ขอเล่าเหตุการณ์เลยนะคะ….
ยาวหน่อย พยายามจะเล่าให้เห็นรายละเอียดต่างๆ และพิรุธที่เจอเยอะมากค่ะ
วันพฤ.ที่ผ่านมา ฉันติดรถแฟนไปต่อใบขับขี่ที่ขนส่ง โดยแฟนให้เงินสดติดกระเป๋าเพิ่มประมาณ 2,500.- พอทำใบขับขี่เสร็จไวก็เลยเดินข้ามฝั่งไปรอแฟนสวนสาธาระใกล้ๆที่หนึ่งกับลูก เพราะต้องรอแฟนเลิกงาน
จนแฟนทักมาเลิกงานเวลา 17.00 น. ฉันจึงพาลูกเดินกลับเพื่อจะข้ามฝั่งรอที่เดิม
ระหว่างทาง ฉันปวดฉี่ เลยแวะเข้าห้องน้ำ และถามลูกว่าฉี่เลยไหม ลูกบอกไม่ปวด เลยให้เฝ้ากระเป๋าที่หอบของมา แต่คิดอีกทีกลัวเดินไกลลูกจะปวด เลยลองถามแม่บ้านดูแลห้องน้ำว่า ข้างหน้ายังมีห้องน้ำอีกไหมคะ แม่บ้านตอบว่าไม่มี ให้เด็กเข้าเลยลูก เราเลยบอกลูกเดินไกลเดี๋ยวปวดนะ ลูกจึงยอมเข้าด้วยกัน
ฉันเลยถามป้าแม่บ้านว่าฝากกระเป๋าได้ไหมคะ ป้าตอบว่าได้เลยลูก ได้เลยลูก ตอนแรกฉันจะเอาวางไว้ตรงหน้าป้า แต่เห็นมีแก้วน้ำวางอยู่ เลยกลัวกระเป๋าจะพลิกไปโดนแก้วความเย็นจนตกหรือเปล่า
เลยเอาไปวางไว้อีกที่เป็นโต๊ะใกล้ๆ และบอกป้าว่าวางตรงนี้นะคะไม่น่าจะพลิกเพราะมีที่พิงและถามย้ำป้าอีกหลายรอบว่า ฝากได้ใช่ไหมคะ ป้าบอกได้เลยลูก ทุกรอบเหมือนเดิม
ก็เลยรีบไปเข้าห้องน้ำกับลูก พอออกมาพบว่ากระเป๋าถูกเปลี่ยนที่ เลยตะโกนถามป้าว่า ทำไมกระเป๋ามาวางตรงนี้คะ?
ป้าตอบว่า กระเป๋ามันจะพลิกเลยขยับให้ เราเลยห่วงไอแพดข้างในกระเป๋า เลยถามว่าไอแพดหน้าจอแตกไหม ป้าบอกมันไม่ใช่แบบนั้น ไม่ได้ล่วง ไม่แตกลูก แต่เราไม่มั่นใจ พอเดินออกเลยห้องน้ำไปนิดก็เลยหยิบไอแพดตรวจดูอีกทีว่าหน้าจอแตกไหม สรุปไม่แตกจริง
แต่อยู่ๆก็เอ๊ะใจ!! หยิบกระเป๋าเงินมาดู สรุปเงินหายยยยยยยย!!!!! เลยหันเดินกลับไปที่ห้องน้ำ และโทรสายค้างแฟนไว้ และแชร์พิกัดเกิดเหตุให้ด้วย
พบว่าป้ากำลังรีบเดินเข้าห้องน้ำ เราเลยเคาะเรียกป้าแม่บ้าน บอกว่า เงินหนูหายค่ะ ป้าออกมาได้ไหมคะ? ป้าบอก ป้าไม่รู้ เราเลยบอกว่างั้นหนูขอเรียกตำรวจนะคะ ป้าบอกเอาเลยๆ
ป้าไม่ได้เอาไป แต่ไม่ยอมออกจากห้องน้ำ บอกท้องเสียๆ
จนมีคนจะเดินเข้าห้องน้ำเป็นพี่เสื้อดำ เราเลยขอความช่วยเหลือบอกว่า ป้าขโมยเงินหนูไปค่ะ พี่เสื้อดำเลยบอกว่าให้เดินออกมาบอกยามหน้าห้องน้ำอีกฝั่ง ว่าโดนขโมยเงิน ถามว่ามีกล้องวงจรปิดไหม?
