ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีข่าวหนึ่งที่น่าสนใจในจีนคือ แพลตฟอร์มดิลิเวอรีที่ใหญ่ที่สุด 7 แห่งของจีนถูกปรับเป็นจำนวนเงินสูงถึง 3,600 ล้านหยวน หรือประมาณ 17,000 ล้านบาท
https://www.facebook.com/share/p/1Aj3MtVwdz/?mibextid=wwXIfr
ด้วยโทษฐานที่ปล่อยให้มีร้านอาหารปลอมหรือ Ghost Kitchen ในแพลตฟอร์มของตัวเอง
ซึ่งถือว่าเป็นค่าปรับที่สูงที่สุด นับตั้งแต่กฎหมายความปลอดภัยด้านอาหารแห่งชาติมีผลบังคับใช้ในปี 2552 หลังเกิดเหตุการณ์นมผงปนเปื้อนเมลามีนในประเทศจีน
ร้านอาหารปลอมในดิลิเวอรีคืออะไร และร้ายแรงแค่ไหน รวมถึงทำไมมันกำลังระบาดในประเทศจีน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ปัจจุบันที่เราใช้บริการดิลิเวอรีจนเป็นเรื่องปกติ อาจคุ้นเคยกับคำว่า Cloud Kitchen ซึ่งเป็นครัวที่ออกแบบมาเพื่อส่งอาหารอย่างเดียว มีมาตรฐานสุขอนามัยชัดเจน เพียงแต่ไม่มีหน้าร้านสำหรับนั่งทาน
แต่ Ghost Kitchen หรือร้านอาหารปลอม ที่กำลังระบาดในจีนนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลย
โดยร้านเหล่านี้มักจะใช้ที่อยู่ปลอม เช่น ตึกแถวเก่า ห้องเช่าแคบ ๆ หรือแม้แต่ห้องใต้ดินที่ชื้นแฉะ เพื่อใช้เป็นจุดพักหรืออุ่นอาหารส่งดิลิเวอรีเพียงอย่างเดียว
ซึ่งภาพหน้าร้านสวย ๆ ในแอปพลิเคชัน มักจะถูกสร้างขึ้นด้วย AI หรือตัดต่อมาจากอินเทอร์เน็ตเพื่อไว้หลอกคนใช้แอปพลิเคชัน
ขณะที่ใบอนุญาตประกอบกิจการอาหาร ร้านพวกนี้ก็จะเช่ามาอีกที หรือไม่ก็ใช้ข้อมูลปลอม เพื่อให้ขายบนแพลตฟอร์มดิลิเวอรีต่าง ๆ ได้
แต่ความน่ากลัวที่แท้จริงของเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ปัจจัยต่าง ๆ ที่เล่ามา แต่คือวิธีการทำอาหาร
ร้านอาหารปลอมจำนวนมากไม่มีอุปกรณ์ทำอาหาร แม้กระทั่งเตาแก๊สก็อาจไม่มี แต่สามารถทำธุรกิจอาหารได้ เพราะมีสิ่งที่เรียกว่าอาหารสำเร็จรูป
ซึ่งพวกนี้จะมีเพียงไมโครเวฟหรือหม้อต้มน้ำ เพื่อไว้อุ่นอาหารแช่แข็งที่เก็บไว้ได้นานเป็นปี จากนั้นเพียงแค่ฉีกซอง เทราดข้าว ใส่กล่องที่ดูพรีเมียม แล้วส่งออกไป
กระบวนการนี้ทำให้ร้านปลอมสามารถทำราคาให้ถูกกว่าร้านปกติได้ถึง 30-50% จนร้านที่มีหน้าร้านจริงและปรุงสดไม่สามารถสู้ราคาได้
อีกรูปแบบหนึ่งของการทำ Ghost Kitchen คือเมื่อเรากดสั่งอาหารจากร้าน A ในแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นร้านปลอมที่สร้างโปรไฟล์ให้ดูดี
ร้าน A จะไม่ได้เป็นคนทำอาหาร แต่จะนำออร์เดอร์นั้นไปปล่อยต่อในกลุ่มแช็ตลับ หรือแพลตฟอร์มตัวกลาง เพื่อให้ร้านอื่นมารับช่วงต่อ โดยใช้ระบบใครเสนอราคาต่ำสุด คนนั้นได้งานไป
ตัวอย่างเช่น เราสั่งเค้กราคา 500 บาท ร้าน A จะนำออร์เดอร์ไปลงในกลุ่ม ถ้าร้าน B เสนอทำด้วยการคิดราคา 200 บาท ขณะที่ร้าน C เสนอราคา 300 บาท
ร้าน B ก็จะได้ออร์เดอร์นั้นไป เพราะเสนอราคาต่ำกว่า และได้เงิน 200 บาท ส่วน 300 บาทที่เหลือเข้าร้าน A
