ม.33 ต่อ ม.39 แล้วบำนาญลด ศาลมีแนวคำพิพากษาแล้ว แต่ต้องฟ้องเองจริงไหม? (มีวิธีสำหรับคนไม่มีเงิน)

กระทู้คำถาม

ช่วงนี้เห็นมีประเด็นเรื่อง “บำนาญประกันสังคม” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ เลยลองไปหาข้อมูลมาแชร์ค่ะ กรณีคือ ผู้ประกันตนที่เคยอยู่ ม.33 แล้วลาออกไปต่อ ม.39 ซึ่ง ม.39 จะใช้ฐานเงินเดือน 4,800 บาท พอเอามาคำนวณรวมกับช่วง ม.33 ทำให้ “ค่าเฉลี่ยเงินเดือนลดลง” ส่งผลให้ “เงินบำนาญต่ำลง” ทั้งที่ช่วง ม.33 เคยส่งในฐานที่สูงกว่า ต่อมามีผู้ประกันตนบางรายไปฟ้องคดี และมี “แนวคำพิพากษาศาลฎีกา” ที่ถูกนำมาอ้างอิงในวงกฎหมายว่า การคำนวณที่ทำให้ผู้ประกันตนเสียสิทธิ์จากการนำฐาน 4,800 บาทมาถัวเฉลี่ย อาจไม่เป็นธรรม และมีการสั่งให้ “คำนวณใหม่” ในบางกรณี แต่ประเด็นสำคัญคือ คำพิพากษาจะมีผลเฉพาะ “คู่ความในคดี” ไม่ได้ครอบคลุมผู้ประกันตนทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ดังนั้นถ้าผู้ประกันตนรายอื่นที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันต้องการให้คำนวณบำนาญใหม่ จำเป็นต้อง “ยื่นอุทธรณ์หรือฟ้องเองเป็นรายบุคคล” หลายคนเลยตั้งคำถามว่า ถ้าไม่มีเงินจะสามารถดำเนินการได้ไหม คำตอบคือสามารถทำได้ โดยมีแนวทางดังนี้

1. ยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ไปที่ศาลแรงงาน แจ้งฐานะทางการเงิน หากได้รับอนุมัติจะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

2. ขอทนายความอาสา ติดต่อสภาทนายความ หรือหน่วยงานช่วยเหลือทางกฎหมาย ซึ่งมีบริการช่วยฟรีในบางกรณี

3. เตรียมเอกสาร เช่น ประวัติการส่งประกันสังคม หลักฐานเงินเดือน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง

4. ยื่นฟ้องต่อศาลแรงงาน สามารถยื่นเองได้หรือให้ทนายช่วยดำเนินการ

สรุปคือ มีแนวคำพิพากษาที่ชี้ว่า “อาจไม่เป็นธรรม” แต่ยังไม่ใช้กับทุกคน ใครอยากได้สิทธิ์เพิ่มต้องดำเนินการเอง และแม้ไม่มีเงินก็ยังสามารถใช้สิทธิ์ทางกฎหมายได้ แหล่งข้อมูลอ้างอิง ได้แก่ เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม https://www.sso.go.th และบทวิเคราะห์กฎหมายแรงงานเกี่ยวกับ ม.33 ต่อ ม.39 และฐาน 4,800 บาท
คำถามชวนคุย คิดว่ากรณีนี้ควรแก้ทั้งระบบเลย หรือให้แต่ละคนฟ้องเองแบบนี้เหมาะสมแล้ว
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่