ยามบอกว่ามีแต่กล้องไม่ถึงห้องน้ำ ระหว่างยืนคุยอยู่ ป้าก็เดินออกมา พอเห็นเรา ก็เดินกลับเข้าไปห้องน้ำห้องเดิมใหม่เฉย พี่เสื้อดำเลยบอกไปเฝ้าเดี๋ยวคุยกับยามให้ เราเลยเคาะบอกให้ป้าออกมา ก็บอกท้องเสียอีกรอบ จนได้ยินเสียงกดชักโครก เราเลยออกมาเจอพี่ผู้ชายอีกคนเลยบอกช่วยหนูด้วย ป้าขโมยเงินหนู พี่ผู้ชายเลยมาคอยช่วยเฝ้าป้าอีกคน
และป้าเดินออกมาพอดีบอกว่า ลองค้นตัวได้เลย ค้นกระเป๋าได้เลย สรุปไม่เจอ ยามเลยวอเรียกมาเพิ่มกันเผื่อค้นหาอีก แต่ก็หาไม่เจอ เพราะรอบๆเป็นป่า
และแฟนก็มาถึงพอดี ยามถามป้าอีกครั้งว่าขยับกระเป๋าเขาไหม ป้าบอกไม่เคยแตะเลย เราเลยโมโหบอกว่าป้าทำไมพูดแบบนี้ ป้าเปลี่ยนที่กระเป๋าหนูจะบอกไม่ขยับได้ไง เราเลยให้ยามช่วยเรียกตำรวจมาให้
จนมีคนมามุงเยอะขึ้น มีพยานมาเพิ่ม และช่วยเกลี้ยงกล่อมบอกว่ายังไงก็มีรอยนิ้วมือ มันตรวจได้นะ ให้ป้ายอมรับ เราก็ไม่เอาเรื่องแล้ว ป้าก็ไม่ยอมรับค่ะ
จนเกือบจะหกโมงเย็นตำรวจมา ซึ่งใกล้จะมืดแล้ว ตำรวจก็ถามเหตุการณ์ก็เล่าให้ฟังอย่างที่พิมพ์ด้านบนค่ะ แล้วตำรวจก็ถามป้าว่า เอาของเขาไปไหม ป้าบอกไม่ แต่ป้าเล่าเหตุการณ์กลับไปกลับมา เดี๋ยวบอกจับกระเป๋า เดี๋ยวบอกไม่จับกระเป๋า ทำให้เราและพยานรอบๆก็งง กับคำพูดป้า
ตำรวจพยายามเค้นถามป้า และตรวจสอบพื้นที่เบื้องต้นแต่ป้าก็ยืนคำเดิมว่าไม่ได้เอาไปให้สาบานได้เลย แฟนถามตำรวจว่าเราสามารถเช็คลายนิ้วมือกระเป๋าตังค์ได้เลยไหมเพื่อหาความจริงไปเลย ตำรวจบอกได้แค่ว่าต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเอา หากต้องการเช็คลายนิ้วมือเพราะเบื้องต้นทำอะไรไม่ได้ กล้องที่มีก็ถ่ายไม่ถึงจุดเกิดเหตุ ป้าก็บอกไม่ได้เอาไป ค้นตัวและค้นหาบริเวณรอบๆก็ยังไม่เจอ
แฟนเลยบอกให้เชิญไปคุยที่โรงพัก ป้าบอกไม่ไป ตำรวจก็ให้ไป ป้าก็บอกว่า ไม่หนี ป้าทำงานที่นี่ เลิก 2 ทุ่ม ป้าไม่ไปหรอก แฟนเลยถามว่าทำไงได้บ้าง ตำรวจเลยแนะนำว่างั้นไปแจ้งความที่สน.ได้เลย
พอไปถึงสถานีตำรวจ ก็เล่าเหตุการณ์ตามที่เล่าด้านบนให้ตำรวจฟัง ตำรวจฟังบอกว่าให้แฟนไปรับเอาตัวป้าได้ไหม! ถ้าป้าบอกไม่เอาก็ให้มาคุยกันที่โรงพักตอนนี้เลย แฟนก็งงเลยบอกให้สายตรวจไปเอามาได้ไหม ตำรวจบอกงั้นแฟนไปเฝ้าให้ก่อนได้ไหม แล้วจะส่งตำรวจสายตรวจตามไปรับทีหลัง
