เรื่องมันนานมาแล้ว

กระทู้สนทนา
เมื่อวาน​งานหยุดก็เลยพอมีเวลาเก็บของเก่าๆในห้อง​เอาไปทิ้ง​​ ​ส่วนมากก็จะเป็นพวกหนังสือเก่าๆที่สุดท้ายก็ต้องตัดใจทิ้งเพราะว่า​เก็บไว้ก็ไม่รู้จะทำอะไรได้​ แต่บางเล่มที่ยังนึกเสียดายอยู่บ้างก็เลยหยิบมาเปิดดู ​ก่อนจะตัดสินใจว่าจะทิ้งดีหรือเปล่า  ​แต่ก็ไปเปิดเจอการ์ดเชิญไปงานแต่ง​ใบนึง​ที่เก็บเอาไว้จนลืมไปแล้ว ​พอเห็นปุ๊บก็จำได้แหละไม่ต้องดูชื่อดูอะไรหรอก เพราะเจ้าสาวกับเราเคยเป็นแฟนกันมาตั้งแต่สมัยตอนที่เขายังเรียนมหาลัยอยู่  ตอนนั้นเราอายุ ประมาณ 24-25 ทำงานแล้ว  ​แฟนเราคนนี้เขาเรียนอยู่ที่หาลัยที่อยู่ใกล้ๆบางแสนนั่นแหละ ​ทุกคนคงรู้จัก เรื่องนี้มันก็สิบกว่าปีมาแล้วนะ​​ ​แต่เค้าเพิ่งแต่งงานไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว​ ​ แต่เราก็ไม่ได้ไปร่วมงานแต่งของเขาหรอก  เพราะบ้านเขาอยู่ที่พิษณุโลกโน่นแน่ะ  ​แต่เรื่องที่เราอยากมาเล่ามาแชร์ให้ฟังมันเป็นตอนที่เราคบกัน มันเป็นช่วงเวลาสั้นๆแค่ไม่กี่เดือนที่ทำให้เราจำได้ไม่มีวันลืมเลย 5555


ย้อนกลับไปประมาณ 12 ปีก่อน ​โดยประมาณนะ​ ​ตอนนั้นเราทำงานอยู่ในกรุงเทพฯแล้วล่ะ​ แต่บ้านเราอยู่เมืองชล  ​ช่วงที่ขึ้นมาทำงานใหม่ๆเราก็กลับไปบ้านแทบทุกอาทิตย์​ ​แต่พอเริ่มนานเข้าก็​2 เดือน 3 เดือนกลับทีนึง ​เพราะพ่อแม่ของเราเขาเสียไปหมดแล้ว​ ที่บ้านก็มีแต่พี่ๆอยู่เท่านั้น ก็เลยโทรหากันเป็นส่วนมาก  ​แต่วันนั้นจำได้ว่ามันเป็นวันหยุดยาวช่วงเทศกาล เราก็เลยกลับไปบ้าน​แต่ก่อนจะเข้าบ้านก็เลยขับรถไปหาเพื่อนที่บางแสนก่อน เพื่อนเรามันเปิดร้านขายพวกกิ๊ฟช็อป ​อยู่ในห้าง​ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับมหาลัยนี่แหละ​​​​ ​เราไปหามันแล้วก็นั่งคุยเล่นกันรอปิดร้านแล้วว่าจะไปกินหมูกะทะกัน​ ​ก็พอดีมีนักศึกษา​ที่เป็นผู้หญิง 2 คนเข้ามาเลือกซื้อพวกที่คาดผม​อะไรประมาณเนี้ย​ ​คือสองคนนี้สวยทั้งคู่เลย ​คนนึงตัวสูงหุ่นดีเลย สวยคมๆแบบคนไทยผิวสีน้ำผึ้งออกจะขาวนิดๆ  ​แต่อีกคนนึงขาวจั๊วะเลยแต่ตัวเล็กลงมาหน่อย​ไม่สูงเหมือนคนแรก แต่ก็รูปร่างสมส่วน ​หน้าตาออกแนวสวยน่ารัก​ตาโตมาก​ เมียของเพื่อนมันเห็นเรานั่งมองมันก็เลยบอกให้เราไปขายของให้น้องเขาที ​ เราก็ไปแบบเขินๆหน่อย เพราะไม่เคยขายของ  พอเราไปยืนใกล้ๆ ​น้องคนตาโตก็มองหน้าเราเหมือนกับแบบว่า​  ​''​ มาทำไมเนี่ย​  '' เราก็แบบยิ้มแห้งๆตอนนั้นก็ จีบสาวไม่ค่อยเป็นน่ะ  ​เคยมีแฟนแต่ก็​ออกแนวประมาณเป็นเพื่อนกันมาก่อนแล้วค่อยมาเป็นแฟน​​ ​แต่เรื่องแบบจะเดินดุ่มๆเข้าไปจีบหญิงนี่ทำไม่เป็นเลย​​ แต่วันนั้นนึกยังไงก็ไม่รู้​ แบบว่ามีความกล้าเป็นพิเศษ  คงเป็นเพราะถูกชะตากับน้องเขาด้วยมั้ง  ​แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรหรอก​เขาซื้อของเสร็จก็ไป แต่เราอ่ะจำเขาได้ติดตาเลย ​เมียเพื่อนเรามันก็ถามเราว่าชอบป่ะ ​น้องเค้าน่ารักนะเว้ย ยังไม่มีแฟนด้วย  ​เราก็เลยถามว่ารู้ได้ไงรู้จักหรอ ​เมียเพื่อนเรามันก็บอกว่าน้องเขาเป็นพนักงาน part time ของร้านไอติมที่อยู่ตรงข้ามกับร้านมันนี่แหละ​​​ ​เราก็เลยแบบเฮ้ย...  แบบนี้ก็มีความหวังอยู่ ​

   ตั้งแต่นั้นมา​เรากลับไป​เมืองชลทุกอาทิตย์เลย​ ​แต่ไม่ค่อยอยู่บ้านหรอก ​โน่น​ ไปนั่งขายของร้านกิ๊ฟช็อปกับเพื่อน ​แต่ช่วงแรกๆนางก็ไม่ค่อยสนใจเราหรอกนะ​ แต่ก็ได้เมียของเพื่อนเรานี่แหละคอยยุคอยชงให้ตลอด ​ ตอนนั้นเหมือน Line กำลังเริ่มฮิตใหม่ๆด้วยมั้ง เราเลยได้ LINE ของน้องเค้ามา  น้องเขาชื่อเตย ​อันนี้คือชื่อเล่นจริงๆของน้องเขาเลยนะ ​เราไม่อยากเปลี่ยนชื่อ ​ เรื่องมันนานมาแล้วล่ะ​คงไม่มีอะไรกระทบถึงตัวเขาหรอก ​แต่เพื่อนเขาอีกคนนึงที่มาด้วยกันน่ะ​ เราขอเปลี่ยนให้ชื่อส้มแล้วกัน ​เพราะตอนนี้เค้าพอจะมีชื่อเสียงอยู่ในแวดวงการแสดงอยู่ ​​​​ ​ต่อเลยนะ​ ตอนนั้นพอได้ LINE ได้เบอร์มาก็
LINE หาโทรหาอยู่บ่อยๆจนเริ่มสนิทกัน ​ก็ออกแนวจีบยากเหมือนกันนะ น้องเขาดูเป็นคนนิ่งๆ เหมือนเป็นคนที่จะพูดจาหรือทำอะไรจะคิดก่อน ​ดูเป็นคนมีเหตุผลแล้วก็เป็นผู้ใหญ่กว่าอายุ​ ​ตอนนั้นน้องเขาเพิ่งจะอายุ 19 ปีเพิ่งจะเรียนปี 2 เอง​ ​แต่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเราอีก​ หมายถึงนิสัยนะ ​แล้วก็เป็นคนขยันมาก​ เลิกเรียนก็มาทำงาน part time แทบทุกวัน ​แต่เพื่อนของเขาที่ชื่อส้ม​เหมือนจะมีแฟนรวยก็เลยสบายไม่ต้องทำงานทำการอะไร แต่พอเรา​เริ่มสนิทกับทั้งสองคนก็เลยรู้ว่า​ สองคนนี้เป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมมาด้วยกันตั้งแต่อยู่พิษณุโลก ​ อันที่จริงแล้วบ้าน​ของเตยฐานะดีมาก​​ ​ เป็นลูกสาวคนเดียวด้วย และที่ชอบที่สุดคือเธอเป็นคนไม่เที่ยวไม่ดื่มอะไรทั้งสิ้น  เลิกเรียน กลับมาทำงาน ​กลับที่พักนอน​ ตื่นเช้าไปเรียน​​ ​เป็นลูทีนเลย​ จะมีช่วงหลังๆที่เริ่มสนิทกับผมมากๆแล้ว ก็พอจะยอมออกไปเที่ยวด้วยกันบ้าง ​ ส่วนส้มนี่แบบว่าเที่ยวอาทิตย์ละ 3-4 วัน คือแถวนั้นน่ะมันมีร้านเหล้าเยอะไง  นิสัยนี่ต่างกันลิบลับเลย เราก็เลยถามเตยว่าอยู่กันได้ยังไงเนี่ยนิสัยไม่เหมือนกันเลย  ​ก็เลยรู้ว่าเมื่อก่อนส้มก็ไม่ได้เป็นแบบนี้หรอก​ ​แล้วเตยก็ไม่ได้​พักอยู่กับส้มด้วย​ ​เมื่อก่อนเตยอยู่หอหญิง​ของมหาลัย​ ​ส้มก็อยู่ด้วย​ แต่ตอนหลังส้มมีแฟนเป็นรุ่นพี่​ที่เป็นลูกคนรวย​ ​แม่ของผู้ชายซื้อคอนโดเอาไว้ให้ลูกอยู่ตอนที่เรียนมหาลัย ​ส้มก็เลยมาอยู่กับแฟนที่คอนโด ​แฟนส้มเป็นรุ่นพี่2ปี​​ ​ตอนนี้เรียนจบไปแล้ว​เลยกลับไปอยู่บ้านที่กรุงเทพฯ ​แต่ก็จะแวะมาหาส้ม​เดือนละ​​ 2-3 ครั้ง​​  ​

  เราก็อ๋อ​ .. ​เตยก็เล่าเพิ่มว่า ​พอแฟนของส้มไม่อยู่​ ส้มก็เลยขอให้เธอมาอยู่เป็นเพื่อน​ ​ทีแรกนางก็ไม่อยากไปเพราะว่าขี้เกียจเดินทาง​ ​แต่จริงๆมันก็ไม่ได้อยู่ไกลจากมหาลัยมากหรอกนั่งรถ 5 นาทีก็ถึง​ แต่หอเก่าที่อยู่มันอยู่หลังมหาวิทยาลัยเลยไง ​เดินทะลุได้เลย  ​แต่สุดท้าย​ก็ทนเพื่อนรบเร้าไม่ไหว​ก็​ย้ายมาอยู่ด้วยกัน​ ​และที่สำคัญคืออยู่ฟรีด้วย​ ...  พออยู่กันไปสักสองเดือน ส้มก็ไปเรียนขับรถ เพราะแฟน​ทิ้งรถเอาไว้ให้ใช้​ ​ตอนนั้นมันมีเพื่อนที่เป็นรุ่นพี่อยู่ปี4มา
