หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.เมย์แบงก์ ระบุว่า บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) กางตัวเลขหนี้ครัวเรือนไทย ชี้ระดับ 84-87% ต่อ GDP ยังเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจ เหตุรายได้ถูกดึงไปชำระหนี้ จับตา “Gen Z” ขึ้นแท่นกลุ่ม NPL สูงสุด ขณะที่สถาบันการเงินงัดกลยุทธ์ “เข้มงวดเจาะจงกลุ่ม” ดันยอดปฏิเสธสินเชื่อรถ-บ้านระดับล่างพุ่ง 30-40%
วิกฤตหนี้ครัวเรือน: กับดักการเติบโตเศรษฐกิจไทย
เครดิตบูโรระบุว่า อัตราส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง (84-87%) จะยังคงเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในระยะสั้นถึงกลาง เนื่องจากครัวเรือนส่วนใหญ่มีภาระหนี้รัดตัวจนไม่สามารถเพิ่มการบริโภคได้ โดยมีประเด็นที่น่าจับตามองในรายกลุ่มดังนี้:
Gen Y: เป็นกลุ่มที่มีปริมาณภาระหนี้สูงที่สุดในระบบ
Gen Z & กลุ่มรายได้น้อย: เป็นกลุ่มที่พบการกระจุกตัวของหนี้เสีย (NPL) สูงที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่ม สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน และ หนี้บัตรเครดิต
สินเชื่อรถยนต์: พบสัญญาณเปราะบางชัดเจน หลังหนี้กล่าวถึงเป็นพิเศษ (SML) พุ่งแตะ 6.4% สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ที่แย่ลงในกลุ่มตลาดระดับล่างถึงกลาง
แบงก์การ์ดสูง “เข้มงวดเจาะจงกลุ่ม” สกัดหนี้เสีย
เพื่อรักษาเสถียรภาพและคุณภาพสินทรัพย์ สถาบันการเงินได้ปรับกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ภาวะ “Selective Tightening” หรือการเข้มงวดแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ซื้อในตลาดล่าง:
“ปัจจุบันอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ในกลุ่มสินเชื่อรถยนต์และที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำ พุ่งสูงถึง 30-40% เนื่องจากสถาบันการเงินต้องการป้องกันความเสี่ยงจากหนี้เสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต”
การปรับโครงสร้างหนี้ (TDR) กลไกหลักพยุงระบบ
อย่างไรก็ตาม ระบบธนาคารพาณิชย์ยังคงมีความแข็งแกร่งด้วยฐานเงินทุนที่มั่นคง ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลเริ่มปรับทิศทางนโยบายจาก “การบรรเทาหนี้ชั่วคราว” ไปสู่ “การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง” อย่างยั่งยืน
TDR (Troubled Debt Restructuring): ยอดการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหาพุ่งแตะระดับ 9.27% ณ ต้นปี 2569
กลไกสำคัญ: การเร่งทำ TDR ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลักเพื่อสกัดกั้นไม่ให้หนี้กลุ่ม SML ไหลชั้นกลายเป็น NPL ซึ่งถือเป็นแนวหน้าในการรักษาเสถียรภาพระบบสถาบันการเงินในขณะนี้

จับตา! หนี้ครัวเรือนฉุดเศรษฐกิจ Gen Z ขึ้นแท่นหนี้เสียพุ่ง
หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.เมย์แบงก์ ระบุว่า บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) กางตัวเลขหนี้ครัวเรือนไทย ชี้ระดับ 84-87% ต่อ GDP ยังเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจ เหตุรายได้ถูกดึงไปชำระหนี้ จับตา “Gen Z” ขึ้นแท่นกลุ่ม NPL สูงสุด ขณะที่สถาบันการเงินงัดกลยุทธ์ “เข้มงวดเจาะจงกลุ่ม” ดันยอดปฏิเสธสินเชื่อรถ-บ้านระดับล่างพุ่ง 30-40%
วิกฤตหนี้ครัวเรือน: กับดักการเติบโตเศรษฐกิจไทย
เครดิตบูโรระบุว่า อัตราส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง (84-87%) จะยังคงเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในระยะสั้นถึงกลาง เนื่องจากครัวเรือนส่วนใหญ่มีภาระหนี้รัดตัวจนไม่สามารถเพิ่มการบริโภคได้ โดยมีประเด็นที่น่าจับตามองในรายกลุ่มดังนี้:
Gen Y: เป็นกลุ่มที่มีปริมาณภาระหนี้สูงที่สุดในระบบ
Gen Z & กลุ่มรายได้น้อย: เป็นกลุ่มที่พบการกระจุกตัวของหนี้เสีย (NPL) สูงที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่ม สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน และ หนี้บัตรเครดิต
สินเชื่อรถยนต์: พบสัญญาณเปราะบางชัดเจน หลังหนี้กล่าวถึงเป็นพิเศษ (SML) พุ่งแตะ 6.4% สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ที่แย่ลงในกลุ่มตลาดระดับล่างถึงกลาง
แบงก์การ์ดสูง “เข้มงวดเจาะจงกลุ่ม” สกัดหนี้เสีย
เพื่อรักษาเสถียรภาพและคุณภาพสินทรัพย์ สถาบันการเงินได้ปรับกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ภาวะ “Selective Tightening” หรือการเข้มงวดแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ซื้อในตลาดล่าง:
“ปัจจุบันอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ในกลุ่มสินเชื่อรถยนต์และที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำ พุ่งสูงถึง 30-40% เนื่องจากสถาบันการเงินต้องการป้องกันความเสี่ยงจากหนี้เสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต”
การปรับโครงสร้างหนี้ (TDR) กลไกหลักพยุงระบบ
อย่างไรก็ตาม ระบบธนาคารพาณิชย์ยังคงมีความแข็งแกร่งด้วยฐานเงินทุนที่มั่นคง ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลเริ่มปรับทิศทางนโยบายจาก “การบรรเทาหนี้ชั่วคราว” ไปสู่ “การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง” อย่างยั่งยืน
TDR (Troubled Debt Restructuring): ยอดการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหาพุ่งแตะระดับ 9.27% ณ ต้นปี 2569
กลไกสำคัญ: การเร่งทำ TDR ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลักเพื่อสกัดกั้นไม่ให้หนี้กลุ่ม SML ไหลชั้นกลายเป็น NPL ซึ่งถือเป็นแนวหน้าในการรักษาเสถียรภาพระบบสถาบันการเงินในขณะนี้