พอแฟนไปถึงสวนก็ถามยามว่าป้ายังอยู่ไหม ยามบอกยังอยู่ แฟนเลยบอกว่าทางตำรวจให้มาเชิญตัวป้าไปที่สถานีหน่อย และยืนรอตรงข้ามห้องน้ำกับยาม ทางยามได้ติดต่อหัวหน้ายามเพื่อแจ้งให้หัวหน้าทราบและหาแม่บ้านมาแทนจุดนี้
ระหว่างนั้นป้าได้เอาขยะมาทิ้งในฝั่งที่แฟนเราและยามยืนอยู่แล้วก็เดินกลับไปที่ห้องน้ำ ระหว่างที่รอสายตรวจมารับป้า แฟนก็พูดคุยกับยามและได้บอกว่า "จริงๆถ้าป้ายอมรับและคืนเงินมาตั้งแต่ตอนเย็นก็จบแล้ว และไม่ต้องมาถึงขั้นตอนนี้" ยามเลยขอลองไปคุยกับป้าให้อีกรอบเผื่อป้าจะยอมรับและคืนเงินให้
แต่พอเดินไปเรียกป้าหลายรอบก็ไม่มีการตอบกลับจากป้าเลย เลยคิดว่าไม่ได้ยิน สักพักมีวอมาว่าเจอป้าแถวห้องน้ำอีกจุดที่มีทางออกจากสวนได้เลยกักตัวไว้ ยามบอกป้าแอบย่องหนีไปด้านหลังของห้องน้ำแล้ว
พอแฟนได้ยินคือเลยรีบไปหาทันทีพอถึงทั้งแฟนและยามก็ถามว่าป้าหนีทำไม ป้าบอกไม่ได้หนี แค่มาหาเพื่อนมาให้ไปทำงานแทน แต่พฤติกรรมคือหนีเลยเพราะไปพร้อมกระเป๋า สายตรวจมาพอดีเลยเชิญตัวป้าไปสถานีตำรวจ
พอมาถึงสถานีตำรวจป้าก็ให้การเล่าและยืนยันไม่ได้เอาไป แต่มีคำพูดที่เรากับแฟนสะดุดมากคือ ถ้าตรวจลายนิ้วมือก็เจอนิ้วป้าแหละ เพราะกระเป๋าตกเลยหยิบใส่ให้ และยืนยันว่าไม่ได้เอาเงินไป เราก็ถามว่าไหนที่สวนบอกจับแค่กระเป๋าใส่ของ ไม่ได้จับกระเป๋าตังค์นิคะ
เรากับแฟนอึ้งกับคำพูดป้ามาก ตำรวจเลยให้เรากับแฟนออกไปก่อนขอคุยกับป้าตามลำพัง ป้าออกจากห้องมาตำรวจก็เรียกเราเข้าไปในห้อง บอกว่าป้าไม่ยอมรับ สาบานต่อหิ้งพระให้ด้วย แล้วก็ร้องไห้เพราะบอกไม่อยากออกจากงาน และติดคุกเพราะเคยเข้าแล้ว แต่ยืนยันไม่ได้เอาไป แต่จะคืนเงินให้
ตำรวจก็บอก ถ้าไม่ทำแล้วป้าคืนทำไม เรากับแฟนก็งง ถ้าไม่ได้เอาไปจริงๆทำไมต้องคืนเงินเรา ตำรวจบอกว่าหากเราอยากเอาเรื่องและพิสูจน์ความจริงก็ต้องแจ้งดำเนินคดีกับป้า และอาจถึงศาลหากหาขอสรุปไม่ได้ โดยตำรวจบอกอีกว่า ตอนนี้เรามีแค่ข้อสงสัยและพยานให้การณ์ที่เกิดเหตุและพฤติกรรมน่าสงสัยของป้าเท่านั้น ยังไม่มีหลักฐานชัดๆ เช่น เราเห็น หรือคนอื่นเห็น หรือกล้องวงจรปิดที่เห็นว่าเอาเงินไป