพื่อนกลายเป็นปีศาจ

คุณจะทำยังไงถ้าตื่นมาแล้วเจอเพื่อนกลายเป็นปีศาจ‼️❓

ภาวะ Prosopometamorphopsia (PMO) อ่านออกเสียงได้เป็น โปรโซโพเมตามอร์ฟอปเซีย

เป็นภาวะหายากที่ทำให้ใบหน้าของผู้คนบิดเบี้ยวผิดรูปจากปกติ ตัวอย่างเช่น หน้ายืด หูยืดออก หรือปากเบี้ยว โดยภาพที่ผู้ป่วยเห็นจะบิดเบี้ยวแต่ความเป็นจริงนั้นปกติ ☝️

ภาวะนี้นั้นมีหลากหลายรูปแบบที่เกิดขึ้นได้ บางเคสจะมีความบิดเบี้ยวเพียงครึ่งเดียวของใบหน้าที่เห็น บางเคสมองเห็นบิดเบี้ยวจนผิดรูปกลายเป็นสัตว์คล้ายมังกร ทว่าก็มีกรณีที่มองเห็นใบหน้าจริงผ่านสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้า เช่น มองรูปถ่ายคนเป็นปกติ แต่มองคนจริงผิดปกติ 🤔

ตัวภาวะดังกล่าวเกิดจากสมองส่วน Fusiform Face Area (FFA) อ่านออกเสียงได้เป็น ฟิว-สิ-ฟอร์ม-เฟซ-เอ-เรีย เสียหาย

โดยสมองส่วนดังกล่าวนั้น มีหน้าที่จำแนกแยกความต่างของใบหน้า ระหว่างคนต่างๆ ว่าเป็นใคร เช่นคนสนิทคือคนนี้ เพื่อนคือคนนี้ คนแปลกหน้าคือคนนี้ ล้วนเกิดจากสมองส่วนนี้ทำงาน และหากสมองส่วนนี้เสียหายหรือพังไปส่วนใหญ่จะนำไปสู่ภาวะ Prosopagnosia หรือ ตาบอดใบหน้า

กลับเข้าเรื่องของ PMO กันดีกว่า

มีเคสหนึ่งจาก Victor Sharrah ชายวัย 58 ปี จากรัฐเทนเนสซี ในปี 2020 เขาตื่นขึ้นมาในห้องของตัวเองตามปกติ แต่เมื่อหันไปมองรูมเมทของตัวเองก็พบกับความสยอง ใบหน้าของรูมเมทกลายเป็นปีศาจ

หูแหลมยาว ขึ้นไปด้านบน
ปากฉีกกว้าง จนเกือบถึงใบหู
ดวงตาเบิกโพลงและถลน ออกมา
ร่องรอยบนใบหน้า บิดเบี้ยวจนดูเหมือนหน้าปีศาจในหนัง😱

เขาบอกไว้ว่าในตอนนั้น ไม่ว่าใครหรือเมื่อไหร่ก็ตาม เมื่อเขามองเห็นใบหน้าของผู้คน ทุกคนก็กลายเป็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ตอนเขาเดินจูงหมาก็ตาม

เขาใช้ชีวิตแบบนั้นทั้งยังมีโรคนี้อยู่ติดตัวตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบัน วิถีชีวิตเขาจะเปลี่ยนจากการมองใบหน้าเพื่อจดจำ ปัจจุบันเขาใช้การฟังเสียงแทนการมองใบหน้าเพื่อจดจำไปแล้ว 🥲

ทางคุณ Victor Sharrah เคยสร้างภาพจำลองสองมิติเอาไว้ให้เราได้เห็นสิ่งที่เขาเห็นด้วยคอมพิวเตอร์ซึ่งเคยลงไว้ในวารสาร The Lancet

ทางคุณ Victor Sharrah กล่าวอีกว่าภาพที่เราเห็นนั้นเป็นเพียงภาพนิ่ง ความเป็นจริงที่เขาเห็นตลอดทุกครั้งที่มองใบหน้าของคน ทุกดวงตาและใบหน้าที่เขาเห็นนั้นบิดเบี้ยวและขยับได้ไม่ใช่เพียงภาพนิ่ง

ทั้งนี้ยังมีข้อมูลอีกส่วนที่สำคัญคือ เมื่อผู้มีภาวะนี้สวมแว่นเลนส์สี ช่วยลดความบิดเบี้ยวของภาพที่เห็นได้ โดยผู้ป่วยแต่ละรายจะใช้สีที่แตกต่างกัน และมีผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล 🤔

ท้ายที่สุดนี้ภาวะดังกล่าวมีความหายากสูงมาก ปัจจุบันค้นพบเพียงไม่ถึง 100 เคส โดยเชื่อกันว่ามีผู้ป่วยภาวะนี้อีกมากแต่ไม่กล้ามาหาหมอ หรือ ไปหาหมอจิตเวชเพราะคิดว่าตนมีภาวะทางจิต ทั้งนี้หากผู้ใดมีภาวะดังกล่าวแนะนำให้ไปพบแพทย์จะดีที่สุด 🙂‍↕️

ภาพจาก A. Mello et al. / The Lancet / Dartmouth College
ข้อมูลจาก CNN (Cable News Network)

#ความรู้สุขภาพ #เรื่องเล่า #เรื่องแปลก #สุขภาพจิต #PMO
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่