ซึ่งร้านอื่นที่มารับช่วงต่อ ก็จะเป็นร้านประเภทที่ไม่มีมาตรฐาน ไม่ผ่านเกณฑ์สุขอนามัย และเพื่อให้มีกำไร ร้านเหล่านี้จึงต้องใช้วัตถุดิบเกรดต่ำที่สุด เช่น การใช้ครีมเทียมคุณภาพต่ำ หรือการใช้ดอกไม้ประดับที่ไม่ใช่ Food Grade
ตรงนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ความลับนี้ถูกเปิดโปง
เมื่อมีลูกค้าร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐฯ ว่า ดอกไม้ที่ประดับบนเค้กไม่ใช่ Food Grade หรือไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องไปตรวจสอบ
ซึ่งพอลงพื้นที่ตรวจสอบ พวกเขาพบว่าร้านเค้กที่ถูกร้องเรียนนั้นไม่ได้ทำผิดแค่เรื่องมาตรฐานอาหาร แต่จำนวนสาขาทั้งหมด 378 สาขาทั่วประเทศนั้นไม่มีหน้าร้านจริง และใบอนุญาตประกอบธุรกิจอาหารก็เป็นของปลอมด้วย
หลังจากนั้นเกิดการตรวจสอบครั้งใหญ่ จนเจอว่ามีร้านอาหารกว่า 67,000 แห่ง บนแอปพลิเคชันชื่อดังต่าง ๆ ของจีนเป็นร้านอาหารปลอมทั้งหมด จึงนำไปสู่การปรับแพลตฟอร์มดิลิเวอรีครั้งใหญ่
และถ้าถามว่าทำไมแพลตฟอร์มถึงปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ นั่นก็เพราะว่ายิ่งมีร้านค้ามาก ยิ่งมีออร์เดอร์เยอะ แพลตฟอร์มก็ยิ่งมีรายได้จากค่าคอมมิชชันสูงด้วย
ดังนั้นหากตรวจสอบเข้มงวดเกินไป บริษัทก็อาจสูญเสียรายได้และส่วนแบ่งการตลาดนั่นเอง
จากการปนเปื้อนในนมผงปี 2551 มาจนถึงร้านอาหารปลอมในปี 2569 ดูเหมือนว่ากำไรที่ได้จากการลดมาตรฐานคุณภาพ ยังคงเป็นหลุมพรางที่ธุรกิจจีนมักตกลงไปซ้ำ ๆ แม้ว่าปัจจุบันจะอยู่ในช่วงที่บริษัทจีนจำนวนไม่น้อยกลายเป็นบริษัทระดับโลกแล้วก็ตาม..
_______________
สรุปเหตุการณ์ ร้านอาหารปลอมในดิลิเวอรี ที่กำลังระบาดหนักในจีน /โดย ลงทุนแมน
https://www.facebook.com/share/p/1Aj3MtVwdz/?mibextid=wwXIfr
ด้วยโทษฐานที่ปล่อยให้มีร้านอาหารปลอมหรือ Ghost Kitchen ในแพลตฟอร์มของตัวเอง
ซึ่งถือว่าเป็นค่าปรับที่สูงที่สุด นับตั้งแต่กฎหมายความปลอดภัยด้านอาหารแห่งชาติมีผลบังคับใช้ในปี 2552 หลังเกิดเหตุการณ์นมผงปนเปื้อนเมลามีนในประเทศจีน
ร้านอาหารปลอมในดิลิเวอรีคืออะไร และร้ายแรงแค่ไหน รวมถึงทำไมมันกำลังระบาดในประเทศจีน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ปัจจุบันที่เราใช้บริการดิลิเวอรีจนเป็นเรื่องปกติ อาจคุ้นเคยกับคำว่า Cloud Kitchen ซึ่งเป็นครัวที่ออกแบบมาเพื่อส่งอาหารอย่างเดียว มีมาตรฐานสุขอนามัยชัดเจน เพียงแต่ไม่มีหน้าร้านสำหรับนั่งทาน
แต่ Ghost Kitchen หรือร้านอาหารปลอม ที่กำลังระบาดในจีนนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลย
โดยร้านเหล่านี้มักจะใช้ที่อยู่ปลอม เช่น ตึกแถวเก่า ห้องเช่าแคบ ๆ หรือแม้แต่ห้องใต้ดินที่ชื้นแฉะ เพื่อใช้เป็นจุดพักหรืออุ่นอาหารส่งดิลิเวอรีเพียงอย่างเดียว
ซึ่งภาพหน้าร้านสวย ๆ ในแอปพลิเคชัน มักจะถูกสร้างขึ้นด้วย AI หรือตัดต่อมาจากอินเทอร์เน็ตเพื่อไว้หลอกคนใช้แอปพลิเคชัน
ขณะที่ใบอนุญาตประกอบกิจการอาหาร ร้านพวกนี้ก็จะเช่ามาอีกที หรือไม่ก็ใช้ข้อมูลปลอม เพื่อให้ขายบนแพลตฟอร์มดิลิเวอรีต่าง ๆ ได้