ถ้าจะสู้เพื่อพิสูจน์ทางเราอาจไม่ได้เงินคืน หรือถ้าพิสูจน์แล้วว่าป้าผิดจริงเราอาจต้องยอมเสียเวลากับเงินจ้างทนายเพราะอาจขึ้นศาลพิสูจน์ ตำรวจแนะนำเราว่าจากพฤติกรรมป้าน่าจะเอาไปและให้เรารับเงินไว้ แต่ทางตำรวจไม่มีหลักฐานชัดๆและป้ายืนกลางว่าไม่ได้เอาเลยเอาผิดป้าว่าลักทรัพย์ไม่ได้ตอนนี้
ตำรวจต่อสายหาหัวหน้ายามก็บอกแบบเดียวกัน ว่าถ้าไม่ได้ทำ คืนเงินเดี๋ยวเขาก็คิดว่าป้าขโมยหรอก ป้ายืนยันบอกจะคืน ไม่อยากออกจากงาน แต่ไม่ได้ขโมย
แฟนเลยบอกงั้นได้ คืนเงินมา และไม่ให้ออกจากงานก็ได้ แต่เวรกรรมมีจริงทำอะไรรู้อยู่แก่ใจป้า และเราเลยกลัวรับเงินไว้จะป้าไปพูดมัวว่าแบบ ไม่ได้ขโมย แต่ให้เพราะกลัวติดคุกไม่อยากออกงาน อะไรประมาณนี้ค่ะ แฟนเลยบอกว่าให้เวรกรรมมันทำงานไปแหละ เราทำไรไม่ได้รับเงินไว้แหละและเอาไปทำบุญเพราะไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าจะเอาเงินอะไรมาให้เรา ตำรวจบอกว่าก็เงินเราแหละเก็บไว้ แฟนเลยบอกว่าป้าไม่ยอมรับ แต่ป้ารู้ดีแก่ใจ
ตำรวจเลยคุยว่าป้าพร้อมจ่ายวันไหน ป้าบอกว่า เงินออก 14 นี้ แฟนเลยงง เพราะตอนอยู่ที่สวน มีจังหวะที่ป้าพูดว่าเงินเดือนเพิ่งออกมา จะขโมยเงินทำไม
แฟนเลยบอกตอนอยู่สวนบอกว่าเงินเดือนเพิ่งออกทำไมไม่มีเงินให้ตอนนี้เลยครับ ป้าเลยบอกใช้เงินหมดแล้ว
แฟนเลยบอกก็ตามนั้น และจะเชื่อได้ไงว่าจะได้เงินตามนัดจริง ตำรวจเลยคุยกับหัวหน้างานให้ บอกว่าพอเงินออกให้ป้านำเงินมาฝากที่หัวหน้าและให้แฟนไปรับเงินที่สำนักงาน โดยมีหัวหน้าแม่บ้านเป็นคนกลางจัดการเรื่องเงินให้ นัดวันรับเงินไว้วันที่ 14 พค.นี้ มารับที่สำนักงานในสวน ก็เลยลงบันทึกไว้ ถ้าไม่ทำตามข้อตกลงก็จะดำเนินการต่อไป
จากที่เล่าเหตุการณ์ไปทุกคนคิดเห็นว่าอย่างไรกันบ้างคะ ตอนนี้รู้สึกแย่มากค่ะ ผ่านมาเข้าวันที่สามแล้ว เหตุการณ์นี้ยังวนอยู่ในหัว นอนไม่ค่อยหลับสักวัน สะดุ้งตื่นมาตลอด รู้สึกทำไม่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย รู้สึกจากที่เป็นคนถูกกระทำกลายเป็นคนผิดเลย หากได้เงินคืนตามนัดก็คงเอาไปบริจาคไม่อยากใช้เงินนั้นเลยค่ะ
“ไม่ได้ขโมย…แต่ยอมคืนเงิน? เรื่องนี้คุณคิดยังไง”