สอนขับแต่สอนไปสอนมาไม่รู้สอนกันยังไง  ​กลายเป็นกิ๊กกันเฉยเลย​​  ​ช่วงที่​เราเริ่มสนิทกับเตย​จนเดินจูงมือได้แล้ว มันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่เรื่องนี้กำลังเกิดขึ้นพอดี ช่วงนั้นเตยก็จะมาบ่นให้เราฟังอยู่บ่อยๆ ​ว่าส้มเที่ยวเก่งมาก​ แล้วเริ่มพาไอ้รุ่นพี่คนนี้มาที่ห้อง  เราเคยเจออยู่ 2-3 ครั้ง  ​มันอายุน้อยกว่าเราน่าจะสักประมาณ 2 ปีได้​ชื่อโอ ตัวสูงๆ ผิวเข้มๆ หน้าตาดี ​เราได้ยินเรื่องนี้ก็ตกใจเหมือนกันนะ​ ​เพราะตอนนั้นโลกทัศน์ของเรามันแคบมาก​คิดว่าเรื่องแบบนี้มันมีแต่ในหนังซะอีก​​ เราเลยถามเตยว่าแล้วแฟนตัวจริงของส้มเขาไม่รู้หรอ  เตยก็บอกว่าเนี่ยแหละที่ทำให้อึดอัดมาก เหมือนต้องคอยช่วยเพื่อนโกหกอยู่ตลอด​ ​ แต่นางก็บอกนะว่ารอดูอีกสักพักนึงถ้าไม่ไหวจริงๆก็อาจจะย้ายกลับไปอยู่หอหญิงเหมือนเดิม​ เราฟังแล้วก็ได้แต่เออออตามไป ​แล้วพอหลังจากนั้นเราก็เริ่มคบกับเตยเป็นแฟนแบบจริงจัง  ​โทรคุยทุกคืน ​ไปหาทุกอาทิตย์ ตอนนั้นมีความรู้สึกว่าบางแสนก็แค่ปากซอยจริงๆนะมันเป็นความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ  555 ตอนที่คบกันตอนนั้นก็แบบเป็นแฟนกันกุ๊กกิ๊กอ่ะ ไม่ได้มีอะไรกันนะ ​จับมือหอมแก้มกอดกันเต็มที่ประมาณนั้นเลย​  ​แต่พอหลังจากที่ผ่านช่วงนั้นไปอีกสักประมาณ​เดือนนึง เราเริ่ม​รู้สึกว่า​ส้มมันเริ่มมีอาการแปลกๆ ​ชอบเริ่มเข้ามากันท่า​เหมือนไม่ค่อย​อยากให้เราขึ้นมาบนห้อง  หรือให้เตยไปไหนมาไหนกับเรา เราก็เลย​สบโอกาสถามแฟนเราดูว่า​จะย้ายห้องไหม​ ​เพราะเรารู้ว่า​ช่วงนี้ คนชื่อโอมัน​มาอยู่กับส้มที่ห้องแทบทุกวัน​ ​แต่ตอน​แฟนเราก็นิ่งๆไปสักพักนึงแล้วก็บอกว่าเดี๋ยวรอดูสักแป๊บนึงก่อนแล้วกัน​ ​แล้วอาทิตย์ต่อมา ที่เราเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ​ก็คือ​ ​เมื่อก่อน​เราโทรหาแฟนจะรับตลอด​แต่พอช่วงนี้​เริ่ม​ไม่ค่อยรับ​หรือถ้ารับก็คุยแป๊บเดียว​

​คือผมว่าคนที่เป็นแฟนกันน่ะมันจะรู้สึกได้​  ​ตอนนั้นผมก็คิดว่าเขาคงมีปัญหา​หรือว่าอาจจะอึดอัดเรื่อง​ที่อยู่หรือเปล่า​ก็มองโลกในแง่ดีไปก่อน ​แต่เพราะรู้สึกเป็นห่วง​ก็เลยขับรถไปหา​ วันนั้นน่าจะเป็นประมาณกลางๆอาทิตย์อ่ะไม่ใช่วันหยุด ​ซึ่งปกติเราไม่เคยไป​หรือถ้าไปก็จะบอกนัดกันก่อน​ ​วันนั้นประมาณหัวค่ำน่าจะสักทุ่มนึงได้ เราจอดรถในลานจอดหน้าคอนโดแต่ยังไม่ทันลง  ​เราก็เห็นคนที่ชื่อโอ​เดินออกจากประตู​ทางขึ้นคอนโดผ่านหน้าเราไป  ​ทีแรกเราก็ว่าจะเปิดประตูลงไปทัก​ ​แต่น้องมันเดินเร็วมาก​ก็เลยแบบ เออไม่เป็นไร  ​เรากดโทรศัพท์หาแฟน​เพราะรู้ว่าวันนี้เขาไม่ได้ไปทำงานที่ร้านไอติม ​เรารออยู่แป๊บนึงเขาก็ลงมาเปิดประตูให้​  ​แต่เรารู้สึกว่าขี้เกียจขึ้นไปเจอ​กับส้ม​ ก็เลยชวนเขาออกไปหาอะไรกินข้างนอกไปนั่งเล่นริมทะเลดีกว่า  ​แต่แฟนเราบอกว่าถ้างั้นเดี๋ยวขอโทรบอกส้มก่อนเพราะว่าส้มกำลังจะกลับมาจากมหาลัย  ​เราก็แบบ  .. ​อ้าวส้มไม่อยู่หรอ ​ตอนนั้นก็เริ่มมีความคิดบางอย่างในใจเหมือนกันว่า​แล้วโอมันขึ้นไปอยู่ในห้องได้ยังไง​ในเมื่อส้มไม่อยู่ แต่ตอนนั้นมันก็เป็นแค่ปัญหาคาใจเล็กๆน้อยๆ ​ซึ่งมันก็มีหลายอย่างที่เป็นไปได้ อาจจะเอาแค่มาเอาของ  หรือว่ามันอาจจะมีเพื่อนคนอื่นอยู่ในคอนโดนี้ก็ได้นี่นะ ​มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเก็บมาคิดมากอะไรซึ่ง​เราคิดแบบนั้นจริงๆนะในตอนนั้น​  นึกย้อนกลับไปนี่รู้สึกว่าเออ .. มองโลกในแง่ดีจริงๆ ​​ 5555 ​แล้วเราก็พาแฟนออกไปกินข้าวกินขนมเดินเล่นกันแถวหาดวอน​ ​แล้วพอประมาณ 22:00 น กว่า​ก็มาส่งเขากลับห้อง ​

เหตุการณ์ทุกอย่างมันก็ปกติดีไม่มีอะไร ​พอผ่านมาถึงวันเสาร์ตอนเช้า ​วันนั้นเราไม่ต้องเข้าบริษัท​ก็ขับรถไปหาแฟนตอนช่วงเช้าเลยไม่ได้โทรบอกเขาก่อน​ ​ทุกทีที่เราไปถึงส่วนมากมันก็จะหลังเที่ยงทุกครั้งแต่วันนั้น​ประมาณ 9 โมงกว่าเราก็ไปถึงแล้ว​ บังเอิญว่า​ไฟฟ้าในคอนโดมันดับ​ ประตูของคอนโดมันก็เลยเปิดอ้าไว้ เราก็เดินขึ้นไปเลย ​แต่ตอนนั้นลิฟท์มันใช้ไม่ได้​​ ​เราก็เดินอ้อมไปขึ้นบันไดหนีไฟเพราะว่าห้องที่แฟนเราอยู่มันแค่ชั้น 5​ พอเราขึ้นไปถึงหน้าห้อง ก็เคาะประตูเรียกเบาๆ แต่ไม่มีใครมาเปิด เราเลยโทรศัพท์เข้าเครื่องของแฟนเรา ​ได้ยินเสียง​ โทรศัพท์ของแฟนเราดังแว่วๆออกมาอยู่ ​แต่ก็ไม่มีคนรับ ​สักพักหนึ่ง​ก็มีคนออกมาเปิดประตูให้​ พอประตูเปิดเราก็รู้สึกงงๆนิดๆ เพราะมันกลายเป็นโอที่มาเปิดประตูให้ ​ เราก็ยิ้มยิ้มให้นะ ​ไม่ได้คิดอะไร​เพราะรู้อยู่ว่าโอมันมาอยู่กับส้มแทบทุกวันอยู่แล้ว​​ ตอนเดินเข้าไปในห้องเรายังไม่เห็นแฟน ​ก็เลยคุยกับโอว่า​ไม่ไปเที่ยวไหนกับส้มเหรอ​ ​น้องมันก็บอกว่าวันนี้ส้มมีเรียน​เดี๋ยวมันก็กำลังจะออกไป​ข้างนอกแล้ว​ ​พอเราเข้ามาในห้อง​ก็เหมือนได้กลิ่น​อะไรแปลกๆที่มันอวนๆอยู่ในห้องเพราะไฟมันดับ​ แอร์ก็ไม่ได้เปิด ​ โอบอกว่าเตยกำลังอาบน้ำอยู่ พอพูดเสร็จน้องมันก็เดินเข้าไปในห้องด้านใน ​เราก็เดินไปนั่งตรงโซฟามุมห้อง​ ​ต้องบอกก่อนว่า​คอนโดที่แฟนเราอยู่กับเพื่อน​ ​มันมีห้องนอนด้านใน​ แล้วก็มีส่วนที่เป็นห้อง​นั่งเล่นอยู่ด้านนอก​​ ​ส่วนมากแฟนเราจะนอน​บนเตียง 3 ฟุตครึ่งที่ตั้งอยู่ด้านนอกซะมากกว่า​ เพราะเวลาที่แฟนตัวจริงของส้มมาหา จะได้ไม่ต้องย้ายของเข้าๆออกๆ ​​ ​แต่ห้องน้ำที่มีห้องเดียว​มันอยู่ในส่วนที่เป็นห้องนอนใหญ่ ถ้าจะเข้าก็ต้อง เดินผ่านห้องนอนด้านในเท่านั้น ​ ​ ตอนนั้นผมก็เริ่มรู้สึกแปลกๆแล้วว่า​ทำไมถึงอยู่กันสองต่อสองแบบนี้​ ทำไมแฟนเราถึงกล้านุ่งผ้าขนหนูเดินเข้าไปอาบน้ำ ทั้งๆที่มีผู้ชายอีกคนนึงอยู่ในห้อง ​​ ​คิดได้เท่านั้นใจก็เริ่มสั่นๆและ ​ภาพในหนังแนว ntr​ วิ่งวนเต็มหัวเลยครับตอนนั้น ยิ่งได้กลิ่นโลชั่นผสมกับกลิ่นเหงื่อที่มันอวนๆหอมๆอยู่ในห้อง ​ ยิ่งรู้สึกเลยว่า​มันคงต้องมีอะไรแล้วล่ะ

ก็เลยมองไปที่เตียงนอนของแฟน เห็นผ้าห่มที่มันยับๆ วางอยู่บนที่นอนพร้อมกับชุด​ที่แฟนน่าจะใส่นอนเมื่อคืนนี้​ เราก็เลยเดินไปใกล้ๆ ก็ยิ่งได้กลิ่นที่ว่าชัดมากยิ่งขึ้น ​พอเรายกผ้าห่มออก​ ก็เจอเลยครับ  ​ชุดชั้นในของแฟนเราที่​ม้วนทับอยู่ใต้ผ้าห่ม​ ​ ​ส่วนบนที่นอนนั้น​ก็ยังรู้สึก​ถึงความชื้นๆอุ่นๆอยู่​เลย ตอนนั้นมั่นใจ 100% เลยว่าแฟนกูโดนเอาแล้วแน่ๆ ทั้งๆที่เราได้แค่​จับมือกอดหอมแก้มเท่านั้น​ ​ตอนนั้น​ความรู้สึก​เข้ามาในหัวหลายอย่างมาก​ ​แต่ที่ไม่เข้าใจที่สุดก็คือมันเกิดขึ้นได้ยังไง​  ตอนนั้น​เราช็อคไปเลย ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดกับตัวเอง
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่