แต่ความน่ากลัวที่แท้จริงของเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ปัจจัยต่าง ๆ ที่เล่ามา แต่คือวิธีการทำอาหาร
ร้านอาหารปลอมจำนวนมากไม่มีอุปกรณ์ทำอาหาร แม้กระทั่งเตาแก๊สก็อาจไม่มี แต่สามารถทำธุรกิจอาหารได้ เพราะมีสิ่งที่เรียกว่าอาหารสำเร็จรูป
ซึ่งพวกนี้จะมีเพียงไมโครเวฟหรือหม้อต้มน้ำ เพื่อไว้อุ่นอาหารแช่แข็งที่เก็บไว้ได้นานเป็นปี จากนั้นเพียงแค่ฉีกซอง เทราดข้าว ใส่กล่องที่ดูพรีเมียม แล้วส่งออกไป
กระบวนการนี้ทำให้ร้านปลอมสามารถทำราคาให้ถูกกว่าร้านปกติได้ถึง 30-50% จนร้านที่มีหน้าร้านจริงและปรุงสดไม่สามารถสู้ราคาได้
อีกรูปแบบหนึ่งของการทำ Ghost Kitchen คือเมื่อเรากดสั่งอาหารจากร้าน A ในแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นร้านปลอมที่สร้างโปรไฟล์ให้ดูดี
ร้าน A จะไม่ได้เป็นคนทำอาหาร แต่จะนำออร์เดอร์นั้นไปปล่อยต่อในกลุ่มแช็ตลับ หรือแพลตฟอร์มตัวกลาง เพื่อให้ร้านอื่นมารับช่วงต่อ โดยใช้ระบบใครเสนอราคาต่ำสุด คนนั้นได้งานไป
ตัวอย่างเช่น เราสั่งเค้กราคา 500 บาท ร้าน A จะนำออร์เดอร์ไปลงในกลุ่ม ถ้าร้าน B เสนอทำด้วยการคิดราคา 200 บาท ขณะที่ร้าน C เสนอราคา 300 บาท
ร้าน B ก็จะได้ออร์เดอร์นั้นไป เพราะเสนอราคาต่ำกว่า และได้เงิน 200 บาท ส่วน 300 บาทที่เหลือเข้าร้าน A
ซึ่งร้านอื่นที่มารับช่วงต่อ ก็จะเป็นร้านประเภทที่ไม่มีมาตรฐาน ไม่ผ่านเกณฑ์สุขอนามัย และเพื่อให้มีกำไร ร้านเหล่านี้จึงต้องใช้วัตถุดิบเกรดต่ำที่สุด เช่น การใช้ครีมเทียมคุณภาพต่ำ หรือการใช้ดอกไม้ประดับที่ไม่ใช่ Food Grade
ตรงนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ความลับนี้ถูกเปิดโปง
เมื่อมีลูกค้าร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐฯ ว่า ดอกไม้ที่ประดับบนเค้กไม่ใช่ Food Grade หรือไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องไปตรวจสอบ
ซึ่งพอลงพื้นที่ตรวจสอบ พวกเขาพบว่าร้านเค้กที่ถูกร้องเรียนนั้นไม่ได้ทำผิดแค่เรื่องมาตรฐานอาหาร แต่จำนวนสาขาทั้งหมด 378 สาขาทั่วประเทศนั้นไม่มีหน้าร้านจริง และใบอนุญาตประกอบธุรกิจอาหารก็เป็นของปลอมด้วย
หลังจากนั้นเกิดการตรวจสอบครั้งใหญ่ จนเจอว่ามีร้านอาหารกว่า 67,000 แห่ง บนแอปพลิเคชันชื่อดังต่าง ๆ ของจีนเป็นร้านอาหารปลอมทั้งหมด จึงนำไปสู่การปรับแพลตฟอร์มดิลิเวอรีครั้งใหญ่
และถ้าถามว่าทำไมแพลตฟอร์มถึงปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ นั่นก็เพราะว่ายิ่งมีร้านค้ามาก ยิ่งมีออร์เดอร์เยอะ แพลตฟอร์มก็ยิ่งมีรายได้จากค่าคอมมิชชันสูงด้วย
ดังนั้นหากตรวจสอบเข้มงวดเกินไป บริษัทก็อาจสูญเสียรายได้และส่วนแบ่งการตลาดนั่นเอง
จากการปนเปื้อนในนมผงปี 2551 มาจนถึงร้านอาหารปลอมในปี 2569 ดูเหมือนว่ากำไรที่ได้จากการลดมาตรฐานคุณภาพ ยังคงเป็นหลุมพรางที่ธุรกิจจีนมักตกลงไปซ้ำ ๆ แม้ว่าปัจจุบันจะอยู่ในช่วงที่บริษัทจีนจำนวนไม่น้อยกลายเป็นบริษัทระดับโลกแล้วก็ตาม..
_______________