ยาวหน่อย พยายามจะเล่าให้เห็นรายละเอียดต่างๆ และพิรุธที่เจอเยอะมากค่ะ
วันพฤ.ที่ผ่านมา ฉันติดรถแฟนไปต่อใบขับขี่ที่ขนส่ง โดยแฟนให้เงินสดติดกระเป๋าเพิ่มประมาณ 2,500.- พอทำใบขับขี่เสร็จไวก็เลยเดินข้ามฝั่งไปรอแฟนสวนสาธาระใกล้ๆที่หนึ่งกับลูก เพราะต้องรอแฟนเลิกงาน
จนแฟนทักมาเลิกงานเวลา 17.00 น. ฉันจึงพาลูกเดินกลับเพื่อจะข้ามฝั่งรอที่เดิม
ระหว่างทาง ฉันปวดฉี่ เลยแวะเข้าห้องน้ำ และถามลูกว่าฉี่เลยไหม ลูกบอกไม่ปวด เลยให้เฝ้ากระเป๋าที่หอบของมา แต่คิดอีกทีกลัวเดินไกลลูกจะปวด เลยลองถามแม่บ้านดูแลห้องน้ำว่า ข้างหน้ายังมีห้องน้ำอีกไหมคะ แม่บ้านตอบว่าไม่มี ให้เด็กเข้าเลยลูก เราเลยบอกลูกเดินไกลเดี๋ยวปวดนะ ลูกจึงยอมเข้าด้วยกัน
ฉันเลยถามป้าแม่บ้านว่าฝากกระเป๋าได้ไหมคะ ป้าตอบว่าได้เลยลูก ได้เลยลูก ตอนแรกฉันจะเอาวางไว้ตรงหน้าป้า แต่เห็นมีแก้วน้ำวางอยู่ เลยกลัวกระเป๋าจะพลิกไปโดนแก้วความเย็นจนตกหรือเปล่า
เลยเอาไปวางไว้อีกที่เป็นโต๊ะใกล้ๆ และบอกป้าว่าวางตรงนี้นะคะไม่น่าจะพลิกเพราะมีที่พิงและถามย้ำป้าอีกหลายรอบว่า ฝากได้ใช่ไหมคะ ป้าบอกได้เลยลูก ทุกรอบเหมือนเดิม
ก็เลยรีบไปเข้าห้องน้ำกับลูก พอออกมาพบว่ากระเป๋าถูกเปลี่ยนที่ เลยตะโกนถามป้าว่า ทำไมกระเป๋ามาวางตรงนี้คะ?
ป้าตอบว่า กระเป๋ามันจะพลิกเลยขยับให้ เราเลยห่วงไอแพดข้างในกระเป๋า เลยถามว่าไอแพดหน้าจอแตกไหม ป้าบอกมันไม่ใช่แบบนั้น ไม่ได้ล่วง ไม่แตกลูก แต่เราไม่มั่นใจ พอเดินออกเลยห้องน้ำไปนิดก็เลยหยิบไอแพดตรวจดูอีกทีว่าหน้าจอแตกไหม สรุปไม่แตกจริง
แต่อยู่ๆก็เอ๊ะใจ!! หยิบกระเป๋าเงินมาดู สรุปเงินหายยยยยยยย!!!!! เลยหันเดินกลับไปที่ห้องน้ำ และโทรสายค้างแฟนไว้ และแชร์พิกัดเกิดเหตุให้ด้วย
พบว่าป้ากำลังรีบเดินเข้าห้องน้ำ เราเลยเคาะเรียกป้าแม่บ้าน บอกว่า เงินหนูหายค่ะ ป้าออกมาได้ไหมคะ? ป้าบอก ป้าไม่รู้ เราเลยบอกว่างั้นหนูขอเรียกตำรวจนะคะ ป้าบอกเอาเลยๆ
ป้าไม่ได้เอาไป แต่ไม่ยอมออกจากห้องน้ำ บอกท้องเสียๆ
จนมีคนจะเดินเข้าห้องน้ำเป็นพี่เสื้อดำ เราเลยขอความช่วยเหลือบอกว่า ป้าขโมยเงินหนูไปค่ะ พี่เสื้อดำเลยบอกว่าให้เดินออกมาบอกยามหน้าห้องน้ำอีกฝั่ง ว่าโดนขโมยเงิน ถามว่ามีกล้องวงจรปิดไหม?
ยามบอกว่ามีแต่กล้องไม่ถึงห้องน้ำ ระหว่างยืนคุยอยู่ ป้าก็เดินออกมา พอเห็นเรา ก็เดินกลับเข้าไปห้องน้ำห้องเดิมใหม่เฉย พี่เสื้อดำเลยบอกไปเฝ้าเดี๋ยวคุยกับยามให้ เราเลยเคาะบอกให้ป้าออกมา ก็บอกท้องเสียอีกรอบ จนได้ยินเสียงกดชักโครก เราเลยออกมาเจอพี่ผู้ชายอีกคนเลยบอกช่วยหนูด้วย ป้าขโมยเงินหนู พี่ผู้ชายเลยมาคอยช่วยเฝ้าป้าอีกคน
และป้าเดินออกมาพอดีบอกว่า ลองค้นตัวได้เลย ค้นกระเป๋าได้เลย สรุปไม่เจอ ยามเลยวอเรียกมาเพิ่มกันเผื่อค้นหาอีก แต่ก็หาไม่เจอ เพราะรอบๆเป็นป่า
และแฟนก็มาถึงพอดี ยามถามป้าอีกครั้งว่าขยับกระเป๋าเขาไหม ป้าบอกไม่เคยแตะเลย เราเลยโมโหบอกว่าป้าทำไมพูดแบบนี้ ป้าเปลี่ยนที่กระเป๋าหนูจะบอกไม่ขยับได้ไง เราเลยให้ยามช่วยเรียกตำรวจมาให้
จนมีคนมามุงเยอะขึ้น มีพยานมาเพิ่ม และช่วยเกลี้ยงกล่อมบอกว่ายังไงก็มีรอยนิ้วมือ มันตรวจได้นะ ให้ป้ายอมรับ เราก็ไม่เอาเรื่องแล้ว ป้าก็ไม่ยอมรับค่ะ
จนเกือบจะหกโมงเย็นตำรวจมา ซึ่งใกล้จะมืดแล้ว ตำรวจก็ถามเหตุการณ์ก็เล่าให้ฟังอย่างที่พิมพ์ด้านบนค่ะ แล้วตำรวจก็ถามป้าว่า เอาของเขาไปไหม ป้าบอกไม่ แต่ป้าเล่าเหตุการณ์กลับไปกลับมา เดี๋ยวบอกจับกระเป๋า เดี๋ยวบอกไม่จับกระเป๋า ทำให้เราและพยานรอบๆก็งง กับคำพูดป้า
ตำรวจพยายามเค้นถามป้า และตรวจสอบพื้นที่เบื้องต้นแต่ป้าก็ยืนคำเดิมว่าไม่ได้เอาไปให้สาบานได้เลย แฟนถามตำรวจว่าเราสามารถเช็คลายนิ้วมือกระเป๋าตังค์ได้เลยไหมเพื่อหาความจริงไปเลย ตำรวจบอกได้แค่ว่าต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเอา หากต้องการเช็คลายนิ้วมือเพราะเบื้องต้นทำอะไรไม่ได้ กล้องที่มีก็ถ่ายไม่ถึงจุดเกิดเหตุ ป้าก็บอกไม่ได้เอาไป ค้นตัวและค้นหาบริเวณรอบๆก็ยังไม่เจอ
แฟนเลยบอกให้เชิญไปคุยที่โรงพัก ป้าบอกไม่ไป ตำรวจก็ให้ไป ป้าก็บอกว่า ไม่หนี ป้าทำงานที่นี่ เลิก 2 ทุ่ม ป้าไม่ไปหรอก แฟนเลยถามว่าทำไงได้บ้าง ตำรวจเลยแนะนำว่างั้นไปแจ้งความที่สน.ได้เลย
พอไปถึงสถานีตำรวจ ก็เล่าเหตุการณ์ตามที่เล่าด้านบนให้ตำรวจฟัง ตำรวจฟังบอกว่าให้แฟนไปรับเอาตัวป้าได้ไหม! ถ้าป้าบอกไม่เอาก็ให้มาคุยกันที่โรงพักตอนนี้เลย แฟนก็งงเลยบอกให้สายตรวจไปเอามาได้ไหม ตำรวจบอกงั้นแฟนไปเฝ้าให้ก่อนได้ไหม แล้วจะส่งตำรวจสายตรวจตามไปรับทีหลัง
พอแฟนไปถึงสวนก็ถามยามว่าป้ายังอยู่ไหม ยามบอกยังอยู่ แฟนเลยบอกว่าทางตำรวจให้มาเชิญตัวป้าไปที่สถานีหน่อย และยืนรอตรงข้ามห้องน้ำกับยาม ทางยามได้ติดต่อหัวหน้ายามเพื่อแจ้งให้หัวหน้าทราบและหาแม่บ้านมาแทนจุดนี้
ระหว่างนั้นป้าได้เอาขยะมาทิ้งในฝั่งที่แฟนเราและยามยืนอยู่แล้วก็เดินกลับไปที่ห้องน้ำ ระหว่างที่รอสายตรวจมารับป้า แฟนก็พูดคุยกับยามและได้บอกว่า "จริงๆถ้าป้ายอมรับและคืนเงินมาตั้งแต่ตอนเย็นก็จบแล้ว และไม่ต้องมาถึงขั้นตอนนี้" ยามเลยขอลองไปคุยกับป้าให้อีกรอบเผื่อป้าจะยอมรับและคืนเงินให้
แต่พอเดินไปเรียกป้าหลายรอบก็ไม่มีการตอบกลับจากป้าเลย เลยคิดว่าไม่ได้ยิน สักพักมีวอมาว่าเจอป้าแถวห้องน้ำอีกจุดที่มีทางออกจากสวนได้เลยกักตัวไว้ ยามบอกป้าแอบย่องหนีไปด้านหลังของห้องน้ำแล้ว
พอแฟนได้ยินคือเลยรีบไปหาทันทีพอถึงทั้งแฟนและยามก็ถามว่าป้าหนีทำไม ป้าบอกไม่ได้หนี แค่มาหาเพื่อนมาให้ไปทำงานแทน แต่พฤติกรรมคือหนีเลยเพราะไปพร้อมกระเป๋า สายตรวจมาพอดีเลยเชิญตัวป้าไปสถานีตำรวจ
พอมาถึงสถานีตำรวจป้าก็ให้การเล่าและยืนยันไม่ได้เอาไป แต่มีคำพูดที่เรากับแฟนสะดุดมากคือ ถ้าตรวจลายนิ้วมือก็เจอนิ้วป้าแหละ เพราะกระเป๋าตกเลยหยิบใส่ให้ และยืนยันว่าไม่ได้เอาเงินไป เราก็ถามว่าไหนที่สวนบอกจับแค่กระเป๋าใส่ของ ไม่ได้จับกระเป๋าตังค์นิคะ
เรากับแฟนอึ้งกับคำพูดป้ามาก ตำรวจเลยให้เรากับแฟนออกไปก่อนขอคุยกับป้าตามลำพัง ป้าออกจากห้องมาตำรวจก็เรียกเราเข้าไปในห้อง บอกว่าป้าไม่ยอมรับ สาบานต่อหิ้งพระให้ด้วย แล้วก็ร้องไห้เพราะบอกไม่อยากออกจากงาน และติดคุกเพราะเคยเข้าแล้ว แต่ยืนยันไม่ได้เอาไป แต่จะคืนเงินให้
ตำรวจก็บอก ถ้าไม่ทำแล้วป้าคืนทำไม เรากับแฟนก็งง ถ้าไม่ได้เอาไปจริงๆทำไมต้องคืนเงินเรา ตำรวจบอกว่าหากเราอยากเอาเรื่องและพิสูจน์ความจริงก็ต้องแจ้งดำเนินคดีกับป้า และอาจถึงศาลหากหาขอสรุปไม่ได้ โดยตำรวจบอกอีกว่า ตอนนี้เรามีแค่ข้อสงสัยและพยานให้การณ์ที่เกิดเหตุและพฤติกรรมน่าสงสัยของป้าเท่านั้น ยังไม่มีหลักฐานชัดๆ เช่น เราเห็น หรือคนอื่นเห็น หรือกล้องวงจรปิดที่เห็นว่าเอาเงินไป ถ้าจะสู้เพื่อพิสูจน์ทางเราอาจไม่ได้เงินคืน หรือถ้าพิสูจน์แล้วว่าป้าผิดจริงเราอาจต้องยอมเสียเวลากับเงินจ้างทนายเพราะอาจขึ้นศาลพิสูจน์ ตำรวจแนะนำเราว่าจากพฤติกรรมป้าน่าจะเอาไปและให้เรารับเงินไว้ แต่ทางตำรวจไม่มีหลักฐานชัดๆและป้ายืนกลางว่าไม่ได้เอาเลยเอาผิดป้าว่าลักทรัพย์ไม่ได้ตอนนี้
ตำรวจต่อสายหาหัวหน้ายามก็บอกแบบเดียวกัน ว่าถ้าไม่ได้ทำ คืนเงินเดี๋ยวเขาก็คิดว่าป้าขโมยหรอก ป้ายืนยันบอกจะคืน ไม่อยากออกจากงาน แต่ไม่ได้ขโมย
แฟนเลยบอกงั้นได้ คืนเงินมา และไม่ให้ออกจากงานก็ได้ แต่เวรกรรมมีจริงทำอะไรรู้อยู่แก่ใจป้า และเราเลยกลัวรับเงินไว้จะป้าไปพูดมัวว่าแบบ ไม่ได้ขโมย แต่ให้เพราะกลัวติดคุกไม่อยากออกงาน อะไรประมาณนี้ค่ะ แฟนเลยบอกว่าให้เวรกรรมมันทำงานไปแหละ เราทำไรไม่ได้รับเงินไว้แหละและเอาไปทำบุญเพราะไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าจะเอาเงินอะไรมาให้เรา ตำรวจบอกว่าก็เงินเราแหละเก็บไว้ แฟนเลยบอกว่าป้าไม่ยอมรับ แต่ป้ารู้ดีแก่ใจ
ตำรวจเลยคุยว่าป้าพร้อมจ่ายวันไหน ป้าบอกว่า เงินออก 14 นี้ แฟนเลยงง เพราะตอนอยู่ที่สวน มีจังหวะที่ป้าพูดว่าเงินเดือนเพิ่งออกมา จะขโมยเงินทำไม
แฟนเลยบอกตอนอยู่สวนบอกว่าเงินเดือนเพิ่งออกทำไมไม่มีเงินให้ตอนนี้เลยครับ ป้าเลยบอกใช้เงินหมดแล้ว
แฟนเลยบอกก็ตามนั้น และจะเชื่อได้ไงว่าจะได้เงินตามนัดจริง ตำรวจเลยคุยกับหัวหน้างานให้ บอกว่าพอเงินออกให้ป้านำเงินมาฝากที่หัวหน้าและให้แฟนไปรับเงินที่สำนักงาน โดยมีหัวหน้าแม่บ้านเป็นคนกลางจัดการเรื่องเงินให้ นัดวันรับเงินไว้วันที่ 14 พค.นี้ มารับที่สำนักงานในสวน ก็เลยลงบันทึกไว้ ถ้าไม่ทำตามข้อตกลงก็จะดำเนินการต่อไป
จากที่เล่าเหตุการณ์ไปทุกคนคิดเห็นว่าอย่างไรกันบ้างคะ ตอนนี้รู้สึกแย่มากค่ะ ผ่านมาเข้าวันที่สามแล้ว เหตุการณ์นี้ยังวนอยู่ในหัว นอนไม่ค่อยหลับสักวัน สะดุ้งตื่นมาตลอด รู้สึกทำไม่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย รู้สึกจากที่เป็นคนถูกกระทำกลายเป็นคนผิดเลย หากได้เงินคืนตามนัดก็คงเอาไปบริจาคไม่อยากใช้เงินนั้นเลยค่ะ